'ฝาแฝดวีสลีย์' อัจฉริยะที่หลายคนมองข้าม
สวัสดีครับ ในกระทู้จะขอกล่าวถึงเฟร็ด จอร์จ ฝาแฝดอัจฉริยะจากบ้านกริฟฟินดอร์กันนะครับ
เกริ่นนำ เมื่อถามว่าตัวละครใดที่ฉลาดที่สุดในแฮร์รี่ พอตเตอร์ คำตอบแรกที่พวกเรามักจะนึกถึงคือ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ หรือไม่ก็อัลบัส ดัมเบิลดอร์ คู่แฝดวีสลีย์ (เฟร็ดและจอร์จ) แทบจะไม่อยู่ในคำตอบของคำถามนี้
แต่ผมไม่คิดเช่นนั้น.. จริงๆ แล้วฝาแฝดวีสลีย์ มีความฉลาดและอัจฉริยะอยู่ในตัว เพียงแต่พวกเขาเลือกที่จะใช้มันไปในการสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ผ่านสินค้าของเล่นตลกที่พวกเขาช่วยกันประดิษฐ์ขึ้น ซึ่งทั้งสองเริ่มคิดค้นตั้งแต่ก่อนจะเริ่มเรียนขั้น ส.พ.บ.ส. เสียด้วยซ้ำ
เด็กๆ บ้านวีสลีย์แต่ละคนต่างมีเกียรติประวัติของตนเองบันทึกติดตัวไว้อย่างเพียบพร้อม ตั้งแต่บิล ชาร์ลี จนถึงเพอร์ซี่ นางวีสลีย์ย่อมคาดหวังให้เฟร็ดกับจอร์จจะเดินตามรอยพี่ชาย แต่ความจอมกวน ซุกซนของทั้งคู่ก็ทำให้นางวีสลีย์ได้รับจดหมายเตือนความประพฤติจากฮอกวอตส์มากที่สุด (มากกว่าวีสลีย์อีกห้าคนรวมกันเสียอีก) ไม่เพียงแค่นั้น ผลการเรียนของทั้งสองก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ (ทั้งสองสอบผ่าน วพรส. ได้เพียงคนละ 2-3 วิชา) แน่นอนว่าสำหรับนางวีสลีย์ (ในฐานะแม่) เธอย่อมอดกังวลถึงอนาคตของทั้งสองไม่ได้
ขณะที่ลูกคนโตทั้งสาม (บิล ชาร์ลี เพอร์ซี่) ล้วนมีหน้าที่การงานที่ “มั่นคง” ในสายตาของนางวีสลีย์ (คือการทำงานให้กับกระทรวง) เฟร็ดกับจอร์จกลับมีฝันอยากเปิดร้านขายของเล่นตลก พวกเขาเริ่มคิดค้นและประดิษฐ์ของเล่นตั้งแต่เริ่มเรียนปีสาม ทดลองผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาทำกับอาสาสมัคร (หรือเหยื่อก็ไม่รู้) เริ่มศึกษาการตลาด ผลิตของตามใบสั่งที่ส่งมาทางไปรษณีย์
แน่นอนว่านางวีสลีย์คัดค้านอย่างหนัก เธอมองว่าการค้าขายไม่ใช่อาชีพที่มั่นคง อีกทั้งเธอไม่อาจแน่ใจได้ว่าทั้งคู่จะประสบความสำเร็จ (จากรายงานความประพฤติและผลการเรียน) และเหตุผลสุดท้าย คือ เธอมองว่าสิ่งที่ทั้งสองกำลังทำนั้นอันตรายและอาจทำให้พวกเขาเดือดร้อนได้
แต่ฝาแฝดก็ยืนกรานและเดินหน้าต่อไป แม้จะถูกแม่คัดค้านและห้ามปรามหลายครั้ง ก่อนที่สุดท้ายนางวีสลีย์จะยอมแพ้ เมื่อทั้งสองหนีออกจากโรงเรียน เพื่อไปเริ่มกิจการร้านขายของเล่นตลกอย่างจริงจัง แถมยังทิ้งหนองน้ำกระเป๋าหิ้วเป็นผลงานฝากไว้ที่ฮอกวอตส์ – ผลงานที่แม้แต่ศาสตราจารย์ฟลิตวิกเองยังอดชื่นชมในเวทมนตร์ของทั้งสองไม่ได้ (จนเขายอมทิ้งหนองน้ำหย่อมเล็กๆ ไว้ที่ระเบียงเพื่อเป็นเกียรติแก่ทั้งสอง)
คนฉลาด ไม่ได้การันตีด้วยผลการเรียนหรือผลงานที่โดดเด่นเสมอไป หลายคน (แบบเฟร็ดกับจอร์จ) พอใจที่จะใช้ความเป็นอัจฉริยะของตนในทางอื่นอย่างการสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้คน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่โลกเวทมนตร์กำลังเข้าสู่ช่วงสงครามครั้งที่สอง ทั้งสองมองว่าเป็นหน้าที่ของพวกเขาต้องมอบรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับชาวผู้วิเศษที่กำลังหวาดกลัวและสิ้นหวัง
สรุป แน่นอนว่าสำหรับฝาแฝดคู่นี้อาจจะไม่ได้มีผลการเรียนที่ดีเยี่ยม แต่จากการที่ทั้ง 2 นั้นมีความชัดเจนกับเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ และได้ลงมือทำตามความตั้งใจของตัวเองถึงแม้จะมีแม่ที่คอยคัดค้านว่ามันอาจจะไม่มั่นคง จากตัวอย่างนี้เราจะเห็นว่าเมื่อลงมือทำอะไรแล้ว ขอให้มีความตั้งใจที่แน่วแน่ และความแน่วแน่นี้จะพาเราไปสู่ความสำเร็จอย่างแน่นอน
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ แล้วพบกันกระทู้หน้าครับ
อ้างอิงจาก: stampchan
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสาน
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดิน
เมื่อเหล็กแหลมพ่ายแพ้: นกพิราบกับบทเรียนการปรับตัวสุดล้ำในป่าคอนกรีต
จังหวัดที่เคยใหญ่ที่สุด มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่มีขนาดพื้นที่น้อยที่สุดในทวีปเอเชีย
เมืองแห่งขุมทรัพย์! จังหวัดที่มีเหมืองเยอะที่สุดในไทย
เกาะที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
ปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทย
รู้หรือไม่..7 สิ่งอัปโชคไม่ควรมีหน้าบ้าน..สายมูต้องห้ามพลาด
10 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีภาษีรถยนต์สูงที่สุดในเอเชีย
ชายแดนไทย–กัมพูชาระอุอีกครั้ง เคลื่อน BM-21 และ T-55 ประชิด “เนิน 750–350” สัญญาณปะทะหรือเกมกดดันเปิดด่าน?
ภาคที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
“มาม่า” รายได้หด กำไรดิ่งกว่า 17% พิษเศรษฐกิจ-ต่างประเทศชะลอซื้อ แม้ยังครองบัลลังก์เจ้าตลาด 50%
ปลาน้ำจืดที่แพงที่สุด ที่มีการเพาะเลี้ยงและวางขายในประเทศไทย
ห้องชุดราคาแพงที่สุดในประเทศไทย ณ ปี 2568






