หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ฮาวาย: การสูญเสียเอกราชและบทเรียนจากประวัติศาสตร์

เนื้อหาโดย Jujubee

การล่มสลายของอาณาจักรฮาวายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ซับซ้อนของการเปลี่ยนผ่านทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่ไม่ได้เกิดจากการถูกรุกรานโดยกองทัพจากภายนอก แต่เป็นผลจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในที่เปิดรับอิทธิพลตะวันตก จนนำไปสู่การสูญเสียอำนาจอธิปไตยอย่างถาวร

ราชวงศ์ฮาวายและการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรก

 

อาณาจักรฮาวายก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 โดยกษัตริย์คาเมฮาเมฮาที่ 1 ซึ่งใช้เทคโนโลยีตะวันตก เช่น ปืนและเรือรบ เพื่อรวบรวมหมู่เกาะฮาวายให้เป็นหนึ่งเดียว กษัตริย์คาเมฮาเมฮาไม่ได้เพียงแค่ใช้เทคโนโลยีตะวันตกเท่านั้น แต่ยังปรับเปลี่ยนโครงสร้างสังคมของฮาวายให้สอดคล้องกับแนวคิดแบบตะวันตกมากขึ้น

 

ตัวอย่างสำคัญคือการนำระบบกรรมสิทธิ์ที่ดินเข้ามาใช้ ในอดีต ระบบที่ดินของฮาวายเป็นระบบที่ดินส่วนรวม (communal land system) ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้ร่วมกัน แต่เมื่อมีการแปรรูปที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลตามแบบตะวันตก ที่ดินของชนพื้นเมืองจำนวนมากตกไปอยู่ในมือของนักลงทุนและนายทุนต่างชาติ

นอกจากนี้ ศาสนาคริสต์ยังมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงในฮาวาย โดยราชวงศ์หันมานับถือศาสนาคริสต์แทนความเชื่อดั้งเดิมของตน มิชชันนารีจากตะวันตกมีอิทธิพลต่อระบบการศึกษา กฎหมาย และสังคม จนทำให้วัฒนธรรมฮาวายดั้งเดิมถูกแทนที่ด้วยค่านิยมแบบตะวันตก

อุตสาหกรรมการเกษตรและอิทธิพลของนักลงทุนต่างชาติ

 

เศรษฐกิจของฮาวายในศตวรรษที่ 19 เปลี่ยนจากระบบดั้งเดิมไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกอ้อยและสับปะรดเพื่อการส่งออก นักลงทุนจากสหรัฐฯ และยุโรปเป็นผู้ที่ควบคุมอุตสาหกรรมเหล่านี้ ส่งผลให้ชนชั้นสูงของฮาวายพึ่งพาเศรษฐกิจจากต่างชาติมากขึ้น

 

การเติบโตของอุตสาหกรรมเกษตรนำไปสู่การนำเข้ากรรมกรจากจีน ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์มาทำงานในไร่ ซึ่งทำให้ประชากรของฮาวายเปลี่ยนแปลงไป และชาวพื้นเมืองฮาวายเริ่มมีบทบาทน้อยลงในเศรษฐกิจของตนเอง

การรัฐประหารและการเข้ายึดครองของสหรัฐฯ

 

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชนชั้นนำของฮาวายเริ่มตระหนักถึงอิทธิพลที่มากขึ้นของต่างชาติ และมีความพยายามที่จะฟื้นฟูอำนาจของตนเอง ในปี 1893 ราชินีลิลิอูโอคาลานี พยายามร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อลดอำนาจของชาวต่างชาติในฮาวาย อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักลงทุนชาวอเมริกันที่มีผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมเกษตร ไม่พอใจกับความเคลื่อนไหวนี้และดำเนินการรัฐประหารโดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือสหรัฐฯ

 

หลังจากการโค่นล้มราชินี ฮาวายถูกปกครองโดยสาธารณรัฐฮาวาย โดยมี Sanford Dole เป็นประธานาธิบดีคนแรก ซึ่งเป็นญาติของ James Dole เจ้าของธุรกิจสับปะรดรายใหญ่ที่ต่อมากลายเป็น Dole Food Company ในที่สุด ฮาวายถูกผนวกเข้าเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ในปี 1898 และกลายเป็นรัฐที่ 50 ของสหรัฐฯ ในปี 1959

ฮาวายในปัจจุบัน: ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ

 

ปัจจุบัน แม้ว่าฮาวายจะเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาแล้ว แต่ประชากรพื้นเมืองฮาวายจำนวนมากยังคงเผชิญกับความยากจนและการพลัดถิ่น ที่ดินส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยบริษัทใหญ่และนักลงทุนต่างชาติ 90% ของที่ดินในฮาวายถูกถือครองโดยชาวอเมริกันเชื้อสายยุโรป แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพียง 25% ของประชากรของรัฐ นอกจากนี้ ฮาวายยังเป็นรัฐที่มีจำนวนประชากรไร้บ้านมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา

 

การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และราคาที่ดินที่สูงขึ้นทำให้ชาวพื้นเมืองจำนวนมากต้องออกจากบ้านเกิดของตนเอง แม้แต่ Mark Zuckerberg แห่ง Facebook ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการซื้อที่ดินในฮาวาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขับไล่ชาวฮาวายดั้งเดิมในอดีต

 

บทเรียนจากฮาวาย: การเปิดรับอิทธิพลภายนอกและการสูญเสียตัวตน

 

กรณีของฮาวายสะท้อนให้เห็นว่าการล่าอาณานิคมไม่จำเป็นต้องเกิดจากการใช้กำลังหรือสงคราม แต่สามารถเกิดขึ้นได้จาก “การเปิดรับอิทธิพลภายนอกอย่างไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์” การสูญเสียเอกราชของฮาวายเกิดจากการที่ชนชั้นนำเปิดรับวัฒนธรรมและแนวคิดแบบตะวันตกอย่างเต็มที่จนทำให้ระบบสังคมของตนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

 

ในเชิงปรัชญา แนวคิดของ Gnosticism ได้กล่าวถึงหลักการของ “Know Thyself” หรือ “จงรู้จักตนเอง” ซึ่งสามารถนำมาใช้กับกรณีของฮาวายได้ หากสังคมต้องการคงความเป็นตัวเอง การพัฒนาไม่ควรมาจากการลอกเลียนแบบหรือพึ่งพาอิทธิพลจากภายนอกโดยไม่ตั้งคำถาม แต่ต้องเกิดจากการเข้าใจรากฐานของตนเอง

บทสรุป

 

เรื่องราวของฮาวายแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะ “การรุกรานจากภายนอก” เท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นได้จากการที่ชนชั้นนำของสังคมเองเลือกที่จะเปิดรับอิทธิพลจากภายนอกจนสูญเสียรากเหง้าของตนไป

บทเรียนจากฮาวายทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า “สังคมควรพัฒนาไปข้างหน้าอย่างไร โดยไม่สูญเสียตัวตน?” และ “ความนิยมในสิ่งที่เป็นอื่นสามารถนำไปสู่การทำลายตนเองได้หรือไม่?” เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่กรณีศึกษาของฮาวายเท่านั้น แต่เป็นบทเรียนที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสังคมทั่วโลกในยุคปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญกับกระแสโลกาภิวัตน์และอิทธิพลจากมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม

เนื้อหาโดย: Jujubee
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Jujubee's profile


โพสท์โดย: Jujubee
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: Jujubee, ลิลลี่ ไมโครนอส
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 256910 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุดแมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุดมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุดอำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทยครูมวยพิมายควบ "เจ้าทอม" สู้แดดไปเลือกตั้ง! สีสันโคราชคึกคัก ปลุกพลังใช้สิทธิเปลี่ยนประเทศไขปริศนา URL: ทำไมยุคนี้ "www" ถึงหายไป และเรายังจำเป็นต้องพิมพ์อยู่ไหม?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
อลังการปีม้า🐴โรบินสันสมุทรปราการทำเก๋👀ประกวดโอรสธิดาลูกหลานเจ้าแม่กวนอิม จัดโดยมหามงคลฟิล์มสตูดิโอโปรดักชั่นคึกคัก🪭ปีม้า🇹🇼เปิดตรุษจีนยิ่งใหญ่ประกวดโอรสธิดาลูกหลานเจ้าแม่กวนอิมโรบินสัน สมุทรปราการ สภาวัฒนธรรมสมุทรปราการจัดโต๊ะทำงานอย่างไรให้เฮลท์ตี้ ปัง เฮง แถมดีต่อสุขภาพการทำงานพัฒนาตัวเองด้วย ทฤษฎี 21 วัน เปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนชีวิต สร้างคุณเป็นคนใหม่
ตั้งกระทู้ใหม่