ธนาคารของรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
ธนาคารออมสินเป็นธนาคารของรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ด้วยพระราชประสงค์ที่จะส่งเสริมให้ประชาชนออมเงิน และเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการและประชาชนทั่วไป
ในยุคแรก ธนาคารออมสินมีชื่อว่า “คลังออมสิน” สังกัดกรมพระคลังมหาสมบัติ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ต่อมาในปี พ.ศ. 2472 ได้โอนย้ายมาสังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และเปลี่ยนชื่อเป็น “กองคลังออมสิน”
ในปี พ.ศ. 2489 กองคลังออมสินได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ธนาคารออมสิน” สังกัดกระทรวงการคลัง และได้รับโอนกิจการของธนาคารออมสินสงเคราะห์มารวมด้วย
ธนาคารออมสินเป็นธนาคารที่ให้บริการด้านเงินฝาก การกู้ยืมเงิน การประกันชีวิต และบริการอื่น ๆ แก่ประชาชนทั่วไป โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนออมเงิน เพื่อความมั่นคงในชีวิตและอนาคต
ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี ธนาคารออมสินได้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนออมเงิน และให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ส่งผลให้ธนาคารออมสินเป็นธนาคารที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ประวัติธนาคารออมสินตามยุคสมัย
- ยุคที่ 1 (พ.ศ. 2456 – 2471) กำเนิดธนาคารออมสิน คลังออมสินแห่งแรก สังกัดกรมพระคลังมหาสมบัติ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชปรารภว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้ในการออมเงิน และมักนำไปใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินการจัดตั้ง “คลังออมสิน” ขึ้นในสังกัดกรมพระคลังมหาสมบัติ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ และพระราชทานพระบรมราชานุญาตประกาศใช้ “พระราชบัญญัติคลังออมสิน พ.ศ. 2456” ประกาศใช้ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456
คลังออมสินเป็นธนาคารที่ให้บริการรับฝากเงินจากประชาชนทั่วไป โดยได้รับดอกเบี้ยตอบแทนตามที่กฎหมายกำหนด เงินฝากคลังออมสินสามารถเบิกถอนได้โดยไม่มีกำหนด คลังออมสินมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนออมเงิน และช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
- ยุคที่ 2 (พ.ศ. 2472 – 2489) เติบโตอย่างรุดหน้า กองคลังออมสิน สังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
ในปี พ.ศ. 2472 คลังออมสินได้โอนย้ายมาสังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และเปลี่ยนชื่อเป็น “กองคลังออมสิน” กองคลังออมสินได้เติบโตอย่างรุดหน้า มีสาขาเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ กองคลังออมสินยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน เช่น สินเชื่อเงินกู้ สินเชื่อเพื่อการศึกษา สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เป็นต้น
- ยุคที่ 3 (พ.ศ. 2489 – 2543) รากฐานความมั่นคง
ในปี พ.ศ. 2489 กองคลังออมสินได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ธนาคารออมสิน” สังกัดกระทรวงการคลัง ธนาคารออมสินได้พัฒนาระบบงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและการให้บริการแก่ประชาชน
นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน เช่น สินเชื่อเพื่อธุรกิจ สินเชื่อเพื่อการเกษตร สินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุ เป็นต้น
- ยุคที่ 4 (พ.ศ. 2543 – ปัจจุบัน) โฉมใหม่ สู่ความทันสมัยครบวงจร
ในปี พ.ศ. 2543 ธนาคารออมสินได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจและการแข่งขันในภาคการเงิน ธนาคารออมสินได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน เช่น สินเชื่อเพื่อสวัสดิการข้าราชการ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเพื่อการศึกษา เป็นต้น
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
AI พลิกโฉมวงการ "หนังสั้นของจีน"..ไม่รู้งานนี้มีคนตกงานหรือไม่ ?
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
รู้หรือไม่ ? ทำไมขนมไทยต้องใส่ "กลิ่นนมแมว" รู้จักที่มาของกลิ่นหอมที่ไม่ได้มาจากแมวนะจ๊ะ
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
เปิดภาพ “เยาวเรศ นิสากร” นางเอกจักรๆ วงศ์ๆ รุ่นบุกเบิก เยือนบ้าน “ไพรัช สังวริบุตร”
อำเภอไหนในอีสาน ที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะที่สุด?
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
บทพิสูจน์นักรบแห่งอเมซอน พิธีกรรมมดกระสุน ความเจ็บปวดที่โลกต้องจารึก
"ใบเฟิร์น พัสกร" สวยไม่เกรงใจใคร..หลายคนจำแทบไม่ได้
ขยี้ตาซ้ำ! เปิดโพย 26 ชื่อ-นามสกุลไทยสุดพีค ไวรัลสะเทือนทะเบียนราษฎร์ที่มีอยู่จริง
บทพิสูจน์นักรบแห่งอเมซอน พิธีกรรมมดกระสุน ความเจ็บปวดที่โลกต้องจารึก
อำเภอไหนในอีสาน ที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะที่สุด?
เปิดภาพ “เยาวเรศ นิสากร” นางเอกจักรๆ วงศ์ๆ รุ่นบุกเบิก เยือนบ้าน “ไพรัช สังวริบุตร”



