ราคาตึกที่สำนักงานประกันสังคมซื้อ ควรมีราคาเท่าไหร่
โพสท์โดย doctorsopon
สังคมกำลังอยากทราบว่าราคาตึกที่สำนักงานประกันสังคมซื้อ ควรมีราคาเท่าไหร่กันแน่ มีวิธีประเมินอย่างไร จึงจะทราบราคาที่แท้จริง
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) กล่าวว่าการประเมินมูลค่าในกรณีนี้เป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมืองจึงยังไม่อาจบ่งชี้ถึงมูลค่าในปัจจุบันและมูลค่าแต่เดิมตอนซื้อได้ ในกรณีนี้ ดร.โสภณจึงทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและประธานคณะกรรมการสำนักงานประกันสังคม (ปลัดกระทรวงแรงงาน) เพื่ออาสาประเมินค่าให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติ
อย่างไรก็ตาม การประเมินค่าทรัพย์สินในกรณีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรนัก โดยผู้สนใจสามารถดำเนินการได้ไม่ยากใเช่นนเบื้องต้นได้เช่นกันหากมีข้อมูลที่เพียงพอ ในที่นี้ ดร.โสภณจึงขอเสนอวิธีการประเมิน
วิธีแรกคือการประเมินโดยวิธีการเปรียบเทียบตลาด โดยพึงมีข้อมูลขนาดพื้นที่ให้เช่าสุทธิทั้งหมด (ซึ่งหมายถึงพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดลบด้วยพื้นที่ส่วนกลาง บันได โถงโล่ง หรือพื้นที่สาธารณะอื่น) อาจกล่าวได้ว่าพื้นที่ให้เช่าสุทธิจะเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด แล้วนำมาคูณด้วยราคาขายที่สมควรของอาคารนี้ โดยราคาขายดังกล่าววิเคราะห์จากข้อมูลตลาดในพื้นที่ใกล้เคียงย่านรัชดาภิเษกและถนนพระราม 9 ทั้งนี้ราคาขายที่สมควรอาจมากน้อยกว่าราคาตลาดในพื้นที่ โดยพิจารณาตามสภาพของอาคารของสำนักงานดังกล่าว
ตัวอย่างเช่น หากพื้นที่สุทธิที่สามารถขายได้เป็น 70,000 ตารางเมตร และราคาต่อตารางเมตรที่สมควรขายได้อยู่ที่ 100,000 บาท มูลค่าของอาคารนี้ก็จะเป็นเงิน 7,000 ล้านบาท แต่หากตัวเลขข้างต้นในความเป็นจริงสูงหรือต่ำกว่านี้ ราคาก็อาจแตกต่างออกไป
วิธีที่สองคือการแปลงรายได้เป็นมูลค่า โดย
1. ผู้ประเมินพึงทราบถึงขนาดพื้นที่สุทธิที่สามารถขายหรือเช่าได้ข้างต้น
2. คูณด้วยค่าเช่าต่อตารางเมตรต่อเดือนโดยเฉลี่ย (ค่าเช่าจริงในแต่ละหน่วยอาจมีความแตกต่างกันตามชั้น ขนาดและปัจจัยอื่นๆ) แล้วคูณด้วย 12 เดือนเป็นค่าเช่าต่อปี
3. หักอัตราว่างจากตลาดในพื้นที่ เช่น 20% ค่าใช้จ่ายในการบริหารอาคารเช่น 30% ก็จะได้รายได้สุทธิ
4. นำรายได้สุทธิไปหารเลือกผลตอบแทน ที่กำหนดโดยมูลนิธิประเมินค่า-นายหน้าแห่งประเทศไทย (www.taeaf.org) ที่ประมาณ 7% ก็จะได้มูลค่าที่สมควรเบื้องต้นของอาคารดังกล่าว
ตัวอย่างเช่น
1. สมมติอาคารมีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวมขนาด 70,000 ตารางเมตร
2. เมื่อคุณด้วยค่าเช่าตลาดสมมุติที่ 1,000 บาทต่อเดือน เมื่อคิดเป็นเวลาหนึ่งปีก็จะเป็นเงิน 840 ล้านบาทต่อปี
3. เมื่อหักอัตราว่าง 20% และค่าใช้จ่าย 30% ก็จะเป็นรายได้สุทธิที่ 470.4 ล้านบาท
4. เมื่อนำรายได้สุทธิมาหาด้วยอัตราผลตอบแทน 7% ก็จะเป็นเงิน 6,720 ล้านบาท เป็นต้น
5. ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าตัวเลขที่สมมุติข้างต้นสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่และพึงวิเคราะห์ในรายละเอียดแบบวิธีคิดลดกระแสเงินสดหรือ discounted cash flow (DCF)
ดร.โสภณจึงหวังว่ากระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมจะยินดีให้ตนประเมินค่าทรัพย์สินอาคารนี้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และทางราชการควรว่าจ้างบริษัทประเมินค่าทรัพย์สินที่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างน้อย 3 บริษัทเพื่อพิจารณาเปรียบเทียบในรายละเอียดต่อไป เพราะค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างคงไม่เกิน 0.005% ของราคาตลาดที่ประเมินได้ และในทุกกรณีที่ทางราชการจะซื้อทรัพย์สินใด ควรให้มีการประเมินค่าทรัพย์สินอย่างถูกต้องเสียก่อนและเปิดเผยผลการประเมินต่อสาธารณะเพื่อความโปร่งใสในโอกาสต่อไป
อนึ่ง ดร.โสภณเป็นผู้ประเมินค่าทรัพย์สินชั้นวุฒิที่สำนักงาน ก.ล.ต. รับรอง และสมาชิก Royal Institution of Chartered Surveyors (RICS) แห่งสหราชอาณาจักรที่รับรองการเป็นผู้ประเมิน และยังเป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิประเมินค่า-นายหน้าแห่งประเทศไทย ขณะนี้ ดร.โสภณ ไปประชุมเรื่องอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส แล้วจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันเสาร์ที่ 15 มีนาคม ศกนี้
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายน
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
5ข้อที่แมวชอบนอนเพราะอะไร
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด



