Rjukan หมู่บ้านกลางหุบเขาในนอร์เวย์ที่ไม่โดนแสงแดดถึงปีละ 6 เดือน
Rjukan หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาในนอร์เวย์เป็นสถานที่อันน่าทึ่ง นอกจากตั้งอยู่ในดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืนแล้ว หมู่บ้านแห่งนี้ยังถูกเงามืดทะมึนทาบทับในช่วงเวลากลางวันยาวนานถึง 6 เดือนต่อปี และนั่นคือที่มาของ Soispeilet กระจกยักษ์ 3 บานที่คอยสะท้อนแสงอาทิตย์ลงมาสาดส่องยังใจกลางหมู่บ้านในเดือนแห่งความมืดมัว
หมู่บ้าน Rjukan ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาขนาบข้างด้วยเขาสูงตั้งตระหง่าน ทำให้การคล้อยเวียนเปลี่ยนองศาในการส่องแสงไปทีละนิดของดวงอาทิตย์ในช่วงเดือนกันยน-มีนาคม ทำให้มีบางช่วงเวลาของวันที่แสงอาทิตย์ที่ควรจะส่องทอดลงมาจึงถูกเขาสูงใหญ่ทั้งสองด้านบดบังไว้ ในช่วงเดือนเหล่านี้แสงอาทิตย์จึงส่องลงมาได้สุดเพียงช่วงด้านบนของหุบเขา ปล่อยให้หมู่บ้านกลางหุบเขามืดสลัวอยู่ภายใต้เงายอดเขาที่บดบังแสงไว้ จนเกิดเป็นภาพชวนพิศวงยามมองจากภาคพื้นดิน ที่จะเห็นสิ่งรอบตัวมืดทะมึนไปหมด แต่ทุกสิ่งที่อยู่ถัดขึ้นไปบนเนินเขายังคงได้รับแสงสาดส่องสะท้อนสีใบไม้ใบหญ้าเขียวสดชื่น ขณะที่ผืนฟ้าก็ยังฟ้าสดใส
ชาวเมือง Rjukan ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงามืดในยามกลางวันปีละ 6 เดือนเช่นนี้มาเนิ่นนานจนกระทั่งปี 2013 เมื่อมีศิลปินนามว่า “Martin Andersen” ย้ายเข้ามาอาศัยที่นี่และพบว่าการต้องอยู่ในเงามืดคราวละครึ่งปีช่างชวนให้จิตใจหดหู่เหลือเกิน จึงเกิดไอเดียจะเอาแสงอาทิตย์ลงมายังหมู่บ้านให้ได้ เขาจึงคิดค้น “Solspeilet” ขึ้นมา มันเป็นกระจกยักษ์ 3 บานติดตั้งบนเนินเขาที่ความสูง 1,476 ฟุตเหนือหมู่บ้าน มีการตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมเอาไว้ให้มันปรับหันเอียงองศารับดวงอาทิตย์ทุกๆ 10 วินาที เพื่อสะท้อนลำแสงสว่างเรืองรองลงมายังลานจตุรัสใจกลางหมู่บ้าน
ที่จริงความคิดทำกระจกสะท้องแสงสว่างไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ 100 ปีก่อนก็มีชาวบ้านนามว่า Sam Eyde เสนอไอเดียเดียวกันนี้ ทว่าในตอนนั้นยังขาดซึ่งเทคโนโลยีที่จะสร้างและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นการสร้างรถกระเช้าขึ้นมาแทน เพื่อนำคนในหมู่บ้านเดินทางขึ้นไปสูง 2,670 บนเนินเขาไปรับไอแดดและแสงอาทิตย์ที่สดใส เมื่อไม่สามารถนำแสงอาทิตย์ลงมาได้ จึงหาวิธีขึ้นไปหาแสงอาทิตย์แทนนั่นเอง โดยรถกระเช้าปีนเขานี้ในปัจจุบันก็ยังคงมีให้บริการอยู่
ส่วนกระจกยักษ์ Solspeilet นั้นในช่วงแรกเริ่มก็มีชาวบ้านหลายรายไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการติดตั้งกระจกสะท้อนแสงอาทิตย์บานยักษ์ที่ต้องใช้เงินสูงถึง 5,000,000 โครน เพื่อให้ได้แสงสว่างที่เพียงทอดฉายมาได้ยังบริเวณเล็กๆ เพียงจุดเดียว แต่หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็เปลี่ยนใจ เพราะแม้ว่าแสงที่ฉายลงมาจะเป็นเพียงลำแสงรำไรกินพื้นที่ไม่กว้างนัก แต่ความสวยแปลกตานี้เองก็ได้ดึงดูดผู้คนเข้ามาเที่ยวชม Rjukan จนหมู่บ้านกลางหุบเขาเล็กๆ แห่งนี้เป็นจุดท่องเที่ยวขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ไปในที่สุด
คงไม่ผิดนักถ้าจะกล่าวว่าในวันที่ Solspeilet สะท้อนแสงอาทิตย์ให้ส่องรำไรลงมา ทำให้หมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อว่า Rjukan เริ่มมีตัวตนขึ้นมาบนแผนที่โลก
อ้างอิงจาก: ที่มา: atlasobscura
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
ลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปี
กระป๋องละล้าน! ตำนาน 'ขี้ใส่กระป๋อง' ดักขายคนรวย
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
สายเฮลตี้ต้องรู้ ผลไม้บางคู่กินแล้วท้องป่องง่าย












