รู้ไว้ใช่ว่า..กินยาพาราครั้งละ 2 เม็ด เสี่ยงตับพังจริงหรือไม่?
หลายคนก็อดสงสัยไม่ได้เลยว่า เวลาที่ป่วยเป็นไข้นั้น เราควรที่จะกินยาพาราในปริมาณเท่าใดกันแน่ และถ้ากินพาราครั้งละ 2 เม็ด จะเสี่ยงตับพังจริงหรือไม่ ? วันนี้ทาง อ.เจษฎา ก็ได้ออกมาแจงรายละเอียด ชี้ควรคำนวณปริมาณยาจากน้ำหนักตัวคนไข้จะดีที่สุด และห้ามทานเกิน 8 เม็ดต่อวัน
กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในโลกออนไลน์ขณะนี้ หลังมีคุณหมอท่านหนึ่งได้ออกมาเตือนว่า “กินพารา ทีละ 2 เม็ด ตับพังไม่รู้ตัว” ทำเอาหลายคนต่างพากันสงสัย เนื่องจากบนบรรจุภัณฑ์ยา ได้ระบุเอาไว้ว่าสามารถทานได้ 1 - 2 เม็ด
ล่าสุด ทางด้าน "ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์" อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อมูลดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ชื่อว่า Jessada Denduangboripant โดยระบุใจความดังนี้
ห้ามกินยาพาราเซตามอล ทีละ 2 เม็ดจริงหรือ ?
ยาพาราเซตามอล เป็นยาสำหรับบรรเทาปวด จากสาเหตุต่าง ๆ ในระดับปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น ปวดหัว ปวดข้อเสื่อม ปวดกล้ามเนื้อ และใช้เป็นยาลดไข้ แต่จะไม่พอสำหรับการปวดขั้นรุนแรง เช่น แผลผ่าตัดใหญ่ หรือมะเร็ง โดยมากที่มีจำหน่ายกัน จะมี 2 ขนาด คือ ขนาด 325 มิลลิกรัม และขนาด 500 มิลลิกรัม ซึ่งต้องกินตามน้ำหนักตัว และการกินยาแต่ละครั้ง ควรกินห่างกันอย่างน้อย 4 - 6 ชั่วโมง และใช้เฉพาะเมื่อมีอาการ เช่น ปวดหรือมีไข้ เท่านั้น
ตามปกติสำหรับผู้ป่วยทั่วไป คือ ผู้ที่มีภาวะตับ และไตเป็นปกตินั้น จริงๆ แล้ว ทางการแพทย์ระบุว่า ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่สามารถรับประทานยานี้ได้ 10 - 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และใน 1 วัน ไม่ควรกินเกิน 4 พันมิลลิกรัม โดยไม่รับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานาน และถ้าทานแล้วไข้ไม่ลดภายใน 3 วัน หรือ อาการปวดในเด็กไม่บรรเทาภายใน 5 วัน หรือในผู้ใหญ่ไม่บรรเทาภายใน 10 วัน ควรไปพบแพทย์ เนื่องจากอาจเป็นอาการของโรคที่ร้ายแรงได้
ดังนั้น จริงๆ แล้ว เราสามารถคำนวณ จำนวนเม็ดของยาพาราเซตามอลที่เหมาะสม ที่จะกินตามน้ำหนักตัวของเรา ได้ดังนี้
ยาพาราเซตามอล ขนาด 325 มิลลิกรัม
น้ำหนัก 45 - 67 กิโลกรัม กิน 2 เม็ด (จะเห็นว่ากินทีละ 2 เม็ด ได้โดยปลอดภัยครับ)
น้ำหนัก 34 - 44 กิโลกรัม กิน 1 เม็ดครึ่ง
น้ำหนัก 22 - 33 กิโลกรัม กิน 1 เม็ด
ยาพาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม
น้ำหนัก 67 กิโลกรัมขึ้นไป กิน 2 เม็ด (จะเห็นว่ากินทีละ 2 เม็ด ได้โดยปลอดภัยครับ)
น้ำหนัก 51 - 67 กิโลกรัม กิน 1 เม็ดครึ่ง
น้ำหนัก 33 - 50 กิโลกรัม กิน 1 เม็ด
ยาพาราเซตามอล ยี่ห้อไทลินอล (Tylenol) ขนาด 650 มิลลิกรัม ชนิดเม็ดออกฤทธิ์นาน 8 ชั่วโมง ผู้ป่วยอายุ 18 ปีขึ้นไป น้ำหนักตั้งแต่ 44 กิโลกรัมขึ้นไป กิน 2 เม็ด แต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เฉพาะเวลาปวดหรือมีไข้
น้ำหนักน้อยกว่า 44 กิโลกรัม หรือผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ให้ใช้ยานี้ เพราะจะได้รับยาเกินขนาดที่แนะนำ ซึ่งอาจทำให้เกิดพิษต่อตับได้
สำหรับเด็กที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่า 22 กิโลกรัม ก็ไม่ควรรับประทานยาพาราเซตามอลแบบเม็ดทุกขนาด ควรเข้าพบแพทย์โดยตรงเพื่อปรึกษาอาการและยาที่ควรใช้
ส่วนข้อควรระวังในการกินยาพาราเซตามอล มีดังนี้
* ห้ามกินยาพารา ขนาด 500 มิลิลกรัม เกิน 8 เม็ดต่อวัน หรือ 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน
* ห้ามกินยากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะมีผลเสียต่อตับ
* หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ร่วมกับยาอื่นที่มีพาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบ เช่น ยาแก้หวัดบางชนิด ยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิด เพราะอาจทําให้ได้รับยาเกินขนาด
* ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ หากดื่มสุราเป็นประจํา เป็นโรคตับหรือโรคไต
* หากรับประทานยาแล้วเกิดอาการ เช่น บวมที่ใบหน้า เปลือกตา ริมฝีปาก ลมพิษ หน้ามืด ผื่นแดง ตุ่มพอง ผิวหนังหลุดลอก ให้หยุดยา และรีบปรึกษาแพทย์ทันที
เขียนโดย Mac Casanova
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคน
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด



