หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประโยชน์ของอาหารสีแดง 9 ชนิด!

เนื้อหาโดย Makear

ประโยชน์ของอาหารสีแดง 

          สีสันของอาหาร เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้อาหารแต่ละอย่างนั้นน่ารับประทาน แต่สีของอาหารนั้นไม่ได้มีแค่ประโยชน์ในเรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยคุณประโยชน์ที่ธรรมชาติ­รังสรรค์มาให้อีกด้วยล่ะค่ะ อย่างเช่นอาหารสีแดงที่นอกจากจะดูสดใสดึงดูดให้ใครต่อใครอดใจที่จะลิ้มลองอาหารสีแดงไม่ได้แล้วนั้น ยังมีคุณค่าทางอาหารและประโยชน์ดี ๆ ที่ช่วยบำรุงให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงอีกด้วย

          ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับอาหารสีแดง เรามาดูกันก่อนสิว่าสีแดงในอาหารนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร สีแดงที่อยู่ในพืชผักและผลไม้นั้น เกิดจากสารไลโคปีน (lycopene) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการถูกทำลายของสารพันธุกรรมและโปรตีนในร่างกายได้ โดยไลโคปีนสามารถจับกับเส้นใยได้ดี และจะออกฤทธิ์ได้ดีถ้าถูกปลดปล่อยจากเส้นใยโดยใช้ความร้อน สามารถละลายได้ในไขมัน และช่วยป้องกันผิวหนังจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้ดีกว่าเบต้า-แคโรทีน นอกจากนี้ยังลดปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีในเลือดได้อีกด้วย

 

          ทั้งนี้ยังมีรายงานวิจัยจากต่างประเทศพบว่าการรับประทานมะเขื­อเทศ ซึ่งมีไลโคปีนสูง ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ และนอกจากสารไลโคปีนแล้ว อาหารสีแดงบางชนิดยังมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี รวมทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นและชะลอการเสื่อมของดวง­ตาได้ด้วยล่ะ

          เห็นประโยชน์ของอาหารสีแดงแล้ว จะรอช้าอยู่ทำไม รีบสอดส่องมองหาอาหารสีแดงที่แฝงไปด้วยประโยชน์ตามนี้เลย

 

 เชอร์รี่

          ถ้าพูดถึงผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ๆ จะไม่พูดถึงเชอร์รีก็คงจะไม่ได้ เพราะนอกจากจะมีสารแอนโทไซยานินซึ่งทางการแพทย์เชื่อว่าสามารถช่วยรักษาอาการบาดเจ็บและการอักเสบได้แล้ว ก็ยังช่วยรักษาโรคได้อีกมากมายมหาศาล อาทิ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคเก๊าต์ นอกจากนี้ เชอร์รียังมีไฟเบอร์ โพแทสเซียม และวิตามินเอสูง ใครชอบผลไม้เชอร์รีเป็นตัวเลือกที่ห้ามมองข้ามเลยเด็ดขาด

 

 สตรอว์เบอร์รี

          ผลไม้ผลสีแดง ๆ ที่หลาย ๆ คนชื่นชอบอย่างสตรอว์เบอร์รี นอกจากจะมีสารแอนโทไซยานินที่ดีต่อร่างกายแล้ว ก็ยังมีวิตามินซีและแมงกานีสสูง แถมยังมีไฟเบอร์ ไอโดดีน และโพแทสเซียม โฟเลต วิตามินเค อีกด้วย ซึ่งเหล่านี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง รวมทั้งชะลอการริ้วรอยแห่งวัยได้ ที่สำคัญ ยังเป็นผลไม้ที่มีแคลอรีต่ำ ใครที่กำลังควบคุมก็สามารถทานได้เลยไม่ต้องกลัวอ้วนค่ะ

 

 แอปเปิล

          แอปเปิล เป็นผลไม้ที่เรามักนิยมนำมารับประทานเพื่อช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เพราะมีไฟเบอร์สูง ทานแล้วช่วยให้อิ่ม นอกจากนี้ยังมีโพแทสเซียม วิตามินบี วิตามินซี ซึ่งวิตามินซีเป็นแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงและดูแลหลอดเลือดหัวใจ ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กและป้องกันไม่ให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายถูกทำลาย นอกจากนี้ยังช่วยดูแลระบบย่อยอาหารไม่ให้เกิดอาการท้องผูก

 

 ทับทิม

          ทับทิมถือเป็นผลไม้สีแดงอีกชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก มีการศึกษาหนึ่งพบว่า ทับทิมเป็นผลไม้ที่สามารถช่วยลดการก่อตัวของคราบพลัคในหลอดเลือดแดงและลดความดันโลหิตได้ นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยอื่น ๆ อีกมากมายที่เปิดเผยว่าน้ำทับทิมสามารถช่วยจัดการกับโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคเบาหวาน โรคไขข้อ และภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้

 

 มะเขือเทศ

          มะเขือเทศสีแดง นอกจากจะมีไลโคปีนแล้วก็ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินอื่น ๆ อีกเพียบเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซีที่มีอยู่ในปริมาณสูง วิตามินเอ โพแทสเซียม และไฟเบอร์ในปริมาณที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย และช่วยต้านการเกิดมะเร็ง รวมทั้งโรคหัวใจอีกด้วย โอ้โห ประโยชน์เพียบขนาดนี้ ใครที่ไม่ชอบมะเขือเทศบอกเลยว่าต้องรีบเปลี่ยนใจได้แล้วนะ ไม่อยากพลาดของดีต้องรีบหามะเขือเทศมาทานด่วน ๆ เลย

 

 พริกหวาน

          พริกหวาน ผักที่มีสีสันสดใสชนิดนี้ ขอบอกเลยค่ะว่าไม่ว่าสีไหนก็มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย โดยเฉพาะสีแดงที่มีสารไลโคปีนที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ถึง 35% แถมมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดโอกาสการเกิดคราบพลัคในหลอดเลือดหัวใจซึ่งเป็นสาเหตุของโรคที่เกี่ยวของกับหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย วิธีนำไปทำอาหารก็ไม่ยาก แค่เพียงนำพริกหวานไปปรุงกับน้ำมันมะกอกก็จะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมเอาสารไลโคปีนไปใช้ได้มากขึ้นแล้วค่ะ

 

 แตงโม

          ถ้าว่ากันถึงอาหารสีแดง มองข้ามแตงโมคงไม่ได้แน่ เพราะแตงโมนั้นเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงมาก และยังมีวิตามินเอ วิตามินซีและโพแทสเซียมสูงอีกด้วย โดยมีการศึกษาพบว่าแตงโมเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์แทบจะทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ เมล็ด หรือแม้แต่เปลือก น้ำแตงโมก็ใช่ย่อย ประโยชน์ของน้ำแตงโมนั้นช่วยทั้งบำรุงสุขภาพและบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งอยู่เสมอ นอกจากนั้นก็ยังมีประโยชน์จากไลโคปีนที่ช่วยป้องกันและต่อสู้กับเซลล์มะเร็งอีกด้วย ที่สำคัญแตงโมยังเป็นผลไม้ที่ช่วยดับร้อนดับกระหายได้ดีเชียวล่ะ

 

 กระเจี๊ยบแดง

          กระเจี๊ยบมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะและลดความดันโลหิต โดยกระเจี๊ยบสดจะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่ากระเจี๊ยบแห้ง มีการศึกษาหนึ่งซึ่งทำการศึกษากับหนูพบว่า หนูที่ได้กินน้ำคั้น­ดอกกระเจี๊ยบทั้งสดและแห้งมีอัตราการทำงานของเอนไซม์ที่กำจัดสารพิษในตับมากกว่าอีกกลุ่มที่ไม่ได้รับน้ำดอกกระเจี๊ยบ และยังพบอีกว่า หนูกลุ่มที่ไม่ได้กินกระเจี๊ยบนั้นมีเซลล์ผิดปกติในลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็นเซลล์ก่อมะเร็­งต่ำกว่าหนูกลุ่มที่ไม่ได้กินกระเจี๊ยบอีกด้วย

 

 ไวน์แดง

          ปิดท้ายกันด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพอย่างไวน์แดง ซึ่งเราคงจะได้ยินกันมานักต่อนักว่าไวน์แดงนั้นดีต่อสุขภาพ ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าในไวน์แดงมีสารเรสเวอราทรอล (Resvertrol) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระและบรรเทาอาการอักเสบได้อีกด้วย แต่ก็อย่าดื่มมากจนเกินไปนะ เพราะอาจจะทำให้ได้โทษจากแอลกอฮอล์แทนจะได้ประโยชน์ค่ะ โดยปริมาณที่แนะนำต่อวันก็คือ ผู้ชายไม่ควรดื่มเกินวันละ 300 มิลลิลิตรต่อวัน และผู้หญิงไม่ควรเกิน 150 มิลลิลิตรต่อวันค่ะ

 

          เห็นประโยชน์ดี ๆ แบบนี้แล้วก็อย่าลืมมองหาพืชผักและผลไม้ที่มีสีแดงเหล่านี้มารับประทานกันนะคะ หากรับประทานอาหารเหล่านี้ได้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่ต้องไปหาซื้ออาหารเสริมใด ๆ มารับประทานแล้วล่ะค่ะ เพราะยังไงอาหารที่มาจากธรรมชาติก็ดีที่สุด

เนื้อหาโดย: Arai
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Makear's profile


โพสท์โดย: Makear
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: เป็ดปักกิ่ง
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หวย AI ได้วิเคราะห์เลข น่าจะออกรางวัล งวด 2 มกราคม 2569จาก "ยาโด๊ป" ราชสำนักสู่ขนมโปรดของคนทั่วโลก: เจาะลึกประวัติศาสตร์และคุณประโยชน์ของช็อกโกแลตคนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!ทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"เรือรบจีนติดตั้งขีปนาวุธ YJ-20 สุดเทพของโลก!!Bir Tawil แผ่นดินอาถรรพ์ที่ไม่มีใครอยากครอบครองไปต่อไม่ไหว! เขมรหงายการ์ด 'ชาตินิยม' ปลุกระดมคนในชาติ กลบกระแสพ่ายแพ้ Soft Power ไทยในเวทีโลกคำทำนายพิเศษจาก "บาบา วังกา" สำหรับปี 2026รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ถ้าดื่มหนักมาสองวันแล้ว วันนี้พักบ้างก็ดีเด้อ ขอบคุณครับปิดฉากดราม่าอีสปอร์ตไทย! ‘ก้อง Cheerio’ รับสารภาพเป็นสแตนด์อินให้ Tokyogurl ปมทุจริตซีเกมส์ 2025ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพลธัญญ่า อาร์สยาม ฟิวส์ขาด! มือมืดโทรป่วนกุเรื่องกู้ภัยบุกบ้านกลางดึก ลั่นรอบนี้เอาจริงเตรียมลากตัวรับผิดขั้นสูงสุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แม่ชาวจีนช็อก ชายวัย 19 กลายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในเขมรร้านทอง ทำไมถึงใช้คำว่า ห้างทอง ทั้งที่ไม่ใช่ ห้างสรรพสินค้า3 กิจกรรมง่ายๆ ที่ช่วยทำให้เด็กมี IQ เยอะกว่าเพื่อนๆในวัยเดียวกันญี่ปุ่นออกประกาศเตือนภัยหิมะตกหนัก! ถนนในโตเกียวอาจกลายเป็นน้ำแข็งย้อนวันวานปี 2530 เมื่อการล้างรูปยังต้องพึ่งร้านถ่ายรูป ความทรงจำก่อนยุคดิจิทัลBir Tawil แผ่นดินอาถรรพ์ที่ไม่มีใครอยากครอบครอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มหาราชาอินเดียผู้รับเด็กโปแลนด์ 640 ชีวิตกลางสงครามโลกเผ่าลึกลับกลางแอมะซอน จากสายตาของช่างภาพที่บังเอิญเจอโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์จากเด็กขโมย Snickers สู่ The Rock เรื่องจริงของการขับไล่ปีศาจช็อกโกแลต🇹🇭 ภาพประวัติศาสตร์ 1 มกราคม 2514 — ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงถ่ายทอดความรู้ด้านการทหาร แด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ณ ภูพิงคราชนิเวศน์
ตั้งกระทู้ใหม่