บ้านเลขที่12ต้องสาปแห่งโอเกิลทอร์ป
อาคารผีสิงหลังนี้ตั้งอยู่ในโอเกิลทอร์ป สวันนาห์ รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งยังเคยเป็นบ้านของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์อเมริกาอีกด้วย
...และนี่คือเรื่องราวของบ้านเลขที่ 12 เวสต์ โอเกิลธอร์ป (West Oglethorpe)...
เพียงแค่เดินเลยมุมจากไรท์แสควร์(Wright Square)ก็จะพบกับคฤหาสน์หลังหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างมาเกือบ 40 ปี และนั่นก็คือบ้านเลขที่ 12 เวสต์ โอเกิลธอร์ป
บ้านหลังนี้เป็นบ้านในวัยเด็กของจูเลียต กอร์ดอน โลว์ (Juliette Gordon Low) ผู้ก่อตั้งเนตรนารีในสหรัฐอเมริกา เชื่อกันว่าตระกูลกอร์ดอนเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ในช่วงค.ศ.1860 หลังจากย้ายมาจากบ้านเลขที่ 10 เวสต์ โอเกิลธอร์ปเพื่อสร้างระยะห่างจากความบาดหมางในครอบครัว จูเลียต กอร์ดอน โลว์ผู้ก่อตั้งเนตรนารีเองก็อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 10-20 ปี ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าครอบครัวกอร์ดอนย้ายออกไปเมื่อใด
จูเลียต กอร์ดอน โลว์ (Juliette Gordon Low)
จุดเริ่มต้นของบ้านเลขที่ 12 เวสต์ โอเกิลธอร์ปนั้นแม้จะไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอาคารหลังแรกสร้างขึ้นเมื่อใดแต่ก่อนที่พื้นที่นี้จะได้รับการพัฒนาเคยเป็นที่ตั้งของสุสานชาวยิวแห่งแรกของเมืองมาก่อน เครื่องหมายสำหรับสุสานยังคงอยู่ห่างออกไปไม่ไกลชนิดที่เรียกว่าสามารถเดินไปได้ในระยะทางสั้นๆ บ้านหลังนี้ถูกลงทะเบียนในบันทึกของเมืองในปี 1898 โดยบ้านหลังนี้ได้รับการปรับปรุงและบูรณะในปีเดียวกับที่ลงทะเบียนในบันทึกของเมือง แต่มีบ้านไม้ตั้งอยู่ที่อยู่ดังกล่าวมาก่อนหน้านานแล้ว
ตำนานที่โด่งดังมากก็คือเรื่องราวของแพทย์คนหนึ่งในช่วงปีค.ศ.1820 ที่ใช้บ้านของตัวเองซึ่งก็คือบ้านหลังนี้เป็นสถานที่รักษาผู้ป่วยโรคไข้เหลือง สุดท้ายแล้วแพทย์คนนี้ก็ฆ่าตัวตายหลังจากสูญเสียภรรยาและลูกชายไปจากโรคนี้ แพทย์คนนั้นเลิกทำการรักษาคนไข้และตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง ในที่สุดเขาก็ขังตัวเองอยู่ในห้องนอนชั้นบน หลังจากนั้นหลายสัปดาห์แพทย์คนนี้ก็เสียชีวิตด้วยภาวะอดอาหาร
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวรายงานว่าเห็นวิญญาณของแพทย์ยืนอยู่ที่หน้าต่างบ้าน หลายคนอ้างว่าได้ถ่ายภาพวิญญาณของแพทย์คนนี้ได้ นักท่องเที่ยวในทัวร์นำเที่ยวก็บอกว่าพวกเขาป่วยเมื่อเดินเข้ามาที่บ้าน ผู้ที่ได้รับผลกระทบกล่าวว่าพวกเขารู้สึกถึงอาการของโรคไข้เหลืองเมื่อเข้ามาใกล้ตัวอาคารมากเกินไป และอาการก็บรรเทาลงเมื่อพวกเขาย้อนกลับและเดินออกไป ผู้สืบสวนปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่เข้าไปในบ้านได้เห็นเงาคน ได้ยินเสียงที่ไม่มีตัวตน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของพวกเขาทำงานผิดปกติ การวัดอุณหภูมิในชั้นใต้ดินมักจะได้ค่า 66.6 องศา
ในปี 2009 คนเล่นพิเรนทร์ไม่กี่คนได้ก่อกองไฟไว้ด้านหลังอาคารจนไฟไหม้และเกิดความเสียหายระดับปานกลาง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ดับไฟลง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงบางคนอ้างว่าได้เห็นผีในห้องที่แพทย์ผู้นั้นเสียชีวิต
นอกจากเรื่องเล่าของแพทย์คนนี้แล้วยังมีการฆ่าตัวตายที่บ้านหลังนี้อีกเรื่องหนึ่ง มีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่ง มีคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนี้โดยไม่สนใจคำเตือนจากเพื่อนและครอบครัวที่ว่าบ้านหลังนี้มีคำสาป
คู่รักหนุ่มสาวรู้สึกว่าบ้านโอเกิลธอร์ปเป็นบ้านที่เหมาะสำหรับพวกเขาและครอบครัวที่กำลังเติบโตและเชื่อว่านี่จะเป็นบ้านของพวกเขาไปอีกหลายปี แต่โชคร้ายที่ไม่เป็นเช่นนั้น คู่รักหนุ่มสาวเพิ่งมีลูกก่อนที่จะย้ายเข้ามา และก่อนที่จะย้ายเข้ามาลูกก็ดูมีสุขภาพดี แต่หลังจากที่เข้ามาอยู่ได้ไม่นานลูกน้อยก็มีอาการตัวเหลือง(หรือพวกเขาคิดว่ามีอาการแบบนั้น) อาการไข้เหลืองของลูกไม่ลดลงซ้ำยังรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นในเย็นวันหนึ่งลูกน้อยก็เสียชีวิตลง แม่ของเด็กโทษตัวเองเพราะเธอเริ่มเชื่อข่าวลือที่ว่าบ้านหลังนี้มีคำสาป เธอโศกเศร้าจนทนไม่ไหวและไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
สุดท้ายวันหนึ่งสามีก็พบเธอแขวนคอตายในสภาพคอหัก บางคนเชื่อว่าห้องที่แม่ของเด็กผูกคอตายคือห้องลูกของเธอซึ่งเป็นห้องเดียวกับที่แพทย์คนนั้นอดอาหารจนตายเมื่อหลายปีก่อน
ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติและนักประวัติศาสตร์ได้เข้ามาในบ้านเพื่อค้นหาเบาะแสความจริงที่อยู่เบื้องหลังบ้านเลขที่ 12 เวสต์ โอเกิลธอร์ป ผู้สืบสวนคนหนึ่งและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นได้ปิดกล้องของเขาก่อนที่จะเห็นเงาคนสามมิติเดินตรงหน้าเขาโดยตรงซึ่งร่างนั้นเคลื่อนย้ายจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง เขายังได้ยินเสียงที่ไม่มีตัวตนเรียกชื่อเขาจากห้องอื่น ตอนแรกเขาเชื่อว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งจึงตามเสียงนั้นไปแต่กลับไม่พบใคร
หลายคนเชื่อว่าบ้านหลังนี้เฮี้ยนเพราะตั้งอยู่ใกล้กับไรท์สแควร์ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมครั้งแรกของเมืองสวันนาห์และเป็นที่อยู่ของผีหลายตน ซ้ำยังเคยเป็นที่ตั้งของสุสานชาวยิวแห่งแรกของเมืองด้วยซึ่ง ศพในสุสานก็ยังไม่เคยถูกย้ายไปไหน ดังนั้นจึงมีศพอย่างน้อยหลายพันศพอยู่ใต้ดิน
นอกจากนั้นในละแวกนี้ยังมีเรื่องของวิญญาณที่ชื่อว่าแกรซี่ วัตกินส์(Gracie Watkins)ที่หลอกหลอนอยู่ในหอพักของวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบสวันนาห์ (Savannah College of Art & Design) วัตกินส์เป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่นอกจากจะปรากฏตัวในหอพักแล้วยังปรากฏตัวในสุสานที่มีชื่อว่า“Bonaventure Cemetery”ด้วย เธอมักปรากฏตัวในร่างโปร่งใสในโถงทางเดินหรือในห้องต่างๆ
มีรายงานว่าจากในหอพักนี้บริเวณห้อง600หรือ601ได้มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งกระโดดลงมาและฆ่าตัวตายจึงทำให้เกิดเรื่องแปลกๆขึ้น ในห้อง416เองก็มีการเล่าลือกันว่ามีเสียงลากเก้าอี้ลึกลับพร้อมกับเสียงหินอ่อนที่หล่นและกลิ้งไปตามพื้น
ความเห็นจากผู้เคยเข้าพักในหอพักของวิทยาลัย
ผู้ประสบเหตุรายที่ 1
ในปี 2000 ฉันได้รับมอบหมายให้ไปที่ห้อง 601 ฉันและเพื่อนร่วมห้องได้เห็นสถานการณ์เหนือธรรมชาติหลายอย่าง สิ่งสำคัญที่สุดคือเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นซึ่งมันเกิดขึ้นจริงๆ เราได้ยินและเพื่อนของเราในห้อง 600 ก็ได้ยินด้วย (ทุกคนมาที่ประตูเพื่อดูว่ามันคืออะไร) ทันทีหลังจากเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้น ลมก็พัดผ่านช่องว่างของแผ่นกระเบื้องเพดานและดึงกระเบื้องขึ้นไปในช่องว่างในบริเวณห้องน้ำของเรา เราใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการรวบรวมความกล้าที่จะมองขึ้นไปที่นั่นและเปลี่ยนกระเบื้องใหม่ เราไม่พบอะไรเลยเมื่อเราเงยหน้าขึ้นมอง จนหลังจากนั้นเราถึงได้รู้ว่าห้อง600-601มีผี
ผู้ประสบเหตุรายที่ 2
ฉันพักในห้อง 416 และคุณจะได้ยินเสียงเก้าอี้ลากอยู่เสมอเพราะมีคนตื่นกลางดึกและเสียงก็ดังมาก ฉันอาจทำให้คนอื่นรำคาญไปบ้าง (ใช่ พวกเขาให้คุณนั่งเก้าอี้และได้แต่วาดรูปบนโต๊ะวาดรูปของคุณ) ส่วนเรื่องหินอ่อน ฉันมักจะได้ยินเสียงเหล่านั้นในห้องใดก็ตามที่ฉันพักในโอเกิลทอร์ปซึ่งฉันว่าเป็นเรื่องปกติของ"หอพัก" ห้องที่หลอนจริงๆ คือห้อง 600-601 เพราะมีคนฆ่าตัวตายตรงหน้าต่างห้อง และในคืนที่เงียบสงบที่ทุกคนออกไปข้างนอก ฉันได้ยินเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นมาจากไหนก็ไม่รู้
และนี่ก็คือเรื่องราวสยองขวัญส่วนหนึ่งในย่านนี้ ใครสนใจไปพิสูจน์ขอเชิญที่ย่านโอเกิลทอร์ป สวันนาห์ รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เลยค่ะ
อ้างอิงจาก: https://www.georgiahauntedhouses.com/real-haunt/savannah-college-art-design-oglethorpe-house.html
https://savannahterrors.com/the-spirits-at-12-west-oglethorpe/
https://www.womenshistory.org/education-resources/biographies/juliette-gordon-low
https://ghostcitytours.com/savannah/haunted-places/haunted-houses/12-west-oglethorpe/
https://en.m.wikipedia.org/wiki/File:12_West_Oglethorpe_Avenue.jpg
http://turnofthecenturies.blogspot.com/20
09/04/12-west-oglethorpe-burned.html?m=1
ส่องแนวทางเลขเด็ด AI งวด 1 ต.ค. 69: เมื่อโมเดลคอมพิวเตอร์ลองผันตัวมาเป็นเซียนหวย!
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ไรเดอร์หนุ่มดีใจคิดว่าได้ทิป 5,000 เยน สุดท้ายชาวเน็ตเฉลยเป็นเงินวอน ถึงกับร้องห๊ะ
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
โลกออนไลน์ทำให้เรามีเพื่อนมากขึ้น หรือจริง ๆ แล้วทำให้คนเราเหงามากขึ้น?
ส่องซีรีส์ "คลึง" ทริลเลอร์สุดดาร์ก ช่องวัน31
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
ทุกวันนี้เรายังค้นหาใน Google อยู่ไหม หรือเริ่มหันมาใช้ AI ถามทุกเรื่องกันแล้ว?
แอร์ ภัณฑิลา เปิดชีวิตหลังคลอดวัย 39 คันจนตัวแดง แถมเจอศึกกู้น้ำนมเพื่อลูก
“ข้าวต้มกุ๊ย” จากอาหารประทังชีวิตคนเสื่อผืนหมอนใบ สู่สำรับคู่ราตรีบนโต๊ะคนไทย
ทนายแก้ว โพสต์ภาพกินข้าวกับ หนุ่ม กรรชัย ชาวเน็ตแซวเกือบครบทีม ขาดอีกคนเดียว
ส่องแนวทางเลขเด็ด AI งวด 1 ต.ค. 69: เมื่อโมเดลคอมพิวเตอร์ลองผันตัวมาเป็นเซียนหวย!
ทุกวันนี้เรายังค้นหาใน Google อยู่ไหม หรือเริ่มหันมาใช้ AI ถามทุกเรื่องกันแล้ว?
ไรเดอร์หนุ่มดีใจคิดว่าได้ทิป 5,000 เยน สุดท้ายชาวเน็ตเฉลยเป็นเงินวอน ถึงกับร้องห๊ะ
เขาแค่เปิดแผนที่หาที่กางเต็นท์ — แต่กลับเจอรอยอุกกาบาตกว้าง 25 กม. ที่ซ่อนมา 390 ล้านปี
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม









