10 สิ่งสกปรกที่สุดในโลก
อะไรคือสิ่งที่สกปรกที่สุดในโลก คำถามนี้อาจดูเหมือนไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่จากการศึกษาวิจัยพบว่ามีสิ่งของหลายอย่างที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียจำนวนมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
สิ่งสกปรกที่สุดในโลก 10 อันดับ
จากการศึกษาวิจัยพบว่า สิ่งสกปรกที่สุดในโลก 10 อันดับ ได้แก่
-
โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่ผู้คนใช้งานกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจสัมผัสกับสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ง่าย เช่น ฝุ่นละออง เหงื่อไคล ไขมันจากผิว เศษอาหาร เป็นต้น การศึกษาพบว่าโทรศัพท์มือถือมีเชื้อโรคมากกว่าฝาชักโครกถึง 10 เท่า
-
คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี เนื่องจากมักสัมผัสกับฝุ่นละออง เศษอาหาร เหงื่อไคล และผิวหนัง การศึกษาพบว่าคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์มีเชื้อโรคมากกว่าฝาชักโครกถึง 40 เท่า
-
ฝาชักโครก ฝาชักโครกเป็นอุปกรณ์ที่สัมผัสกับสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ง่าย เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ และเชื้อโรคจากร่างกายมนุษย์ การศึกษาพบว่าฝาชักโครกมีเชื้อโรคมากกว่าพื้นห้องน้ำถึง 100 เท่า
-
รีโมทคอนโทรล รีโมทคอนโทรลเป็นอุปกรณ์ที่สัมผัสกับมือของผู้ใช้งานบ่อยครั้ง ซึ่งอาจสัมผัสกับสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ง่าย เช่น ฝุ่นละออง เหงื่อไคล และไขมันจากผิว การศึกษาพบว่ารีโมทคอนโทรลมีเชื้อโรคมากกว่าฝาชักโครกถึง 10 เท่า
-
เงินสด เงินสดเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ซึ่งอาจสัมผัสกับสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ง่าย เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส การศึกษาพบว่าเงินสดมีเชื้อโรคมากกว่าพื้นห้องน้ำถึง 200 เท่า
-
ที่จับประตู ที่จับประตูเป็นอุปกรณ์ที่ผู้คนใช้งานกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาจสัมผัสกับสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ง่าย เช่น เชื้อโรคจากมือมนุษย์ การศึกษาพบว่าที่จับประตูมีเชื้อโรคมากกว่าพื้นห้องน้ำถึง 100 เท่า
-
แปรงสีฟัน แปรงสีฟันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดฟัน แต่หากไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคต่างๆ การศึกษาพบว่าแปรงสีฟันที่มีขนแปรงแข็ง มีเชื้อโรคมากกว่าแปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนถึง 10 เท่า
-
ผ้าปูที่นอน ผ้าปูที่นอนเป็นสิ่งของที่สัมผัสกับร่างกายโดยตรง ซึ่งอาจสัมผัสกับสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ง่าย เช่น เหงื่อไคล ไขมันจากผิว และแบคทีเรีย การศึกษาพบว่าผ้าปูที่นอนมีเชื้อโรคมากกว่าฝาชักโครกถึง 20 เท่า
-
รองเท้า รองเท้าเป็นอุปกรณ์ที่สัมผัสกับพื้นดิน ซึ่งอาจสัมผัสกับสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ง่าย เช่น ฝุ่นละออง แบคทีเรีย และเชื้อรา การศึกษาพบว่ารองเท้ามีเชื้อโรคมากกว่าพื้นห้องน้ำถึง 100 เท่า
-
ที่นอน ที่นอนเป็นสิ่งของที่สัมผัสกับร่างกายโดยตรง ซึ่งอาจสัมผัสกับสิ่งสกปรกต่างๆ ได้ง่าย เช่น เหงื่อไคล ไขมันจากผิว และแบคทีเรีย การศึกษาพบว่าที่นอนมีเชื้อโรคมากกว่าฝาชักโครกถึง 10 เท่า
วิธีป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกเหล่านี้มาทำร้ายสุขภาพ
เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งสกปรกเหล่านี้ และป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกเหล่านี้มาทำร้ายสุขภาพ ควรปฏิบัติดังนี้
- ล้างมือให้สะอาดเป็นประจำด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ห้องน้ำ และหลังสัมผัสสิ่งสกปรกต่างๆ
- ทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้บ่อยครั้ง เช่น โทรศัพท์มือถือ คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ รีโมทคอนโทรล และแปรงสีฟัน
- ซักผ้าปูที่นอนและผ้าห่มสัปดาห์ละครั้ง
- ทำความสะอาดรองเท้าเป็นประจำ
- ดูดฝุ่นและเช็ดถูบ้านเป็นประจำ
สรุป
สิ่งสกปรกต่างๆ มีอยู่รอบตัวเรา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้นจึงควรหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้บ่อยครั้ง และล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งสกปรกเหล่านี้ และป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกเหล่านี้มาทำร้ายสุขภาพ
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ทำไมคนส่วนใหญ่ถนัดขวา มากกว่าถนัดซ้าย วิทยาศาสตร์อธิบายไว้หลายทาง
ความหมายของเลข 269 ในมุมมองของนักเสี่ยงโชคงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
เกิดเป็นมนุษย์ยากแค่ไหน อุปมาเต่าตาบอดกับห่วงไม้ในพุทธศาสนาบอกอะไรเรา
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
ถ้ากรุงเทพฯ อยู่ยากขึ้นจริง จังหวัดไหนน่าจะเป็นเมืองอนาคตของไทย
7 มหาวิทยาลัยไทยพื้นที่กว้างระดับเมืองย่อม ที่ไม่ได้มีแค่อาคารเรียน
ประเทศที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก มาครองได้เพียงครั้งเดียว มีอยู่ 2 ประเทศ
ทำไมฝนชอบตกตอนเลิกงาน หรือเราแค่จำมันได้แม่นกว่าช่วงอื่น
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
สะพานน้ำแห่งเดียวในประเทศไทย
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
วิทยุทรานซิสเตอร์ยังไม่หายไป แค่ย้ายไปอยู่กับคนที่ยังต้องใช้จริง
ประเทศที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก มาครองได้เพียงครั้งเดียว มีอยู่ 2 ประเทศ
กล้องโพลารอยด์เคยดังแค่ไหน? ยุคที่ถ่ายปุ๊บ ได้รูปปั๊บ คือความล้ำที่คนทั้งงานต้องหันมามอง
ทำไมคนส่วนใหญ่ถนัดขวา มากกว่าถนัดซ้าย วิทยาศาสตร์อธิบายไว้หลายทาง








