หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เวียดนาม7:เข้าฝั่งจากฮาลองเบย์

เนื้อหาโดย Turnov

     พยายามหลีกเลี่ยงจากอาการแทรกซ้อนด้วยอารมณ์ขุ่นมั่วมาโดยตลอด เพราะตั้งใจและระลึกอยู่เสมอว่ากำลังเดินทางท่องเที่ยวอยู่ จิตว่างๆ ใจใสๆ และอารมณ์ดีๆเป็นประตูบานสำคัญ เปิดให้ได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ๆแบบเต็มๆ ใช้เวลาพักใหญ่อยู่เหมือนกัน กว่าจะลบล้างความขุ่นมัวนั้นออกไปได้ ตกลงกับตัวเองว่า “โอเค...จบ!” พร้อมกับตัดใจลืมเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมสูดลมหายใจลึกๆมองท้องทะเลสวยรอบตัว

     วันนี้ฝนตกตลอดตั้งแต่เช้า อากาศจึงเย็นกว่าเมื่อวาน สายฝนที่พรำลงมาทำให้ท้องทะเลดูเหมือนถูกปกคลุมไปด้วยหมอกบาง ทุกมุมบนเรือถูกดัดแปลงใช้เป็นมุมส่วนตัวของแต่ละคน    ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ เขียนบันทึก ดื่มเบียร์ เล่นไพ่ ฟังเพลง และกางถุงนอนนอนหลับ ส่วนกลุ่มของพวกเราก็ไม่ต่างไปจากกลุ่มอื่น มีบ้างที่สลับด้วยการพูดคุยเล่าเรื่องราวของตัวเองเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ วันนี้ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ไม่มีสิ่งใหม่ๆมาเรียกความตื่นเต้นของทุกคน

     เกือบเที่ยง เรือของเราเทียบฝั่งอ่าวฮาลอง ต้องยืนรอรถมารับอีกพักใหญ่เช่นเคย มื้อกลางวันถูกจัดไว้ที่โรงแรมและเมนูเดิม พวกเราทุกคนต่างรู้สึกเหนื่อยล้าจากการนั่งเรือเป็นเวลานานไม่แพ้กัน และก็รู้ดีว่ามื้อนี้เป็นมื้อสุดท้ายที่เราจะได้ร่วมกินอาหารร่วมกัน

     ฉันกล่าวขอบคุณทุกคนในมิตรภาพตลอดการเดินทาง และทำให้ฉันลืมไปเสียสนิทเลยว่า ฉันเดินทางมาประเทศเวียดนามเพียงคนเดียว เราแลกอีเมล์กันพร้อมกับสัญญาว่าจะส่งรูปและติดต่อกันทางอีเมล์ รีน่าและคุณแม่ถูกแยกเดินทางกลับสู่ฮานอยด้วยรถตู้อีกคัน ยังไม่ทันโบกมือลาให้กันดี รถตู้คันนั้นก็แล่นจากไป ส่วนฉันนั่งรถกลับคันเดียวกับสองหนุ่ม ระหว่างทาง เกือบทุกคนในรถหลับกันหมด ฉันเลยนั่งมองสายฝนค่อยๆไหลเช็ดแผ่นกระจกรถครึ่งหลับครึ่งตื่น จนรถจอดให้ลงที่หน้าโรงละครหุ่นกระบอกน้ำในย่าน Old Quarter ในเวลาใกล้ค่ำ ถึงเวลาร่ำลาพ่อสองหนุ่มแล้ว “เป็นเด็กดีนะจ๊ะ” คือคำพูดสุดท้าย ก่อนโบกมือลาแยกกันไป

     เดินกลับมาที่โรงแรม Real Darling Hotel เพราะได้จองห้องพักสำหรับคืนนี้ไว้แล้ว เก็บสัมภาระและผักผ่อนสักครู่ ก่อนออกไปหามื้อเย็นกิน รู้สึกตัวว่าร่างกายอ่อนเพลียเหลือเกิน ต้องรีบพักผ่อนเรียกเรี่ยวแรงกลับคืนมา นี่ยังผ่านไปไม่ถึงครึ่งทริปเลย ร่างกายต้องทำงานหนักอีกเยอะ จึงกินเฝอข้างทางใกล้ๆโรงแรมแล้วรีบกลับห้อง ก่อนหลับไปด้วยความเพลีย แอบนึกสงสัยว่า ป่านนี้รีน่ากับคุณแม่จะเข้านอนหรือยังนะ? แล้วสองหนุ่มน้อยกำลังทำอะไรอยู่หนอ?

     เราก็โชคดีเหมือนกัน! ได้เจอเพื่อนดีๆระหว่างทาง...

     โปรแกรมในวันถัดมา คือแพ็คเก็จ City Tour ที่ได้จองไว้แล้ว ตื่นแต่เช้าออกไปเดินเล่น ดูชีวิตผู้คนยามเช้า คนที่นี่ขยันกันทำมาหากินกันดีจัง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรีบเร่ง ได้ยินเสียงจอแจตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง จัดการมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว จึงกลับมารอรถรับไปชมสถานที่ต่างๆตามแพ็คเก็จ วันนี้ไม่เพียงแต่จะโชคดี เจอเพื่อนร่วมเดินทางดีๆเช่นสหายชาวญี่ปุ่นที่เพิ่งลาจากเท่านั้น แต่เพื่อนใหม่ที่ร่วมทัวร์ในวันนี้เป็นพี่ๆคนไทยถึง 5 คน! ทั้งฉันเองและพี่ๆถูกใจกันใหญ่ที่มาเจอคนไทยด้วยกัน ทั้งวันเลยได้ลื่นหูลื่นลิ้นพูดภาษาไทยกันลั่นฮานอย โดยเฉพาะ พี่ปู้ ที่มีภูมิลำเนาเป็นคนทางภาคเหนือเหมือนฉัน อู้กำเมืองกันม่วนไปเลยจ้าว...เจอคนไทยยามอยู่ต่างแดนทุกครั้งก็จะรู้สึกอบอุ่นและดีใจเหมือนเป็นญาติกัน ตลอดทั้งวันฉันเลยกลายเป็นน้องเล็กที่ได้รับการดูแลและเอาใจใส่ดีมากเป็นพิเศษ ขนมนมเนยมีมาตลอดไม่เคยขาด

     ไกด์ของกลุ่มเราเป็นเด็กนักเรียนมหาวิทยาลัยในสาขาการท่องเที่ยว แต่ทักษะการเป็นไกด์ของเธอเข้าขั้นมืออาชีพทีเดียว เราใช้เวลาเกือบทั้งวันในการไปเยี่ยมชม สุสานโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh’s Mausoleum) บ้านพักหลังสุดท้ายของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh’s Spilt House) พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Museum) บ้านโบราณ (Memorial House) และวิหารวรรณกรรม (Temple of Literature)

     นักท่องเที่ยวและเด็กนักเรียนที่มาทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์กับทางโรงเรียนเยอะมาก ชวนตาลายไปจนถึงเวียนหัวได้เลย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติแด่ท่านโฮจิมินห์ ภายในมีนิทรรศการ สื่อการแสดงถึงเรื่องราวสมัยสงคราม ความเป็นอยู่ของเหล่าทหารกู้ชาติ ตลอดจนการต่อสู้ของท่านโฮจิมินห์ ในการรวมเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้เข้าด้วย น่าเสียดาย ที่ท่านไม่ทันได้เห็นปณิธานของท่านเป็นจริง แต่การเป็นปึกแผ่นของประเทศเวียดนามทุกวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันต่อวิญญาณท่านถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของความพยายามมาเกือบตลอดชีวิตของท่านแล้ว

     จุดหลักสำคัญของทุกคนที่มาสุสานโฮจิมินห์ คือการเข้าชมร่างปราศจากวิญญาณของท่านโฮจิมินห์ที่เก็บรักษาไว้อย่างดีที่นี่ ต้องขอชมเชยการจัดระบบรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เข้าคิวชมตั้งแต่เช้าเพราะทั้งสะดวกและรวดเร็ว แต่กฎข้อห้ามมีมากอยู่สักหน่อย เพื่อความเป็นระเบียบและความปลอดภัย เช่น ห้ามนำกล้องถ่ายรูปเข้าไป ห้ามใส่หมวก และพูดคุยกันระหว่างอยู่ในอาคาร มีเวลาให้ชมศพของท่านเพียงไม่กี่นาที แต่รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย ว่าขณะนี้กำลังได้เห็นร่างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณอันกล้าหาญเข้มแข็งน่ายกย่อง

      *ติดตามเรื่องราวทริปและงานเขียนอื่นได้ที่ https://tenlavenders.blogspot.com/

เนื้อหาโดย: Turnov
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Turnov's profile


โพสท์โดย: Turnov
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หนังไทยที่ขาดทุนมากที่สุด เท่าที่เคยมีการบันทึกสถิติไว้เงินหมื่นมาแล้ว! เฟส 2 ได้ไม่เกิน ม.ค. นี้ เฟส 3 เตรียมเฮ!รู้แล้วเศร้านะ โก๊ะตี๋เผยสาเหตุที่ต้องเลิกกับน้องกวางยังจำได้ไหม พี่ส้ม Disney Club ขวัญใจของเด็กๆ และนี่คือชีวิตปัจจุบันเมืองโบราณ 10 จุดที่ต้องเที่ยว สมุทรปราการเลขเด็ด "แพนแพนพารวย" งวดวันที่ 17 มกราคม 68..รีบดูรีบซื้อ ก่อนหวยหมด!8 คุณประโยชน์จากกุ้ง ที่มีต่อสุขภาพการเงิน 12 ราศีในปี 2025 ราศีไหนจะเฮงสุดในเรื่องเงินทอง?ปวดสะโพกร้าวลงขาทำนายโชคชะตา 12 ราศี ปี 2025 ใครจะรวย ใครจะรุ่ง?ชื่อสถานที่บนดาวอังคาร ที่ถูกตั้งตามชื่ออำเภอของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด Review, HowTo, ท่องเที่ยว
ไบรซ์ แคนยอน (Bryce Canyon National Park) อัญมณีแห่งธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกาเกาะช้างสวรรค์แห่งทะเลกรุงโซลออกกฎปรับเงินคนให้อาหารนกพิราบในสวนสาธารณะThe Power Of Dog:อำนาจบาดเลือดแค้น(พลังหมาน้อย) เรื่องราวความรักของพ่อหนุ่มคาวบอย กับ หนุ่มน้อยแม่เลี้ยงเดี่ยวที่อบอุ่น? ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่!
ตั้งกระทู้ใหม่