หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความหมายของการเลี้ยงส่ง "จากผู้ส่ง...สู่ผู้ถูกร่ำลา"

เนื้อหาโดย ปลาทูพเนจร

       ในบทความนี้ผมจะขอยกเอาประเด็นของ "ประเพณีการเลี้ยงส่ง" มาบอกเล่าผ่านประสบการณ์ของผมเองครับ จากการเลี้ยงส่งเพื่อนร่วมงานจนกระทั่งวันหนึ่งผมได้กลายมาเป็นผู้ถูกร่ำราเสียเอง แต่การที่จะทำให้คนที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์นี้รับรู้และสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้นอย่างแท้จริง ก่อนอื่นเราต้องรู้ความหมายของการเลี้ยงส่งเสียก่อนครับ

       "ประเพณีการเลี้ยงส่ง" คือกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อแสดงความรัก ความเคารพ หรือการอำลาต่อบุคคลที่กำลังจะย้ายออกจากกลุ่ม องค์กร หรือสังคม เช่น นักเรียนจบการศึกษา พนักงานลาออก หรือเจ้าหน้าที่เกษียณอายุ ซึ่งถือเป็นการแสดงไมตรีและขอบคุณในช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกัน

โดยทั่วไป ประเพณีการเลี้ยงส่งในวัฒนธรรมไทยที่ผมได้เคยประสบพบเจอมักจะมีลักษณะคร่าวๆดังนี้ครับ

    -  การจัดงานเลี้ยง: อาจจะเป็นงานเล็กๆในหมู่เพื่อนร่วมงาน หรือเป็นงานใหญ่ที่มีพิธีการ มีการกล่าวคำอำลา การมอบของขวัญ และรับประทานอาหารร่วมกัน

    -  การกล่าวคำอำลา: ผู้ที่อยู่ร่วมงานจะกล่าวแสดงความรู้สึกในใจที่มีต่อบุคคลที่กำลังจะจากองค์กรไป การกล่าวขอบคุณ และกล่าวอวยพรให้ผู้ที่กำลังจะไปพบเจอแต่สิ่งดี ๆ

    -  มอบของที่ระลึก: เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำ เช่น อัลบั้มภาพ ของใช้ส่วนตัวพร้อมข้อความ หรือของที่มีความหมายร่วมกัน

    -  กิจกรรมสร้างความประทับใจ: เช่น การร้องเพลง เล่นละครสั้น หรือฉายวิดีโอความทรงจำ และการถ่ายรูปร่วมกัน

       ครั้งหนึ่ง ผมเคยอยู่ในวงเลี้ยงส่งของใครหลายคน และในอีกไม่กี่ปีถัดมา ผมก็เป็นคนที่ต้องนั่งอยู่ตรงจุดนั้น กลายเป็นคนที่กำลังจะไป

       ผมยังจำได้ดีถึงครั้งที่ผมได้ร่วมงานเลี้ยงส่งของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง วันนั้นทุกคนรวมตัวกันจัดโต๊ะอาหารอย่างไม่เป็นทางการ มีเสียงหัวเราะ เสียงเพลงเบา ๆ คลอไปกับบรรยากาศเย็น ๆ ตอนค่ำ ผมมองดูผู้ที่กำลังจะไปเดินไปรอบๆวง ทักทาย หยอกล้อกับทุกคน จากนั้นพิธีกรจำเป็นซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมงาน ได้กล่าวเชิญผู้บริหารและหัวหน้าที่มาร่วมงานรวมถึงเพื่อนร่วมงานบางคนขึ้นมากล่าวความในใจด้านหน้า และเชิญผู้ที่กำลังจะไปกล่าวขอบคุณสั้น ๆ (ถึงช่วงกล่าวขอบคุณไม่ว่างานไหนผู้กล่าวน้ำตาคลอทุกงาน) แล้วรับของขวัญที่ทุกคนมอบให้ด้วยความปิติยินดี ช่วงที่กำลังมอบของขวัญก็จะมีเพลงที่สื่อความหมายถึงการจากลาคลอเบาๆ (มีน้ำตาซึม) ก่อนจะถ่ายรูปและรับประทานอาหารร่วมกัน 

       ตอนนั้นผมคิดว่า "การเลี้ยงส่งมันเป็นเรื่องของคนที่อยู่ข้างหลัง" แต่เมื่อถึงวันที่ผมต้องลุกขึ้นพูดบ้าง ผมถึงได้รู้ว่า มันก็เป็นเรื่องของคนที่กำลังจะไปเหมือนกัน

       วันนั้น ผมกำลังจะย้ายไปเริ่มงานที่ใหม่ เป็นก้าวสำคัญในชีวิต แต่พอเดินเข้ามาในห้องอาหารเล็ก ๆ ในร้านใกล้ๆที่ทำงานที่ทุกคนจัดไว้ให้ ผมกลับรู้สึกเหมือนใจหาย โต๊ะอาหารธรรมดา ๆ ที่เคยมานั่งทานอาหารกลางวันกัน ตอนนี้กลายเป็นที่วางของขวัญ การ์ดที่เขียนด้วยลายมือ และข้อความมากมายที่ทำให้ผมยิ้มแล้วก็น้ำตาซึม

       ทั้งผู้บริหาร หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานพูดถึงถึงความในใจที่ได้ร่วมงานกับผม เพื่อนๆที่เล่าเรื่องระหว่างที่ได้ร่วมงานกัน กิจกรรมที่เราเคยทำร่วมกัน สิ่งที่ทำให้เราหัวเราะกันจนถึงวันนี้ เพื่อนร่วมงานบางคนยื่นมือมาโอบไหล่ บางคนแค่ยิ้มให้โดยไม่พูดอะไร แต่ผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกทั้งหมดนั้น

       ผมพูดอะไรไม่มาก แค่ขอบคุณ ขอบคุณจริง ๆ ที่ผมเคยได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ 

       ประเพณีการเลี้ยงส่งสำหรับผม มันจึงไม่ใช่แค่การอำลา แต่มันคือการบอกว่า "เราเคยมีช่วงเวลาดี ๆ ด้วยกัน"
และแม้ใครจะจากไป ความผูกพันเหล่านั้นมันก็ยังอยู่เงียบ ๆ ในใจของทุกคน

       แม้ประเพณีเลี้ยงส่งนั้นจะเรียบง่าย แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก และมักทิ้งรอยยิ้มหรือหยดน้ำตาไว้เสมอ ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบครับ

เนื้อหาโดย: ปลาทูพเนจร
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ปลาทูพเนจร's profile


โพสท์โดย: ปลาทูพเนจร
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: jinniejah, ปลาทูพเนจร
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทยเปิดประวัติ "Cheerio" ผู้เล่นเงาของ Tokyogurlจังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบันญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมรสมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ยืนยันดำเนินคดี "ก้อง เชอริโอ้" และ "โตเกียวเกิร์ล" ถึงที่สุด เพื่อปกป้องวงการอีสปอร์ตไทย และกู้ศรัทธาต่อนานาชาติรีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)ควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี😯 ชวนเข้ามาดูสิ่งที่เปลี่ยนไปจนน่าตะลึงเมื่ออยู่ใต้แสงอัลตร้าไวโอเล็ต (UV) บางอย่างก็สวยจนน่าทึ่งมากเลยล่ะ 😆เน็ตไอดอลสุดดังของจีน กลายเป็นคนไร้บ้านในเขมรเกินปุยมุ้ย ทหารเขมรเล่า ใช้แค่ 10 คน สู้กับทหารไทย 300 นายคนชอบรอยสักควรรู้! ผลการวิจัยชี้ว่าหมึกที่ใช้อาจส่งผลต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทึ่งทั่วโลก : "ต้นมะกอกแห่งวูเวส" ต้นไม้แห่งกาลเวลา ต้นไม้ที่มีชีวิตอยู่ยาวนานที่สุดต้นหนึ่งของโลกสถานทูตไทยออกโรง ขอ สหรัฐ-เวเนซุเอลา คุยกันดีๆทรัมป์เตือนอิหร่าน หลังการประท้วงลุกลามจนมีผู้เสียชีวิตหลายจังหวัดเหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย"โดนัลด์ ทรัมป์" ส่งสัญญาณเตือนลาตินอเมริกา ชี้เป้า "โคลอมเบีย-คิวบา" อาจเป็นสถานีต่อไป
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
สร้างบ้านยังไม่เสร็จ ต้องหอบลูกหนีอีกแล้ว เสียงสะอื้นจากชายแดนอีสาน อย่าให้มีอพยพรอบที่ 3 ในรอบปี!เลยนะเวลารีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)ปลานิลนึ่งสมุนไพร เครื่องเคียงเพื่อสุขภาพครั้งใหญ่
ตั้งกระทู้ใหม่