รู้จัก “SLAPP LAW” ปฏิบัติการฟ้องปิดปากประชาชนด้วยกฎหมาย
“คุกมีไว้ขังคนจน” หรือ “ความยุติธรรม มีราคาที่ต้องจ่าย” คำพูดเหล่านี้ทำให้เห็นเลยว่ากระบวนการยุติธรรมไทยตกอยู่ในวิฤตความศรัทธา
เมื่อนโยบายสวยหรูของผู้ใหญ่บ้านเมืองที่อ้างว่าอยากช่วยเหลือประชาชนเป็นเพียงมายาคติ
ระบบยุติธรรมของประเทศไทยไม่อาจเอื้ออำนวยความยุติธรรมต่อประชาชนได้อย่างเท่าเทียมกัน เพราะคนที่ยมีทรัพยากรในการเข้าสู่กระบวนการต่อสู้เพื่อปกป้องหรือเรียกร้องความยุติธรรมแก่ตัวเอง เช่น การว่าจ้างทนายความ การใช้เงินประกันตัวเอง การมีคอนเนคชั่นกับ
ผู้มีอำนาจ คนจนไม่มีสิ่งเหล่านี้เลยจนต้องยอมให้คดีเป็นไปตามยถากรรม
แม้การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมจะถูกจัดว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่คนไทยควรเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ทั้งยังมีกลไกของรัฐที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่อประชาชนในการเข้าสู่ระบบยุติธรรม แต่ในความเป็นจริง การลุกขึ้นมาต่อสู้ภายใต้ระบบยุติธรรมมีต้นทุนอีกมากที่เป็นอุปสรรคกีดกั้นไม่ให้ชาวบ้านเข้าถึงมันได้อย่างง่ายดาย เช่น การเสียโอกาสทางการศึกษา การเสียเวลาทำมาหารายได้ ไปจนถึงการเสียสุขภาพ ซึ่งก็มักปรากฏว่าคนรายได้น้อยไม่ได้มีความพร้อมและกำลังที่จะแบกรับต้นทุนเค่าใช้จ่ายเหล่านี้เมื่อเทียบกับคนรวย
ปัจจุบันได้มีการนำกระบวนการยุติธรรมมาใช้เป็นเครื่องมือโดยมิชอบ (Judicial Harassment) เพื่อระงับยับยั้งประชาชนที่เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ โดยวิธีการที่เรียกว่า“การฟ้องปิดปาก” (Strategic Lawsuit Against Public Participation: SLAPP) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการในทางอาญา ทางแพ่ง ทางวินัยหรือปกครองจนเกิดเป็นคดีจำนวนมากโดยผู้ฟ้องคดีมิได้มุ่งผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีได้รับโทษในทางกฎหมายอย่างแท้จริง ดังนั้น “การฟ้องปิดปาก” หรือ “คดีปิดปาก” ความหมาย คือ ปฏิบัติการปิดปากคนด้วยกฎหมาย ภาษาอังกฤษ เรียกว่า “SLAPP LAW เรียกง่าย ๆ ว่า “การฟ้องคดีเพื่อปิดปาก” หรือ “การแกล้งฟ้อง”
คดีประเภทนี้จะแตกต่างจากคดีทั่วไปตรงที่ผู้ฟ้องไม่ได้มุ่งหมายที่จะชนะคดี แต่เป็นการฟ้องคดีเพื่อขู่อีกฝ่ายให้กลัวหรือทำให้เกิดภาระมากมายจนหยุดการกระทำ หรือ แกล้งขัดขวางยับยั้งการใช้สิทธิเสรีภาพของอีกฝ่ายเท่านั้น โดยถ้อยคำข้างต้นพ้องกับคำว่า slap ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายว่า “ตบ” ทำให้เห็นได้ว่าการฟ้องคดีที่มีลักษณะเป็น SLAPP ก็เหมือนเป็นการ”ตบ”หน้า คนด้วยกฎหมายนั่นเอง
ส่วนมากเป็นคดีโพสต์ออนไลน์ ประชาชนผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่แค่โพสต์สถานะข้อความ หากแม้เพียงพิมพ์ในกล่องข้อความธรรมดา แสดงความเห็นเนื้อหาข่าว ก็เสี่ยงที่จะถูกฟ้องกลับ คดีอาญา ข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งถึงแม้ผู้เสียหายจะอ้างว่าใช้สิทธิตามกฎหมาย แต่จากความไม่เท่าเทียมกัน ทั้งด้านสภาพเศรษฐกิจ และ ความรู้ทางกฎหมาย ส่งผลให้ผู้ถูกฟ้องที่มีต้นทุนน้อยที่ได้รับความเสียหายจากการต่อสู้คดี
ถึงแม้ภายหลังหลายคดีศาลจะยกฟ้องก็ตามด้วยเหตุส่วนมากเป็นการแสดงความเห็นอย่างสุจริตชน หรือวิจารณ์ แบบเสรภาพของสื่อ แต่ผู้ถูกดำเนินคดีก็ต้องประสบปัญหาความยากลำบาก มีภาระในการต่อสู้คดี อีกทั้ง เกิดความหวาดกลัวที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือเข้าต่อสู้เพื่อมีส่วนร่วมในประเด็นสาธารณะ
การแสดงความคิดเห็นอย่างสุจริตชน ยังคงเป็นดาบสองคม เพราะกระบวนการพิสูจน์การกระทำของวิญญูชนยังมีอุปสรรคอยู่มาก ทำให้ประชาชนคนไทยมีความเชื่อว่าต้องรวยเท่านั้นจึงจะทำอะไรก็ได้ในประเทศไทย
*** ความเชื่อว่าคนรวยถูกทุกอย่าง จริงไหม ก็ดูกันเอาเองเถิด ***
รูปภาพ : เครดิตบนภาพ
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
เลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
บทเรียนราคาแพง "งูเห่าเลือกตั้ง 69" เมื่อการย้ายค่ายไม่ใช่คำตอบของชัยชนะ
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
ฮือฮา!ฮุน มาเนต ประดับยศ พลตำรวจตรี ให้ตำรวจวัยแค่ 27 ปี
เปิดความลับ Culture Shock: ทำไมฝรั่งถึง (ยัง) ไม่ใช้ "สายฉีดชำระ" เหมือนบ้านเรา?
วัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาที่สุดในประเทศไทย
สื่อตปท.พูดถึงผลเลือกตั้งไทยอย่างไร?
เชื่อหรือไม่ นี่คือเห็ดที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เห็ดทรัฟเฟิล
บทเรียนราคาแพง "งูเห่าเลือกตั้ง 69" เมื่อการย้ายค่ายไม่ใช่คำตอบของชัยชนะ












