การทำเกลือหกความเชื่องมงายของยุโรปที่เชื่อกันว่าจะเป็นลางร้าย
การทำเกลือหกความเชื่องมงายของยุโรปที่เชื่อกันว่าจะเป็นลางร้าย
การทำเกลือหก (อังกฤษ: spilling salt) เป็นความเชื่องมงายของยุโรปที่เชื่อกันว่าจะเป็นลางร้าย (omen)
งานโมเสกโดยจาโคโม ราฟฟาเอลลีซึ่งเป็นงานลอกเลียนของงานจิตรกรรม พระกระยาหารมื้อสุดท้าย โดย เลโอนาร์โด ดา วินชี ในภาพจูดาส์ อิสคาริออทผู้ถือถุงเงินทางซ้ายของพระเยซู ชนเกลือด้วยศอกจนล้ม
คำอธิบายอันแพร่หลายของความเชื่อดังกล่าวมีรากฐานมาจากการที่จูดาส์ อิสคาริออททำเกลือหกระหว่างพระกระยาหารมื้อสุดท้าย ที่ปรากฏในภาพ "พระกระยาหารมื้อสุดท้าย" โดย เลโอนาร์โด ดา วินชี ที่เป็นภาพจูดาส์ อิสคาริออททำกระปุกเกลือหก
แต่คำอธิบายนี้อาจจะไม่ใช่คำอธิบายที่แท้จริง เพราะเกลือเป็นสิ่งที่มีราคาแพงในสมัยโบราณ[3] ซึ่งทำให้เกลือกลายเป็นสัญลักษณ์ของความไว้วางใจและความเป็นมิตร ดังสุภาษิตเยอรมันที่ว่า “ผู้ใดที่ทำเกลือหกผู้นั้นก่อให้เกิดความเป็นศัตรู”
ตามความเห็นของนักประพันธ์ชาวฝรั่งเศสชาร์ลส์ โนดิเยร์ ในบรรดา “คนป่าเถื่อน” “การทำเกลือหก. . .เป็นการแสดงการปฏิเสธการพิทักษ์และการต้อนรับจากคนแปลกหน้า เพราะอาจจะมาจากความสงสัยว่าคนแปลกหน้าอาจจะเป็นขโมยหรือฆาตกร”
นอกจากนั้นแล้วเกลือก็ยังเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาด้วย เกลือใช้ในการทำน้ำมนต์สำหรับคริสต์ศาสนพิธีของโรมันคาทอลิก
ฉะนั้นเกลือจึงเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการขจัดสิ่งชั่วร้าย ฉะนั้นอาหารที่เซิร์ฟในวันวันแซบัธแม่มดจึงเป็นอาหารที่ปราศจากเกลือ
เกลือเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์คุณค่าของความศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูในการอ้างอิงว่าทรงเป็น “เกลือแห่งโลก” ในเมื่อเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์และการพิทักษ์เกลือจึงเป็นสิ่งที่ถ้าสูญเสียไปก็จะเป็นเครื่องแสดงถึงความไม่เป็นมงคล
การแก้เคล็ดก็มีด้วยกันหลายวิธี ความเชื่อร่วมสมัยที่พบมากที่สุดคือให้โยนเกลือข้ามไหล่ซ้ายเพื่อให้โดนหน้าปีศาจที่แฝงตัวอยู่ตรงนั้น[8] หรือตามความเชื่อที่ว่าถ้าทำไวน์หกแล้วจะโชคดี ฉะนั้นระหว่างมืออาหารผู้ที่ทำเกลือหกก็จะรออย่างกระวนกระวายให้พนักงานเสริฟมาเทไวน์ใส่ตักให้
ความเชื่อที่ว่าจะเป็นลางร้ายเมื่อทำเกลือหกเป็นความเชื่อโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ
ในปี ค.ศ. 1556 ใน “Hieroglyphica” โดย เปียโร วาเลริอาโน โบลซานีรายงานว่า “เกลือเดิมเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพ เพราะเป็นสิ่งที่ยั่งยืน และเป็นสิ่งที่ใช้ในการรักษาสิ่งอื่นให้คงทนอยู่นาน ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งแรกที่เจ้าของบ้านจะมอบให้แก่แขกก่อนอาหารอื่น เพื่อเป็นการเน้นถึงสัมพันธภาพอันดีระหว่างทั้งสองฝ่าย ฉะนั้นการทำเกลือหกบนโต๊ะจึงถือกันว่าเป็นลางร้าย แต่ในทางตรงกันข้ามการทำไวน์หกเป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะไวน์ที่ยังไม่ได้ผสมกับน้ำ”
แต่ก็มีผู้ทีเยาะเย้ยความเชื่อเรื่องลางร้าย เฮอร์เบิร์ต สเป็นเซอร์กล่าวว่า “การตระหนักว่ามีความเชื่อว่าการทำเกลือหกจะตามด้วยลางร้าย ที่เป็นความคิดที่มาจากการตระหนักของคนป่าเถื่อน ที่เต็มไปด้วยความเชื่อเกี่ยวกับลางร้าย และ เครื่องราง เป็นการเปิดช่องให้รับความคิดอื่นในทำนองเดียวกันของคนป่าเถื่อนเข้ามา”.
เขียนโดย Man
ผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไร
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
ข้อมูลในโทรศัพท์ของเรามาจากไหน? มือถือเครื่องเดียวอาจเก็บเรื่องราวของเราไว้มากกว่าที่คิด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ชนสำนักใหญ่! ส่องเลขเด็ดงวด 1 ตุลาคม เสือตกถังพลังเงินดี ปะทะ ม้าสีหมอก ตัวไหนเด่น ตัวไหนชน มาคุยกัน!
น้ำผึ้งหนึ่งช้อนชาต้องใช้ผึ้งงานกี่ตัว
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
คาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่
สถิติย้อนหลัง 10 ปี ออกเลขไหนบ้างมาดูกัน
โรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
ผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไร
คาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่




