หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Scheele's Green สีเขียวสุดสวย แต่แฝงด้วยความตาย

เขียนโดย teerap

     คนเรามักจะแสดงออกถึงสถานะทางสังคมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างในสมัยวิคตอเรียเป็นยุคสมัยที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งกาย งานศิลปะ ไปจนถึงรสนิยมในการตกแต่งบ้าน ซึ่งจะถูกนำมาวัดและตีค่าชนชั้นทางสังคม ผู้มีอันจะกินจะซื้อของใช้และเครื่องตกแต่งแบบใหม่ล่าสุด เพื่อทำให้บ้านกลายเป็นตัวแทนของความมั่งมี โดยในสมัยนั้น สีเขียวเชลลี่ (Scheele's Green) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นสีที่แสดงถึงความร่ำรวย ความหรูหรา และความทันสมัย

ทำให้แฟชั่นสีเขียวในยุคนั้นถูกใช้กันอย่างล้นหลามในสังคมคนมีเงิน สีเขียวเชลลี่ ถูกคิดค้นในปี 1775 โดย คาร์ล วิลเฮ็ล์ม เชเลอ (Carl Wilhelm Scheele) นักเคมีชาวสวีเดน สีนี้ทำจากสารหนูและทองแดง ทำให้มีสีเขียวสดใส แต่เนื่องจากมีสารหนูเป็นส่วนประกอบ สีนี้จึงเป็นพิษอย่างมากเมื่อสัมผัสหรือสูดดม โดยผลกระทบของการใช้สีเขียวนี้คือ จะมีอาการแสบตา ปวดหัว เจ็บคออย่างรุนแรง อ่อนเพลีย ไม่สามารถกลืนอาหารได้

ทำให้ร่างกายป่วยทรุดโทรมจนกระทั่งเสียชีวิต สีนี้ถูกใช้ในหลากหลายผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สีทาบ้าน งานศิลปะ ของเล่นเด็ก พรม เทียนไข ไปจนถึงสีย้อมผ้า แต่ในยุคนั้นความรู้เกี่ยวกับอันตรายของสารหนูยังไม่แพร่หลาย ทำให้ประชาชนยังไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบของสีเขียวนี้ เมื่อสีเขียวถูกใช้แพร่หลาย เหตุการณ์การตายลึกลับของเด็กจำนวนมากก็เริ่มปรากฏ แต่ความเข้าใจในยุคนั้นยังคิดกันว่าเด็กๆ น่าจะเป็นโรคอื่นอย่างคอตีบ หรืออหิวาต์ ซึ่งเป็นโรคที่ระบาดมากในอังกฤษ 

จนมีข่าวลือว่าสีเขียวเชลลี่อาจเป็นภัยถึงชีวิต ทำให้เรื่องราวนี้ถูกนำมาเล่าในข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ จนกระทั่งในปี 1903 รัฐสภาอังกฤษถึงออกมายืนยันว่าสีเขียวเชลลี่มีส่วนประกอบของสารหนูที่เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ถึงตอนนั้นก็สายไปซะแล้ว เพราะสีเขียวนี้ถูกพบจนเป็นปกติทั้งในแสตมป์ โปสต์การ์ด หรือแม้แต่เป็นสีที่เอาไว้พ่นในผักเพื่อให้ดูน่ารับประทาน แต่สีเขียวเชลลี่นี้ ก็ไม่เคยถูกห้ามใช้ผ่านกฎหมายแต่อย่างใด แต่เนื่องจากประชาชนตระหนักถึงความอันตรายของสีนี้ทำให้คนเลิกใช้ และไม่ได้นำสีนี้มาใส่ในผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกเลยนั่นเอง
 

เนื้อหาโดย: teerap
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
teerap's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 365 ครั้ง
เขียนโดย teerap
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: thecrow, teerap
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ใครบ้างเสี่ยงซึมเศร้า สัญญาณเงียบที่อาจเริ่มจากชีวิตประจำวันเตือนแล้วนะ! 10 ต้นไม้อัปมงคล ห้ามปลูกในบ้าน โบราณทัก ชีวิตตกต่ำ-อันตรายกว่าที่คิดทำไมเข็มขัดนิรภัยดึงแรงแล้วล็อก? กลไกเล็ก ๆ ที่ช่วยชีวิตคนนับล้านบนท้องถนนประโยคสุดแซ่บ ตอบกลับคนชอบสาระแนมอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมัน 2026 รุ่นไหนน่ามอง ถ้าอยากลดค่าน้ำมันทุกวัน4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อนฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาดห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทางนอนกี่ชั่วโมงถึงจะไม่เพลีย? รู้จักเวลานอนที่เหมาะสมสำหรับแต่ละวัย10 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่คนไทยเริ่มสนใจ ก่อนเปลี่ยนจากรถน้ำมันสิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ10 รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน (ปี2026)
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รวมทรัพย์สินของคนที่รวยที่สุดในไทย ปีล่าสุด มหาเศรษฐีไทยถือครองทรัพย์สินเท่าไร?5 สถานที่ในไทยที่เคยเป็นเมืองหลวง ย้อนรอยศูนย์กลางอำนาจของสยามในแต่ละยุค10 โรงเรียนที่เรียนฟรีในไทย ตามนโยบายการศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐจุดเริ่มต้นของน้ำจิ้มซีฟู้ดไทย
ตั้งกระทู้ใหม่