หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หาสร้างอาชีพเสริมจากการเลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้า ที่เป็นที่นิยมมีความต้องการในการบริโภคสูงมาก

เขียนโดย Gnapbio

     

        เมื่อพูดถึงตั๊กแตนปาทังกา หลายๆคนคงนึกถึงวิกฤตที่เกิดขึ้นในหลายๆประเทศที่ถูกตั๊กแตนเหล่านี้ทำลายพืชผลทางการเกษตร  และเป็นที่น่าแปลกใจเป็นอย่างมากที่ประเทศไทยของเรานั้นสามารถแก้วิกฤติเหล่าอันให้เป็นโอกาสซึ่งเราได้มีการจับตั๊กแตนนั้นมาแปรรูปเป็นอาหาร ซึ่งตั๊กแตนปาทังกา 100 กรัมมีโปรตีนสูงถึง 27.6 กรัม  ถือว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยมของเราได้เลย

        หลังจากผ่านยุคที่ตั๊กแตนระบาด แต่ความต้องการในการบริโภคของคนเราก็ยังคงมีอยู่ได้มีการนำเข้าตั๊กแตนมาในประเทศ ไม่นานมานี้เกิดเป็นธุรกิจการเลี้ยงตั๊กแตนปาทังเป็นอาชีพเสริมเพื่อที่สร้างรายได้ภายในครัวเรือนซึ่งต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท

         ในส่วนของการเลี้ยงตั๊กแตนปาทังก้า ในช่วงหน้าหนาวจะใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 55-60 วัน ในหน้าร้อนหรือหน้าฝนจะใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 35-45 วัน  ซึ่งปัจจุบันตัวสดจำหน่ายที่ราคาประมาณกิโลกรัมละ 500 บาท และไข่ปัจจุบันจะขายที่กิโลละประมาณ 10,000 บาท  ขีดละ 1,000 บาท แต่ราคาไข่อาจจะมีการปรับราคาถูกลงขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เลี้ยงเมื่อมีปริมาณไข่เยอะขึ้นราคาจะปรับลดลงตามกลไกการตลาด

การเก็บตั๊กแตนปาทังก้าจำหน่าย

      สำหรับช่วงวัยการเก็บตั๊กแตนเพื่อจำหน่ายจะเก็บตอนช่วงตั๊กแตนก่อนโตเต็มวัย ให้สังเกตจากตุ่มปีกของตัวอ่อนจะเจริญเติบโตมาชนกันที่สันหลังกลางลำตัว ยาวคลุมถึงส่วนท้องปล้องที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายก่อนลอกคราบออกเป็นตัวเต็มวัย

การให้อาหาร

      อาหารของตั๊กแตนปาทังก้าเป็นหญ้าสด ที่ทางฟาร์มจะเริ่มให้อาหารมื้อแรกแก่ลูกตั๊กแตนที่มีอายุ 6 วัน (นับตั้งแต่ฟักออกมาจากไข่) โดยหญ้าสดที่ให้ต้องปลอดสารเคมี เพราะตั๊กแตนปาทังก้าค่อนข้างอ่อนไหวง่ายอย่างมากกับสารเคมี จะทำการใส่หญ้าสดเข้าไปในกรงเลี้ยงทุกๆ วัน ถือเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย กินง่ายมาก

ข้อควรระวัง

       ควรระวังอย่าให้กรงเลี้ยง หรือในพื้นที่บริเวณที่เลี้ยงมีมด เพราะหากมดกัดกินไข่ จะทำให้ไข่ไม่สมบูรณ์ ไข่ที่ถูกฟักออกมาจะไม่แข็งแรงได้

 

เนื้อหาโดย: Gnapbio
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gnapbio's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 238 ครั้ง
เขียนโดย Gnapbio
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: lo73l1
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาจากห้องเช่าเล็กสู่โรงงาน ธุรกิจใดในไทยเริ่มด้วยเครื่องมือเพียงชิ้นเดียวได้บ้าง?5 ยี่ห้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า “แรงและคุ้ม” น่าจับตาในไทยปี 2026จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน7 Digital Risk ที่คนไทยเจอบ่อยในปี 2026 ตั้งแต่ลิงก์ปลอมถึงเสียงปลอม10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดเลขมงคล "เพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 16 สิงหาคม 2569เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยทำไมคนชอบเดินผ่านห้องน้ำห้องแรกทำไมยิ่งพยายามนึกชื่อกลับยิ่งนึกไม่ออกภูเขาไฟพ่น “ทองคำแท้” กลางแอนตาร์กติกา! Mount Erebus ปล่อยอนุภาคทองจิ๋วเกือบร้อยกรัมต่อวัน!!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย10 ของพื้นบ้านไทย ที่ต่างชาติชอบ ไปไกลถึงตลาดโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สถูปเจดีย์เซียร์คิป มรดกพุทธศิลป์ที่สาบสูญแห่งเส้นทางสายไหม“พระอาทิตย์เที่ยงคืน” แห่งสฟาลบาร์ด มหัศจรรย์แห่งแสงที่ทำให้กลางคืนหายไปเกือบ 4 เดือน“มอนเต คาลี” ภูเขาเกลือยักษ์แห่งเยอรมนี เมื่อกากจากเหมืองเติบโตจนกลายเป็นภูเขาสีขาวจาก “Gomukh” สู่แม่น้ำคงคา จุดเริ่มต้นของสายน้ำแห่งศรัทธาบนเทือกเขาหิมาลัย
ตั้งกระทู้ใหม่