หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปลอกหมอนที่ไม่ได้ซัก 1 อาทิตย์มีจำนวนแบคทีเรียมากกว่าที่นั่งชักโครกถึง 17,000 เท่า!


เขียนโดย good4289

เรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับหลายคนคือยุ่งกับงาน ตารางสังสรรค์ตอนเย็นแน่นเต็มไปหมด แล้วกลับถึงบ้านก็ล้มตัวลงนอน ครั้งสุดท้ายที่ซักผ้าปูที่นอนคือเมื่อไหร่ ยังจำได้มั๊ย คนทั่วไปมักใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตอยู่บนเตียง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะทำให้เตียงดูสบายและน่านอน แต่ภายใต้หมอนอิงและของตกแต่งต่างๆ นั้น มีเชื้อโรคมากมายที่อยู่บนเตียงที่แสนจะอบอุ่น ขณะที่วางหัวลงบนหมอน รู้หรือไม่ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ใต้หมอน?

หลังจากการวิเคราะห์เครื่องนอนในแต่ละขั้นตอนตั้งแต่การซักครั้งสุดท้ายหลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ ปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนจะมีจำนวน CFU (Colony-Forming Unit:หน่วยนับจำนวนแบคทีเรีย) ระหว่าง 3 ล้านถึง 5 ล้านหน่วยต่อตารางนิ้ว เมื่อถึงสัปดาห์ที่ 4 ทั้งปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนจะมี CFU เกือบ 12 ล้านหน่วย เปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพปริมาณแบคทีเรียบนเครื่องนอนกับสิ่งของที่คนทั่วไปคิดว่าสกปรก พบว่าเตียงเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างมีเชื้อโรค ปลอกหมอนที่ซักเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีจำนวนแบคทีเรียมากกว่าที่นั่งชักโครกถึง 17,000 เท่า!

ในการศึกษาพบว่ามีแบคทีเรียสายพันธุ์หลักสี่สายพันธุ์ที่ชอบอยู่บนผ้าปูที่นอน แบคทีเรียชนิดที่พบมากที่สุด คือแบคทีเรียที่มักทำให้เกิดโรคปอดบวมและการติดเชื้อประเภทต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดการดื้อยาปฏิชีวนะ และ แบคทีเรียที่มักเป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษอีกด้วย

แม้การซักปลอกหมอนเป็นประจำจะเป็นส่วนสำคัญในการจำกัดการเติบโตของแบคทีเรีย แต่ถึงจุดหนึ่ง การเปลี่ยนหมอนใหม่ทุก ๆ 1 – 2 ปี ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะแบคทีเรียไม่ใช่สิ่งไม่พึงประสงค์เดียวที่สะสมอยู่ในหมอน บรรดาเหงื่อ เส้นผม น้ำลาย น้ำมันในร่างกาย และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทั้งหมดจะถูกสะสมอยู่บนหมอน ถึงจะมีปลอกหมอน แต่มันก็อาจไม่สามารถป้องกันได้เพียงพอ ของเหลวและเศษเล็กเศษน้อยเหล่านี้อาจทำให้เกิดเชื้อรา และสปอร์ของเชื้อรา รวมถึงสารก่อภูมิแพ้อื่น ๆ ก็จะสะสมและเจริญเติบโต จนทำให้เกิดกลิ่นเหม็น การซักหมอนและปลอกหมอนอาจช่วยกำจัดกลิ่นได้ก็จริง แต่ไม่สามารถกำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้ทั้งหมดอยู่ดี

แปลโดย: good4289
ที่มา: amerisleep
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
good4289's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 128 ครั้ง
เขียนโดย good4289
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทย10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอดถนนชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส ที่ถูกตั้งชื่อถนนให้เป็นภาษาไทย5 จังหวัดที่คนโสดเยอะที่สุดในไทย อยู่แล้วเหงาหรืออยู่แล้วแฮปปี้?5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพงผักที่หากินยากที่สุดในไทยสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยรวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569จังหวัดที่มีจำนวนอำเภอมากที่สุดในประเทศไทยคลองที่ใช้คนขุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทยเปลี่ยนของเก่าเป็นเงิน! ชี้เป้า 5 ตลาดปล่อย "ของมือสอง" ใน กทม. ค่าที่ถูก คนเดินเยอะ ปล่อยของออกไวเมืองหลวงใดที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 อันดับอาหารไทยเริ่มหายไป แต่คนไทยยังคิดถึงที่สุดผักที่หากินยากที่สุดในไทยวิธีป้องกัน “กรดไหลย้อน” ดูแลตัวเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความเสี่ยงโรคกรดไหลย้อนการหายไปอย่างลึกลับของเครื่องบินลำใหญ่ที่ยังคงเป็นปริศนามาจนปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
6 อันดับอาชีพเงินดีในไทย ไม่ต้องจบสูงก็รวยได้5 อันดับอาหารไทยเริ่มหายไป แต่คนไทยยังคิดถึงที่สุด8 อันดับมหาวิทยาลัยรัฐสุดปัง เรียนดี โอกาสงานสูง “จากมุมมองตลาดงานจริง”7 โรงเรียนดังในไทย คุณภาพดี ค่าเทอมไม่แรงอย่างที่คิด
ตั้งกระทู้ใหม่