หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ค้างคาวหัวค้อน พาหะนำโรคร้ายไปแพร่กระจาย

เนื้อหาโดย teerap

     ถ้าพูดถึงค้างคาวกินผลไม้ขนาดใหญ่ในบ้านเรา คนทั่วไปมักจะนึกถึงค้างคาวแม่ไก่กัน วันนี้ผมจะพาไปทำความรู้จักกับค้างคาวอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งหน้าตามันออกจะแปลกๆอยู่สักหน่อย(เพราะเราไม่คุ้นเคยมั๊ง) ค้างคาวที่ว่านั้นคือ ค้างคาวหัวค้อน หรือ Hammer-Headed Bat นั่นเอง เป็นค้างคาวขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ในวงศ์ค้างคาวผลไม้ ที่พบได้ในทางตอนกลาง และทางตะวันตกของแอฟริกา ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โต ความยาวทั้งตัวประมาณ 25 เซนติเมตร แต่มีความกว้างของปีกทั้งสองข้างมากถึง 1 เมตร นั่นทำให้มันดูมีขนาดตัวใหญ่โต ซึ่งเป็นค้างคาวที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกานั่นเอง ถึงอย่างนั้นพวกมันก็มีน้ำหนักตัวเพียง 275 ถึง 400 กรัมเท่านั้นเอง รอบตัวมีขนสั้นสีน้ำตาลอมเทา และส่วนคอมีสีออกโทนขาวมากกว่า ปีกและหูไม่มีขน มีสีน้ำตาลเข้ม โดยปกติแล้วส่วนปากขนาดใหญ่ของมัน จะมีกล่องเสียงขนาดใหญ่อยู่ภายในด้วย นอกจากนี้รูปร่างหัวสุดแปลกของมันยังทำหน้าที่สำคัญในการส่งเสียงออกไปสำหรับหาคู่อีกด้วย สามารถพบรวมกลุ่มกันทั้งตัวผู้ และตัวเมียในกลุ่มเดียวกันได้ตั้งแต่ 4 ถึง 25 ตัวต่อฝูง ซึ่งต่างจากค้างคาวชนิดอื่นที่ตัวผู้ และตัวเมียจะอยู่แยกกลุ่มกัน เช่นเดียวกับค้างคาวทั่วไปที่มักจะนอนอยู่พักผ่อนในเวลากลางวัน และออกหาอาหารในเวลากลางคืนเป็นหลัก โดยค้างคาวชนิดนี้นั้น เป็นสัตว์กินพืช ซึ่งกินผลมะเดื่อเป็นหลัก รวมไปถึงมะม่วง และกล้วย ไปจนถึงผลฝรั่ง ในบางครั้งสามารถบินได้ไกลถึง 10 กิโลเมตรต่อวัน เพื่อหาแหล่งอาหารอีกด้วย ด้วยพฤติกรรมการกินของพวกมันที่ทำการดูดกินเฉพาะน้ำ หรือของเหลวภายใน และคายกากทิ้งไว้ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ค้างคาวชนิดนี้กลายเป็นศัตรูตัวสำคัญของธรรมชาติ เพราะมันเป็นเพียงค้างคาวไม่กี่ชนิดในแอฟริกาที่เป็นพาหะนำโรค ไวรัสอีโบล่า (Ebola virus) โดยมันไม่แสดงอาการใดๆออกมาเลย ซึ่งนักวิจัยยังคงหาคำตอบอยู่ว่า มันเป็นพาหะโดยบังเอิญ หรือเป็นเพียงการสะสมไวรัสไว้เท่านั้น แต่การทิ้งเปลือกของอาหารไว้หลังกินของพวกมัน โดยเฉพาะตัวที่มีเชื้อไวรัสอยู่ จะทำให้สัตว์ต่างๆมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้นโดยเฉพาะกอริลลาในประเทศคองโกและกาบอง ที่มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด นับได้ว่าเป็นตัวพาหะที่นำความหายนะไปแพร่กระจายจริงๆ

เนื้อหาโดย: teerap
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
teerap's profile


โพสท์โดย: teerap
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: Thorsten, momon, teerap
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?เด็ก 17 สมองกระจาย หลังถูกทหารอิหร่าน ทุบหัวด้วยด้ามปืนไหนเคยโม้ว่าไทยปิดด่าน 500 ปี เขมรก็ไม่รับผลกระทบ สวนทางตอนนี้ เศรษฐกิจพัง ค่าไฟพุ่งสูง แรงงานไม่มีงานรองรับธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดนดื่มน้ำอย่างไรถึงจะพอดี ช่วงเวลาดื่มน้ำ ที่ร่างกายต้องการภูมิภาคเดียวของประเทศไทย ที่ยังไม่มีสถานที่ที่เป็นแหล่งมรดกโลกเมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชาเขมรนั่งไม่ติดเมื่อไทยปฎิเสธ การประชุม JBC เรื่องเขตแดน ให้เหตุผลอยู่ในช่วงเลือกตั้งทายนิสัยจากการนอน ท่านอนบอกนิสัย"เฮง คิมลาย" อัดคลิปเดือดจาก ออสเตรเลีย หากประเทศไทยนำ 3 จังหวัดที่อยู่เขมรคืนไปได้ พร้อมกลับไปเป็นคนไทยนักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดู
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ไต้หวันและมะกันเตรียมร่วมมือ ผลิตกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม.สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ภูมิภาคเดียวของประเทศไทย ที่ยังไม่มีสถานที่ที่เป็นแหล่งมรดกโลกรถยนต์ที่มีราคาประมูลแพงที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาลทึ่งทั่วไทย : "พุทธมณฑล" แห่งจังหวัดตราด สถานที่รวมใจของชาวพุทธในแดนใต้อีกแห่งหนึ่งเกร็ดความรู้พืชพรรณไม้น่าสนใจ "ดอกนางพญาเสือโคร่ง" กับ "ดอกซากุระ" แตกต่างกันอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่