หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ถ้าความตายคือจุดจบ แล้วเราจะกลัวมันไปทำไม?

เขียนโดย เรื่องนี้ เขาไม่ให้พูด

ถ้าความตายคือจุดจบ แล้วเราจะกลัวมันไปทำไม?

 

‎เคยมีใครบางคนพูดไว้ว่า “ความตายไม่ได้น่ากลัว เพราะเราไม่มีวันอยู่พร้อมกับมัน”

‎เป็นคำพูดที่ฟังดูย้อนแย้ง แต่น่าคิดอย่างยิ่ง เพราะเมื่อความตายมาถึง ตัวเราก็ไม่มีอยู่แล้ว และตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ ความตายก็ยังมาไม่ถึง

‎แต่แม้จะรู้เช่นนี้ ทำไมคนส่วนใหญ่ยังกลัวมันอยู่?

‎กลัวเจ็บปวดก่อนตาย? กลัวจากคนที่รัก? หรือกลัวเพราะยังมีอะไรค้างคาในใจ?

‎มนุษย์คนเดียวในโลกที่รู้ว่าตัวเองต้องตาย

‎สิ่งหนึ่งที่แยกมนุษย์ออกจากสัตว์อื่น ๆ คือ การตระหนักรู้ถึงความตาย

‎สัตว์ส่วนใหญ่รู้เพียงสัญชาตญาณหลบภัยหรือเอาตัวรอดเท่านั้น แต่เราไม่ใช่ เรารู้ว่าชีวิตมีวันสิ้นสุด และรู้ว่าความตายนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราคิดถึงมันบ่อยกว่าที่ใครจะยอมรับ แม้จะไม่พูดออกมาตรง ๆ ก็ตาม

‎การรู้ว่าทุกสิ่งมีจุดจบ กลายเป็นแรงผลักดันให้เราทำสิ่งต่าง ๆ

‎บางคนตั้งเป้าหมายชีวิตเพราะรู้ว่าเวลามีจำกัด

‎บางคนเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตหลังผ่านเหตุการณ์เฉียดตาย

‎และบางคนกลัวมันจนไม่กล้าใช้ชีวิตเลยด้วยซ้ำ

‎แต่ถ้าเราย้อนกลับมาคิดให้ดี... ความตายเป็นแค่สิ่งหนึ่งที่อยู่ปลายทางของเส้นทางชีวิตเท่านั้น

‎แล้วเหตุใดเราต้องให้มันมากำหนดทุกย่างก้าวของเราด้วย?

‎หรือจริง ๆ แล้ว เราไม่ได้กลัว “ความตาย”... แต่กลัว “การไม่มีโอกาสอีก”?

‎เวลาที่คนเราพูดว่า “กลัวตาย” สิ่งที่แฝงอยู่เบื้องหลังนั้นอาจไม่ใช่ตัวความตายเอง แต่คือความเสียดาย

‎+ เสียดายที่ยังไม่ได้ทำตามฝัน

‎+ เสียดายที่ยังไม่ได้บอกรักใครบางคน

‎+ เสียดายที่ยังไม่ได้แก้ไขสิ่งที่ผิด

‎หรือแม้แต่เสียดายชีวิตธรรมดา ๆ ที่ไม่เคยได้ใช้เต็มที่

‎มนุษย์กลัวสิ่งที่ไม่รู้ แต่เราก็กลัวสิ่งที่เราคิดว่า “ยังไม่พอ” ด้วย

‎และความกลัวนี้แหละที่ทำให้เราผลัดวันประกันพรุ่ง คิดว่า “ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำ”

‎จนบางครั้ง... ก็ไม่มีพรุ่งนี้ให้ทำอีกแล้ว

‎เมื่อความตายไม่ใช่ “ศัตรู” แต่คือ “ครู”

‎หากมองในมุมกลับ ความตายอาจเป็นสิ่งเดียวที่เตือนให้เราตื่นจากความหลง

‎มันทำให้เรารู้ว่าเวลามีจำกัด

‎ทำให้เรากล้ารัก กล้าบอกลา กล้าทำในสิ่งที่เคยกลัว

‎และที่สำคัญ... มันทำให้เราหันกลับมามองชีวิตตอนนี้ ว่าเรากำลังใช้มันอย่างคุ้มค่าหรือยัง?

‎ในหลายวัฒนธรรมโบราณ ผู้คนไม่ได้หลีกเลี่ยงการพูดถึงความตาย

‎กลับกัน พวกเขาใช้มันเป็นเครื่องเตือนใจว่า

‎“ไม่มีอะไรแน่นอน” และ

‎“ชีวิตคือของขวัญ ไม่ใช่ของถาวร”

‎แล้วถ้ามันคือจุดจบจริง ๆ ล่ะ?

‎สมมุติว่าหลังความตายไม่มีอะไรเลย

‎ไม่มีนรก สวรรค์ หรือภพใหม่ใด ๆ

‎ไม่มีแม้แต่ความทรงจำ หรือการตระหนักรู้ว่าเราเคยมีชีวิตอยู่

‎ในแง่นี้ ความตายก็คือการหลับไปตลอดกาล

‎ไม่เจ็บ ไม่ทุกข์ ไม่รู้สึก

‎น่ากลัวหรือเปล่า?

‎บางคนอาจตอบว่าใช่ เพราะมันคือ “ความว่างเปล่า”

‎แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือการสิ้นสุดของความเจ็บปวดและภาระทั้งปวงด้วย

‎หากเรามองว่า ชีวิตคือโอกาสชั่วคราวในการรู้สึก รัก ผิดหวัง และเรียนรู้

‎งั้นความตายก็เป็นเพียงการคืนสภาพทุกอย่างกลับสู่ “ศูนย์”

‎ไม่ต้องกลัว… เพราะทุกสิ่งที่ควรเกิด ก็ได้เกิดไปแล้ว

‎สิ่งที่ไม่ได้เกิด… อาจไม่จำเป็นต้องเกิดเลยก็ได้

‎ความหมายของชีวิต อาจอยู่ตรง “ระหว่าง” จุดเริ่มต้นกับจุดจบ

‎บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อตอบคำถามว่า “เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร”

‎บางคนไม่เคยถามเลยด้วยซ้ำ เพราะมัวแต่ยุ่งกับชีวิตประจำวัน

‎แต่คำถามนี้สำคัญนะ

‎เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราหาคำตอบของมันได้

‎ความกลัวความตายก็จะค่อย ๆ จางลงไปเอง

‎ถ้าเรารู้ว่าเราตื่นขึ้นมาเพื่ออะไร

‎รู้ว่าชีวิตนี้เราต้องการสร้างอะไร ทิ้งอะไรไว้ หรือเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

‎แม้ความตายจะมาถึงพรุ่งนี้

‎เราก็จะไปอย่างไม่เสียดาย

‎สุดท้าย... ถ้าเราต้องกลัวอะไรสักอย่าง ควรกลัว “การมีชีวิตอยู่โดยไม่มีชีวิต” มากกว่า

‎มีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน เหมือนเป็นเพียงร่างกายที่หายใจ

‎ไม่เคยตั้งคำถามกับตัวเอง

‎ไม่เคยใส่ใจสิ่งรอบข้าง

‎ไม่เคยใช้โอกาสที่มีในการทำให้โลกนี้ดีขึ้นแม้แต่น้อย

‎นั่นอาจน่ากลัวกว่าความตายเสียอีก

‎เพราะมันคือ “การตายทั้งที่ยังหายใจอยู่”

‎ในทางกลับกัน ถ้าคุณใช้ชีวิตอย่างมีจุดหมาย

‎คุณจะพบว่า ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตที่ยาวนาน

‎แต่มี “ชีวิตที่ลึกซึ้ง” ต่างหากที่สำคัญ

‎สรุปคือ... ถ้าความตายคือจุดจบจริง ๆ แล้วเราจะกลัวมันไปทำไม?

‎เพราะเมื่อถึงเวลานั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ว่าเราจะอยู่ต่อไปได้ไหม

‎แต่คือ... “เรามีชีวิตอยู่มาอย่างไรต่างหาก”

เนื้อหาโดย: Spoil Zone
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องนี้ เขาไม่ให้พูด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 59 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องนี้ เขาไม่ให้พูด
คนธรรมดาที่ชอบเล่าเรื่องจริงที่หลายคนไม่เคยรู้
นำเรื่องรอบตัวและเหตุการณ์ในโลกมาเล่าในมุมที่ชวนคิดและกระทบความรู้สึก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้วใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เองใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/695 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุดมหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทยมหาลัยที่มีเด็กเรียนจบมากที่สุดในไทย5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทยวิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
(หยิบดูด่วน) ทำไมแผงยาต้องมี 'ช่องว่าง' เกินความจำเป็น? ความลับที่คนเกลียดความยุ่งยากต้องรู้ก่อนทิ้งกล่อง!5 ตึกที่หรูหราและมีความสูงมากที่สุดใน ภาคตะวันออก ของประเทศไทยใช้กุญแจมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ทำไมลูกกุญแจต้องมี 'ร่อง' ไม่เท่ากัน? ร่องพวกนี้บอกอะไรเรามากกว่าแค่เปิดประตูรอน วีสลีย์ แผลในใจวัยเด็กกับ "พี่น้องแกล้งกัน"
ตั้งกระทู้ใหม่