หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ผัก 4 ชนิด ให้คุณค่าทางโภชนาการมากกว่าเมื่อถูกปรุงให้สุก

เขียนโดย teerap

     โดยส่วนใหญ่ผักส่วนใหญ่กินดิบ ๆ จะมอบสารอาหาร และคุณค่าทางโภชนาการให้กับร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี แต่มีผัก 4 ชนิดที่ควรจะปรุงให้สุกก่อนค่อยนำมารับประทาน ซึ่งมอบคุณค่าทางโภชนาการให้มาก ซึ่งดร.เอมี ไมเยอร์ส ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ของ Austin Ultrahealth Institute (USA) กล่าวว่า ผักแต่ละประเภทมีสารอาหารในตัวเอง และวิธีการแปรรูปก็ส่งผลต่อปริมาณสารอาหารที่ร่างกายของเราจะดูดซึมเข้าไป การปรุงและแปรรูปที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้สูญเสียสารอาหาร และเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ อย่างไรก็ตาม การรับประทานผักแบบดิบไม่ได้มอบคุณค่าทางโภชนาการสูงสุดเสมอไป ขึ้นอยู่กับชนิดของผัก ผัก 4 ชนิดต่อไปนี้ จะให้คุณค่าทางอาหารมากขึ้นเมื่อถูกทำให้สุก อันได้แก่ 

1. ผักโขม เป็นผักที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม และแมกนีเซียม เมื่อปรุงสุกแล้วจะดูดซึมได้ง่ายกว่า และลดกลิ่นเฉพาะตัวที่ไม่พึงประสงค์สำหรับหลายๆคน ผักโขมดิบมีสารออกซาเลต ซึ่งเป็นสารที่ยับยั้งความสามารถในการดูดซับแร่ธาตุหลายชนิด นอกจากนี้การรับประทานอาหารในปริมาณมาก ไม่ดีต่อตับหรือไตในระยะยาว ทำให้อาหารไม่ย่อย และเหนื่อยล้าชั่วคราว ดร.เอมี่กล่าวว่าการต้มหรือนึ่งจะช่วยให้เราได้รับสารอาหารจากผักโขมได้ดีที่สุด 

2. มะเขือเทศ การรับประทานมะเขือเทศดิบหรือปรุงสุกนั้น ล้วนดีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม จากการวิจัยพบว่า การกินมะเขือเทศสุก มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่ามะเขือเทศดิบ เมื่อปรุงสุก ปริมาณไลโคปีนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 35% ไลโคปีน คือสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ สามารถปกป้องเราจากโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง อย่างไรก็ตาม ดร.เอมี่ เตือนว่าวิตามินซีในมะเขือเทศจะลดลง เมื่อปรุงสุก วิธีแก้ไขก็คือ เวลาปรุงสุกมะเขือเทศให้ใช้ระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แต่ถ้าเตรียมเป็นซอสหรือซุป ให้ผสมกับน้ำมันมะกอกลงไปด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหาร 

3. แครอท แครอทปรุงสุกย่อยง่ายกว่า และยังได้รับสารเบต้าแคโรทีนมากกว่าการกินดิบด้วย เบต้าแคโรทีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยชะลอโรคจอประสาทตาเสื่อม ร่างกายสามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามินเอได้ ช่วยป้องกันตาแห้งและตาบอดกลางคืน ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แนะนำให้ใช้วิธีการนึ่งหรือปรุงสุกปานกลาง เพราะแครอทที่ผ่านกระบวนการปรุงสุก จะสูญเสียวิตามินซี 

4. หน่อไม้ฝรั่ง ดร.เอมี่อธิบายว่า หน่อไม้ฝรั่งปรุงสุกมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า เนื่องจากเราสามารถได้รับสารอาหารสำคัญอย่างเต็มที่ เช่น วิตามิน A, C, E และสารต้านอนุมูลอิสระ การปรุงสุกหน่อไม้ฝรั่งช่วยให้ดูดซึมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้หน่อไม้ฝรั่งสุกยังนิ่มกว่า ย่อยง่ายกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ระบบย่อยอาหารอ่อนแอ ควรนึ่งหรือย่างเพียงเล็กน้อยเพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการ และรสชาติที่ดีที่สุดนั่นเอง

เนื้อหาโดย: teerap
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
teerap's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 181 ครั้ง
เขียนโดย teerap
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: lo73l1, teerap
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดที่นักลงทุนต่างชาติจับตาในปี 2569 โอกาสใหม่ของงาน และอสังหาฯ ไทยอำเภอที่คนจีนนิยมที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในประเทศไทย“หนึ่งในสวนสัตว์ ที่ใหญ่ที่สุด” ในประเทศไทย5 สายเรียนที่มีโอกาสตกงานต่ำในไทย (อิงตลาดแรงงานจริง)5 อันดับอาหารไทยเริ่มหายไป แต่คนไทยยังคิดถึงที่สุด9 โรงเรียนที่เด็กสมัครล้นที่สุด รับน้อยแต่คนแย่งเพียบสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคลองที่ใช้คนขุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย8 อาหารไทยรสจัด ที่“คนรุ่นใหม่บางกลุ่มเริ่มกินน้อยลง”ดอกไม้หายากที่พบได้แค่ในไทย เพียงประเทศเดียวเท่านั้นในโลกภาพดาวพฤหัสใกล้ชิดจากจูโน เปิดมุมมองใหม่ของบรรยากาศยักษ์ชมภาพ Techo สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของกัมพูชา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รวม 5 อาชีพรายได้ดี ไม่ต้องเรียนสูง โอกาสทำเงินยังมีเกาะที่มีคนอาศัยอยู่มากที่สุด มีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
​ร้อน ๆ แบบนี้ พัดลมไอเย็นมัน "ช่วยได้จริง" หรือแค่ "ทำให้เหนียวตัว"? ลุงแมน พาไปหาคำตอบแตงโมที่ทนกับความแห้งแล้งมากที่สุดประเทศที่“อากาศร้อนที่สุดในโลก”อุณหภูมิสูงกว่า 50°Cประเทศที่ “ไม่มีรถไฟเลย” แม้แต่สายเดียว
ตั้งกระทู้ใหม่