หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ลักหนังสือพี่เพราะอยากอ่าน

เขียนโดย ธีรยุทธ บุษบงค์

               หากจะว่าเป็นความผิด ฐานขโมยทรัพย์สินผู้อื่น ตอนนั้นก็คงมีโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ

               ผมกำลังคิดถึงตอนอยู่ประมาณชั้นป.สาม กำลังอ่านหนังสือออก กำลังอ่านคล่อง เฉพาะหนังสือเรียนมานีมานะ หนังสืออีกสองกลุ่มเนื้อหาที่ชวนอ่าน คือ สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต (สปช.) และ สร้างเสริมลักษณะนิสัย (สลน.) นั้น ยังไม่จุใจ

               ความอยากอ่านหนังสือนี้ ลองนึกทบทวนทวนว่า ทำไมตอนนั้นจึงอยากขนาดนั้น ก็คงเพราะอยากสะกดอ่านคำใหม่ ๆ อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่มากับตัวหนังสือ

               ตามวิถีชาวบ้าน ในคุ้มบ้านหกหลังนั้นก็เป็นลูกย่า แต่งงานออกเรือน ก็สร้างบ้านใหม่ แต่ก็อยู่ในพื้นที่เดียวกัน

              ก็ตกเย็นวันหนึ่ง ขึ้นไปนั่งเล่นบ้านป้า บ้านป้าปันมีงานแต่งแก้เสียเคราะห์ มีเหตุการณ์ไม่เป็นมงคล หรือเป็นมงคลของคนในบ้านอะไรนั้น ผมจำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าพอพ่อพรหมณ์สวดจบ ผูกแขนด้วยฝ้ายขาวใช้เนื้อขมิ้นเหลืองคลุกอาบตรงกลางเส้นแล้ว ญาติพี่น้องก็นั่งคุยกัน ผมเป็นเด็กนั่งด้านในติดกับกองหนังสือของพี่อุ-ลูกสาวป้า ที่เรียนจบประถมไปหลายปี หนังสือเลยถูกวางไว้อย่างนั้น มีฝุ่นเกาะไม่น้อย 

              ระหว่างพ่อแม่ ย่า ป่า ลุง ญาติพี่น้องคุยกัน ผมก็เปิดอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือเรียนภาษาไทย น่าจะเป็นหลักสูตร พ.ศ.2504 เนื้อหาที่จำได้มีนิทานไทย นิทานอีสป-อึ่งอ่างกับวัว เพลงพื้นบ้านพวกรีรีข้าวสาร อ่านเพลิน มีคำใหม่ ๆ ให้ลองฝึกสะกดคำ ได้รู้จักเรื่องราวใหม่ ๆ แต่เวลาดีมีน้อย พอผู้ใหญ่เลิกวงสนทนากัน เราก็ต้องตามพ่อแม่ลงเรือนป้า กลับเรือนตัวเอง จึงแอบหนีบหนังสือที่อ่านค้างกลับไปด้วย โดยไม่ได้บอกพี่ ไม่ได้บอกใคร

              กลับถึงบ้านก็จัดการละเลียดหนังสือภาษาไทยเล่มนั้นต่อจนจบเล่ม ใช้เวลาไม่น่าเกิน 2-3 ชั่วโมง

              ช่วงเวลาที่เรามีใจจด่ออยู่ต่อหน้าขบวนอักษรนั้น เราดิ่งนิ่งแนบไปกับเนื้อหาของตัวบทต่าง ๆ เหล่านั้น โดยไม่รู้หรอกว่า มันเป็นการฝึกอ่าน เป็นการสร้างนิสัยรักการอ่าน รู้เพียงแค่ว่า อยากอ่านมาก ๆ ก็ต้องอ่าน อ่านตอนนั้น เดี๋ยวนั้น อ่านทันที อานต่อเนื่อง อ่านแบบไม่รู้เวล่ำเวลาว่าจะผ่านไปกี่มากน้อย

               ก็ต้องขอบคุณชีวิตที่เกิดมาในยุคแห่งความสงบเงียบ ตอนนั้นยังไม่มีสิ่งรบกวนจิตใจ ที่บ้านนอกบ้านนา ทีวีก็ไม่มีทุกบ้าน หมู่บ้านหนึ่ง ๆ อาจมีทีวีแค่เครื่องเดียวแต่เป็นของผู้มีอันจะกิน เพลงก็ไม่มีจะฟัง นาน ๆ มีงานบุญที ลำโพงฮอนจากวัดจึงจะมอบเสียงเพลงเสียงลำฝากมา หนังกลางแหลงก็มาฉายปีละไม่กี่ครั้ง ถึงมาก็ไม่มีเงินไปซื้อบัตรซื้อตั๋วเขาไปดู หนังสือจึงเป็นสื่อความบันเทิงที่ช่วยได้ ช่วยได้มาก ๆ ทีเดียว

               หนังสือภาษาไทยเล่มนั้น ทำให้ผมได้รู้จักหลายอย่างเป็นครั้งแรก คือ รู้จักนิทานอีสป การละเล่นพื้นบ้านภาคกลาง นิทานพื้นบ้านภาคกลาง สำนวนภาษาร้อยกรอง เป็นต้น มันเปิดหูตา มุมมองชีวิต มันกระตุ้นให้อยากหาหนังสือเล่มใหม่ ๆ มาอ่านอีก อย่างอยากอย่างกระหายใคร่อ่าน ใคร่รู้สิ่งใหม่ ๆ

               ก็อย่างที่เกริ่มไว้แต่แรก หนังสือเรียนภาษาไทยมานีมานะ สปช. สลน. ที่มีเรื่องราวน่าอ่าน น่าสนใจ เราอ่านจบแล้ว มันอยากอ่านหนังสือเล่มอื่น ๆ บันเทิงคดีเล่มใหม่ ๆ 

               นั่นคือภาวะของเด็กบ้านนอกที่ขาดโอกาสทางภาษาและหนังสือ เพราะว่า โรงเรียนบ้านนอกอย่างบ้านพวกผมตอนนั้น ไม่มีห้องสมุด ไม่มีห้องหนังสือ คุณครูทั้งหลายก็ไม่มีท่านใดถือหนังสือใหม่ ๆ ติดมือมาสอน มาแนะนำ ซึ่งถ้าแม้ ผมอาจขอยืมอ่านได้ จะหันไปทางบ้านญาติพี่น้องเล่า ก็ไม่มีหนังสือนิยาย เรื่องสั้น บทกวี ... ให้อ่านเอาเสียเลย 

               อย่าว่าอย่างนี้อย่างนั้นเลยครับ หนังสือรายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือนนี่ ตอนนั้นผมไม่เคยรู้จักดอก หนังสือพิมพ์ก็ไม่มีมาให้ได้สัมผัสศุดดมกลิ่น 

               ที่ ๆ มีหนังสือให้อ่านบ้าง เป็นหนังสือการ์ตูนนิยายภาพลายเส้น ปกอ่อนสี่สี เนื้อในพิมพ์สีดำ เข้าเล่มแบบมุงหลังคา ตอนนั้น่าจะเล่มละ 25 สตางค์ ที่ขยับราคาต่อมาเป็น เล่มละบาท สองบาท ซึ่งเราจะได้อ่านก็ราว ๆ เดือนละครั้ง อ่านขณะรอตัดผมที่ร้านพ่อใหญ่ทองแดงบาร์เบอร์ที่ตั้งร้านเลยหัวบึงแหลมไปโน่นแน่ะ

เนื้อหาโดย: ธีรยุทธ บุษบงค์
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ธีรยุทธ บุษบงค์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 109 ครั้ง
เขียนโดย ธีรยุทธ บุษบงค์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”5 บัตรสวัสดิการและ "สิทธิประกันสังคม" สุดพีค ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่เคยดึงมาใช้ลอง AiPASS ตั้งแต่ 9 โมงวันแรก โมเดลเยอะจริง แต่ถ้าเอาไว้ “ทำงาน” ยังแทน AI ฟรีทั่วไปไม่ได้สำหรับผม5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทดราม่า “โค้ชชิน” ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์ฯ ทิ้งญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยไทย..จริงหรือ?บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6ไขสงสัย! ทำไมหมอลำต้องตะโกน "สอย สอย" ก่อนร้องกลอน? (เกร็ดอีสานที่หลายคนไม่เคยรู้)เลขเด็ดหวยสัญจร จ.ระยอง 1/9/2569เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้มาแล้ว! แม่น้ำหนึ่ง เปิดแนวทางเลขเด็ด “ปิ่นแก้ว” งวด 1/9/69 จับปิงปองให้เห็นกันชัด ๆ 7-3-9 แฟนหวยแห่สาธุ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทำไม 3 คำนี้ถึงเกี่ยวกับชีวิตของเราทุกวันดราม่า “โค้ชชิน” ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์ฯ ทิ้งญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยไทย..จริงหรือ?ลอง AiPASS ตั้งแต่ 9 โมงวันแรก โมเดลเยอะจริง แต่ถ้าเอาไว้ “ทำงาน” ยังแทน AI ฟรีทั่วไปไม่ได้สำหรับผมไขสงสัย! ทำไมหมอลำต้องตะโกน "สอย สอย" ก่อนร้องกลอน? (เกร็ดอีสานที่หลายคนไม่เคยรู้)เลขเด็ดหวยสัญจร จ.ระยอง 1/9/2569
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ขยะล้นเมือง ยุโรป-ไทยเร่งเปลี่ยน ‘ขยะ’ เป็นพลังงานคนไทยไม่เหมือนฝรั่ง พบ ‘ยีนมะเร็ง’ ต่างกัน อาจตรวจพลาดจากเพื่อนรักสู่ศึก 20 ล้าน “ต้า–ยัต เฟ็ดเฟ่” แตกหักถึงศาล5 เรื่องต่างประเทศที่อาจกระทบ “เงินในกระเป๋าคนไทย” แบบไม่รู้ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่