หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

4 โรคอันตรายที่มาพร้อมฤดูหนาว!!

เขียนโดย etc

 

แม้เดือนพฤศจิกายนจะเรียกกันว่าเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มรูปแบบแล้วก็ตาม

แต่บางส่วนของเมืองไทยเรานั้น ยังไม่ได้มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นตามชื่อฤดูเลย

แต่สิ่งหนึ่งที่มักมาพร้อมฤดูหนาวด้วยนั่นคือ เชื้อไวรัส และแบคทีเรีย

วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคต่าง ๆ ที่มักพร้อมหน้าหนาวนี้กัน

 

 

1. โรคภูมิแพ้

-อาการ 

มีอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นมากขึ้นกว่าปกติ

โดยอาการจะเกิดขึ้นในช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย 

-การดูแลรักษา

ใช้ยาเพื่อควบคุมอาการตามที่แพทย์หรือเภสัชกรร้านยาแนะนำอย่างสม่ำเสมอ

รับประทานยาแก้แพ้ และใครที่เป็นภูมิแพ้ ไม่ควรงด หรือลดการรับประทานยาในช่วงฤดูหนาว

-การป้องกัน

สวมใส่หน้ากากอนามัย ดูแลร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ

และให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ รับประทานอาการที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

 

 

2. โรคปอดบวม หรือปวดอักเสบ

-อาการ

โรคปอดบวมเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียที่ปอดหายใจหอบเหนื่อย

ไอมีเสมหะ มีไข้สูง บางครั้งไอปนเลือด

-การดูแลรักษา

ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะ และยาลดไข้

ซึ่งควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

ห้ามซื้อยาแก้ไอ มารับประทานเองโดยเด็ดขาด 

-การป้องกัน

ดูแลสุขภาพให้ดี และแข็งแรง และสวมหน้ากากอนามัยเสมอ

หากต้องเข้าไปในที่ชุมชนหนาแน่น โดยเฉพาะในสถานที่แคบหรืออากาศไม่ถ่ายเท

 

 

3. โรคไข้หวัด

-อาการ 

มีไข้ต่ำ คัดจมูก มีน้ำมูกใส ทั้งไหลทางจมูกและไหลลงคอ จาม เจ็บคอ ไอ

และน้ำตาไหลหรือตาบวมๆ ร่วมด้วย

-การดูแลรักษา

ไข้หวัดเกิดจากไวรัส ซึ่งร่างกายรักษาได้เอง

แต่เราสามารถรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการบางอย่างได้

เช่น หากมีไข้ให้รับประทานยาลดไข้ มีอาการไอให้ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ

น้ำมูกไหลให้ทานยาลดน้ำมูก

ยาปฏิชีวนะไม่จำเป็นสำหรับไข้หวัด หากน้ำมูกเริ่มข้นเหนียว

และเปลี่ยนสีเป็นเหลืองใน 2-3 วัน

เป็นอาการปกติ แต่หากไข้สูงขึ้นอาจพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะ

และใช้ครบคอร์สตามที่แพทย์และเภสัชกรแนะนำ

-การป้องกัน

ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง ทำร่างกายให้อบอุ่นสม่ำเสมอ

สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเข้าที่ชุมชน เพื่อป้องกันทั้งตัวท่านเองและผู้อื่น 

 

 

4. ไข้หวัดใหญ่

-อาการ

มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ 

-การดูแลรักษา

ส่วนใหญ่ผู้ที่เป็นไข้หวัดจะหายเอง หากภายใน 3 วัน

อาการไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์เพื่อทำการรักษาที่เหมาะสม เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้ 

-การป้องกัน

สวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยง

หรือไม่คลุกคลีกับผู้ที่มีอาการไข้หวัด และควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ปีละ 1 ครั้ง

เนื้อหาโดย: jad14
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
etc's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 126 ครั้ง
เขียนโดย etc
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
20 VOTES (5/5 จาก 4 คน)
VOTED: มุตตา, Kannika Phonphakdee, หน้าหมี, jad14
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาลสถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้าจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศรายได้ 10 สายการบินชั้นนำสืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 รายค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงรวมไอเดียตั้งชื่อสุนัขสุดกวน ฟังแล้วจำง่าย ไม่ซ้ำใครแน่นอนต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รวมของขวัญยอดนิยมที่สนมชอบส่งไปเพื่อแซะกันแซลมอนสด อาหารยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ครั้งหนึ่งคนญี่ปุ่นเคย "อี๋" มาก่อนงานวิจัย ม.เกียวโตเผย! ดมกลิ่นกุหลาบทุกวัน ช่วยลดความเสี่ยงสมองเสื่อม?เมื่อของเล่นกลัวแท็บเล็ตแย่งความรัก พนักงานออฟฟิศ ก็กลัว Al แย่งงาน..
ตั้งกระทู้ใหม่