เบื้องหลังปริศนาที่มาของ “เกาะวอลโว่” ที่หลายคนสงสัยว่า รถวอลโว่ขึ้นไปจอดบนนั้นได้ยังไง
เบื้องหลังปริศนาที่มาของ “เกาะวอลโว่” ที่หลายคนสงสัยว่า วอลโว่ขึ้นไปจอดบนนั้นได้ยังไง
เบื้องหลัง “เกาะวอลโว่” ที่หลายคนสงสัยว่าวอลโว่ขึ้นไปจอดบนนั้นได้ยังไง
ข่าวนี้มันก็เป็นอุทาหรณ์สอนใจคนได้นะครับว่าถ้ามีเงินแล้วก็สามารถจะโดนบันดาลอะไรได้ตามใจชอบเบื้องลึกเบื้องหลัง เกาะวอลโว่
ก็อย่างว่าแล้วนะครับคนเรามีความคิดมีไอเดียมีการสร้างสรรค์ต่างๆนาๆ
แต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าคนๆนั้นจะมีศิลปะในการนำเสนอขนาดไหนโดยเฉพาะ เกาะวอลโว่ นี้เป็นต้นกำเนิดสิ่งที่เราคิดว่ามันสร้างสรรค์หรือไม่การทำลายเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ
ก็ขอให้เพื่อนๆลองใช้วิจารณญาณในการรับชมข่าวนี้นะครับ
เมืองออตตาวา ในรัฐอิลลินอยส์ เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ และเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนประมาณ 20,000 คน ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ลูกเสือแห่งอเมริกา แต่นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่โดดเด่น ยกเว้นแค่เพียงเหมืองร้างแห่งหนึ่งที่ถูกน้ำท่วมสูง 38 ฟุต และตรงนั้นมีเกาะหินเทียมที่มีรถวอลโว่ S80 ปี 2001 จอดอยู่
เกาะแห่งนี้จึงถูกเรียกว่า “เกาะวอลโว่” และผู้ที่เดินทางผ่านไปผ่านมามักจะตั้งคำถามกับรถวอลโว่คันนี้ว่า มันขึ้นไปอยู่บนนั้นได้อย่างไร
จริง ๆ แล้ว ทั้งเกาะและทะเลสาบโดยรอบเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของ สก็อต แมนน์ เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ 2 แห่งในเมืองนี้ และ ทิฟฟานี วอร์เรน ผู้จัดการสำนักงานของเขากล่าวว่า เจ้านายของเธอ “มีไอเดียบ้าบอมากมาย”
เธอยอมรับว่า เดิมทีเจ้านายของเธอตั้งใจทิ้งรถวอลโว่ไว้ที่นั่นพร้อมกับความคิดที่จะจัดการแข่งขันเพื่อดูว่า ผู้คนจะสามารถนำรถคันนี้ออกมาจากที่นั่นได้อย่างไร เขาคิดว่าการแข่งขันอาจจะดึงดูดให้ผู้คนมาเยี่ยมชมที่เหมืองแห่งนี้ แต่เขาก็ต้องคิดทบทวนใหม่อีกครั้ง
“เรากำลังคิดจะจัดการแข่งขันเพื่อดูว่าใครจะหาวิธีนำรถออกมาจากที่นั่นได้อย่างไร แต่เราตัดสินใจไม่สู้” ทิฟฟานีกล่าว “มันค่อนข้างอันตราย เพราะมีน้ำที่ลึกลงไปถึง 38 ฟุต”
ทิฟฟานีกล่าวต่อไปว่า เกาะที่วอลโว่จอดอยู่ ครั้งหนึ่งเคยเป็นแหลมที่ยื่นออกไปในน้ำและรถก็ถูกลากเอาไปไว้ที่นั่น ก่อนที่ในเวลาต่อมา พื้นดินที่เชื่อมต่อไปยังรถจะถูกขุดออก เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวดูเหมือนเกาะมากขึ้น
ต่อมา สก็อตต้องการจะถมทรายลงบนเกาะเพื่อให้มันดูเหมือนชายหาด แต่ไอเดียนี้ก็ยังไม่เคยเกิดขึ้นแต่อย่างใด
เป็นยังไงบ้างครับอ่านมาจนจบ
สุดท้ายแล้วคุณคิดว่าธรรมชาติมันก็คือธรรมชาติมนุษย์จะไปเปลี่ยนแปลงธรรมชาติหรือว่าจะไปเสริมเติมแต่งอะไรก็ไม่เหมือนกับธรรมชาติที่มันสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง.. เกาะแก่งต่างๆมันเกิดขึ้นตามธรรมชาติก็ให้มันเกิดไป
ไม่ใช่ไปเปลี่ยนแปลงหรือว่าไปทำอะไรที่เสริมเติมแต่งจนดูแล้วมันรกหูรกตาไปก็ได้นะครับ
อ้างอิงจาก: thedrive/news/,YouTube
ญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมร
ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี
สีกระเป๋าสตางค์เสริมดวงตามวันเกิด ประจำปี พ.ศ.2569 สำหรับ คนเกิดวันอาทิตย์ - คนเกิดวันพุธกลางวัน
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบัน
วิธีปฏิเสธ "คำขอทำงานล่วงเวลาเร่งด่วน" แบบคนมี EQ สูง
4 ราศีที่จะได้รับโชคลาภในปี 2026 จากมังกรศักดิ์สิทธิ์
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
โอเลี้ยง vs อเมริกาโน่ กาแฟดำเหมือนกัน แต่ทำไมรสชาติถึงต่างกันราวฟ้ากับเหว?
ควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?
BTS ชี้แจงห้าม 3 ประเทศใช้บัตร Rabbit จริงหรือไม่?
หนุ่มต่างชาตินั่งกินบวบฉ่ำข้างถนน..ชาวบ้านสุดทน! ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป
หลุมที่ลึกที่สุดลึกลงไปถึงแค่ไหน?
คิวบาเผย "พลเมืองคิวบาดับ 32 ราย ขณะทหารมะกันบุกจับผู้นำเวเนซุเอลา"
เช็กด่วน! 4 ผงอันตรายใกล้ตัวในครัวเรือน บริโภคสะสมเสี่ยงโรคร้ายทำลายสุขภาพระยะยาว
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)









