โคลอสเซียม สนามประลองสังเวียนเลือดที่ใหญ่ที่สุดในโลก!
เมื่อพูดถึงการต่อสู้กลาดิเอเตอร์ (Gladiator) หลายคนคงนึกถึงการต่อสู้ที่โหดร้ายและดุเดือดในสนามที่เต็มไปด้วยเลือดและความตาย ซึ่งไม่ใช่แค่ความบันเทิงสำหรับชาวโรมันในสมัยโบราณเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงอำนาจของจักรวรรดิและความเชื่อมโยงระหว่างสังคมชนชั้นสูงและชนชั้นล่างในการสร้างความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมัน หนึ่งในสังเวียนเลือดที่โด่งดังที่สุดในโลกก็คือ “โคลอสเซียม” (Colosseum) สถานที่ที่มีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมการต่อสู้ในยุคโรมัน
ที่มาของโคลอสเซียม
โคลอสเซียมหรือ “Flavian Amphitheatre” เป็นสังเวียนการต่อสู้ที่ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 70 โดยจักรพรรดิ แวสปาเซียน (Vespasian) และเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 80 ในสมัยของจักรพรรดิ ทิตัส (Titus) โคลอสเซียมได้รับชื่อเสียงจากการที่เป็นสถานที่สำหรับการต่อสู้ของนักสู้กลาดิเอเตอร์ สัตว์ป่า การประลองมวยปล้ำ และการแสดงที่ยิ่งใหญ่ซึ่งมีความสำคัญในวัฒนธรรมโรมันในเวลานั้น
โคลอสเซียมมีลักษณะเป็นสนามกีฬากลมที่สามารถจุคนได้ถึง 50,000 – 80,000 คน โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 189 เมตร และยาว 156 เมตร ที่นั่งของผู้ชมถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับเพื่อแยกตามชนชั้นของผู้เข้าชม เริ่มจากชนชั้นสูงที่นั่งอยู่ด้านบนสุดและชนชั้นล่างที่นั่งอยู่ด้านล่างสุด
การต่อสู้กลาดิเอเตอร์ในโคลอสเซียม
การต่อสู้กลาดิเอเตอร์เป็นการต่อสู้ที่ผู้เข้าร่วมซึ่งมักเป็นทาสหรือเชลยศึก ต้องต่อสู้กันเองหรือกับสัตว์ป่า เพื่อความบันเทิงของชาวโรมัน การแข่งขันเหล่านี้เต็มไปด้วยความรุนแรงและความตาย โดยมีเป้าหมายหลักในการเอาชีวิตรอด
นักสู้กลาดิเอเตอร์ มักจะถูกฝึกฝนอย่างหนักในโรงเรียนฝึกกลาดิเอเตอร์ (Ludus) ก่อนที่จะถูกส่งไปต่อสู้ในสังเวียน นักสู้กลาดิเอเตอร์แต่ละคนจะมีทักษะการต่อสู้ที่แตกต่างกัน เช่น นักสู้ที่ใช้โล่และดาบ (Murmillo) หรือที่ถือดาบและตะบอง (Thraex) การต่อสู้มีลักษณะเป็นการแข่งขันที่อาจมีการต่อสู้หลายรอบ โดยจะมีการใช้สิ่งของหลากหลาย เช่น อาวุธ, โล่, และอุปกรณ์เสริมในการต่อสู้
สำหรับเกมที่จัดขึ้นในโคลอสเซียม ส่วนใหญ่จะเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีการจำกัดเวลา ผู้ที่แพ้จะต้องถูกฆ่าหรือได้รับการลงโทษร้ายแรงจากผู้ชม ในบางครั้ง ผู้ชมจะมีส่วนในการตัดสินชะตาชีวิตของนักสู้กลาดิเอเตอร์โดยการโหวตว่าจะให้พวกเขาได้รับชีวิตหรือไม่ หากผู้ชมโห่ร้องหรือตะโกน “Pollice verso” ซึ่งหมายถึงการยกนิ้วลง จะเป็นสัญญาณให้นักสู้กลาดิเอเตอร์ตายทันที
การจัดการแข่งขันที่โหดร้าย
โคลอสเซียมไม่เพียงแต่ใช้สำหรับการแข่งขันกลาดิเอเตอร์เท่านั้น แต่ยังใช้เป็นสถานที่สำหรับการจัดการประลองระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่า หรือ “Venatio” ซึ่งเป็นการปล่อยสัตว์เช่น สิงโต, เสือ, จระเข้, และช้าง เข้ามาในสนามและให้นักสู้กลาดิเอเตอร์ต่อสู้กับพวกมัน ในบางครั้งก็มีการปล่อยสัตว์หลายสิบตัวในสนามเดียวกันเพื่อเพิ่มความท้าทายให้กับนักสู้
นอกจากนี้ โคลอสเซียมยังเคยจัดการแสดงที่เรียกว่า “Naumachiae” ซึ่งเป็นการจำลองการต่อสู้ทางทะเล โดยการเติมน้ำลงไปในสนามและจัดการต่อสู้ระหว่างเรือที่มีนักสู้บนเรือ ต่อสู้กันจนถึงความตาย
การใช้งานโคลอสเซียมในยุคหลัง
โคลอสเซียมไม่ได้ใช้แค่สำหรับการต่อสู้กลาดิเอเตอร์เท่านั้น ในช่วงยุคจักรวรรดิและหลังจากนั้นโคลอสเซียมก็ถูกใช้เป็นที่พักพิงของผู้คนในช่วงสงครามหรือภัยธรรมชาติ นอกจากนี้ในช่วงยุคกลาง โคลอสเซียมยังเคยถูกใช้เป็นที่อยู่ของนักบวชและเป็นแหล่งทรัพยากรที่ใช้ในการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ในกรุงโรม
หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันในศตวรรษที่ 5 โคลอสเซียมเริ่มเสื่อมสภาพจากการถูกโจมตีจากแผ่นดินไหวและการขาดการบำรุงรักษา ทำให้มันกลายเป็นซากปรักหักพังในที่สุด
โคลอสเซียมในยุคปัจจุบัน
แม้ว่าโคลอสเซียมจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปในแง่ของการเป็นสนามการต่อสู้กลาดิเอเตอร์ แต่ยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดในโลก โคลอสเซียมถูกประกาศให้เป็นหนึ่งใน “7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่” ในปี 2007 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1980
โคลอสเซียมยังเป็นสัญลักษณ์ของอารยธรรมโรมันและเป็นที่ศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของการต่อสู้กลาดิเอเตอร์และการแสดงความรุนแรงในสังคมโรมัน โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของมันอย่างต่อเนื่อง
โคลอสเซียมไม่ใช่แค่สังเวียนเลือดที่ใช้สำหรับการต่อสู้กลาดิเอเตอร์และการประลองที่โหดร้ายเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงอำนาจ ความยิ่งใหญ่ และความโหดร้ายของจักรวรรดิโรมัน แม้ว่าสังเวียนแห่งนี้จะถูกใช้เพื่อความบันเทิงของชนชั้นสูงในยุคนั้น แต่ก็สะท้อนถึงการต่อสู้และการเสียสละชีวิตในโลกที่ไม่เท่าเทียมกันและโหดร้าย
โคลอสเซียมได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประวัติศาสตร์โลก ซึ่งยังคงเป็นที่น่าสนใจและศึกษาจนถึงปัจจุบัน ทั้งในแง่ของสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และการสะท้อนถึงความโหดร้ายในอดีต
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
วัวแอนโคเล–วาตูซี: มหากาพย์เขายักษ์และจิตวิญญาณแห่งแอฟริกา
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้ว
ระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์
เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
เมื่อ "พี่หนุ่ม กะลา" สัมผัสถึงความหนาวในตลาดทอง
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
อินฟลูณเขมร โป๊ะแตะ!
"บุ๋ม ปนัดดา" ถูกอายัดบัญชี 4 บัญชี พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่โจร
สว่างวาบท้าตรุษจีน: เมื่อเจ้าตูบมือไวสั่งโคมไฟนับร้อย








