ภาวะ Social Jet Lag ง่วงนอนตลอดวันทำงาน ไม่ได้ขี้เกียจ’ แค่เป็น ‘Social jet lag’
Social jet lag เป็นอาการที่เกิดจากรูปแบบ หรือลักษณะการพักผ่อนที่แตกต่างกันเกินไป ระหว่างวันหยุดและวันทำงาน ส่งผลให้นาฬิกาชีวิตผิดเพี้ยนไป จึงเกิดอาการอ่อนเพลีย ง่วงซึมตลอดเวลา คล้ายกับอาการ Jet Lag ที่เกิดจากการเดินทางไกลข้าม Time Zone
นักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Ludwig-Maximilian ในนครมิวนิค เยอรมนี กล่าวว่า มีผู้คนจำนวนมากที่มีอาการอ่อนเพลีย รู้สึกง่วงนอนตลอดเวลาคล้ายกับ Jet lag ในเวลาที่ต้องทำงาน เรียกว่า Social Jet lag หรืออาการเมาเวลาที่เกิดจากวิถีชีวิตและสภาพสังคม ซึ่งเกิดจากตารางเวลาทำงานที่ไม่สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต หรือ Biological Clock ในร่างกายคนเรา
Social jet lag เกิดจากอะไร?
สาเหตุหลักเกิดจาก การเข้านอนไม่เป็นเวลา ส่งผลให้ Circadian Rhythms หรือนาฬิกาชีวิตปั่นป่วน
ว่าง่าย ๆ คือ การเข้านอนและตื่นนอนในช่วงเวลาที่ต่างกันระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์และวันทำงาน เสมือนเราเดินทางข้ามประเทศและเปลี่ยนทามโซน นาฬิกาชีวิตที่ต้องปรับไปมา จึงรวนเรและสับสน ส่งผลให้หลายคนมีอาการง่วงซึม และอ่อนเพลียในเช้าวันจันทร์ หรือวันที่เพิ่งกลับมาทำงานหลังจากหยุดยาว แม้ในคืนก่อนหน้าจะนอนหลับมามากพอก็ตาม
ผลกระทบจาก Social jet lag
- ร่างกายเหนื่อยล้า ง่วง ไร้เรี่ยวแรง บางคนมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง เนื่องมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอติดต่อกัน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
- ขาดสมาธิ ไม่สามารถโฟกัสกับงานได้
- ทำให้ทักษะการจดจำ การให้เหตุผล การคิดแบบมีตรรกะลดลง และอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย
- เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน เพราะนาฬิกาชีวิตที่แปรปรวนจะไปรบกวนระบบเผาผลาญของร่างกาย รวมถึงการหลั่งของฮอร์โมนต่าง ๆ
- เสี่ยงกับโรคหัวใจ โรคเบาหวาน (ชนิดที่ 2) รวมไปถึงโรคซึมเศร้า
วิธีรับมือ เมื่อต้องเผชิญกับอาการ Social Jet lag
1.จัดตารางการนอนหลับให้สม่ำเสมอ การเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวัน แม้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อปรับให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายสมดุล และไม่ทำให้นาฬิกาชีวิตสับสน สิ่งนี้อาจทำได้ยากในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะปรับตัวเข้ากับกิจวัตรใหม่ และจะเริ่มรู้สึกได้พักผ่อนและตื่นตัวมากขึ้น
2.สร้างสภาพแวดล้อมการนอนหลับที่ผ่อนคลาย การรักษาห้องนอนให้ เย็น มืด และเงียบ หลีกเลี่ยงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนสัก 1 ชั่วโมง เพื่อไม่แสงสีฟ้าจากหน้าจอมารบกวนการนอนหลับ
3.การออกกำลังกายเป็นประจำ สามารถช่วยควบคุมนาฬิกาชีวิต ช่วยปรับปรุงอารมณ์ และลดความเครียด ความวิตกกังวล ตั้งเป้าออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 30 นาทีในแต่ละวัน อย่างเช่น การเดิน วิ่งจ็อกกิ้ง หรือปั่นจักรยาน
4.ก่อนนอนควรทำร่างกายและสมองให้ผ่อนคลายที่สุด อย่างเช่น อาบน้ำอุ่น ๆ จุดเทียนหอม ฟังเพลงบรรเลง หรืออ่านหนังสือ
5.ในตอนเช้าให้ปรับสภาพแวดล้อมอีกครั้ง เปิดไฟให้สว่าง หรือเปิดม่านรับแสง เพื่อให้แสงช่วยกระตุ้นสมอง ร่างกาย การหลั่งของฮอร์โมน และช่วยขจัดความอ่อนเพลีย ให้นาฬิกาชีวิตพร้อมเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
แนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
คณะที่เรียนจบยากที่สุดในประเทศไทย
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
จังหวัดที่คนย้ายไปแล้วไม่อยากกลับกรุงเทพ”
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
เลขเด็ดเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวด 16 พฤษภาคม 2569 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
ย้อนรอยเมนูเด็ดรุ่นปู่ย่า! 4 วิธีกิน "ข้าวสวย" คู่กับผลไม้และน้ำมันหมู เรื่องแปลกที่อร่อยจริง
ไม่ได้มีแค่พระองค์เดียว! เปิดลำดับ "พระพุทธเจ้า" ในอดีตและอนาคต ยอดรวมทั้งหมดมีกี่พระองค์กันแน่?
ล้างไส้อ่อนหมูผิดมาตลอด? วิธีง่ายๆ ที่ทำให้หายคาว หายขม อร่อยขึ้นทันที
มิเตอร์ไฟดิจิทัลต่างจากจานหมุนอย่างไร ทำไมบางบ้านรู้สึกว่าค่าไฟพุ่ง
มะเขือพวง ผักลูกเล็กในครัวไทย กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์และปลอดภัย
ประเทศไหนรีไซเคิลขยะดีที่สุดในโลก เยอรมนีทำได้อย่างไร








