องค์การยูเนสโก ให้การรับรอง"เกาะแกร์"เป็นมรดกโลกของ กัมพูชา
มรดกโลกของของประเทศเพื่อนบ้าน และผู้ชื่นชอบในอารยธรรมโบราณของดินแดนอาเซียน เมื่อแหล่งโบราณคดี “เกาะแกร์” หรือที่บ้างคนเรียกว่า พีระมิดเกาะแกร์ ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก
สำหรับการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ คร้ังที่ 45 ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในช่วงสัปดาห์นี้ ประเทศเพื่อนบ้านกัมพูชา ก็ได้รับการรับรองมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ นั่นคือ “เกาะแกร์” (ส่วนวาระ “เมืองโบราณศรีเทพของไทย” ถูกบรรจุในวาระการพิจารณาที่ 31 คาดว่าจะอยู่ในช่วงค่ำของวันที่ 18 กันยายน 2566 หรือเช้าวันที่ 19 กันยายน 2566)
เกาะแกร์ มรดกโลกแห่งใหม่ของประเทศกัมพูชา อยู่ห่างออกไปจากเมืองเสียมเรียบทางตะวันออกเฉียงเหนือราว `127 กิโลเมตร สันนิษฐานว่า เคยมีสถานะเป็นราชธานีของอาณาจักรเขมรโบราณช่วงสั้นๆ คือ ค.ศ. 928-944
ประวัติการสร้างมรดกโลกแห่งนี้ สันนิษฐานว่าในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ทรงย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรขอมมาที่เมืองเกาะแกร์ ภายหลังการสวรรคตของพระเจ้ายโศวรมันและการครองราชย์ของพระโอรสที่เมืองพระนครซึ่งอ่อนแอ
พระองค์ได้โปรดให้สร้างปราสาทธมที่เกาะแกร์ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเทวาราชของพระองค์ตามลัทธิเทวราชา อันแสดงพระราชอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่กษัตริย์ที่เมืองพระนครไม่อาจเทียบเทียมได้
อย่างไรก็ตาม ไม่นานมานี้ มีงานวิจัยใหม่ที่พบหลักฐานทางโบราณคดีว่า อาจมีการตั้งบ้านเรือนและวัดวาอารามต่างๆ ก่อนยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ในบริเวณนี้ราว 200 ปี
สำหรับลักษณะอันโดดเด่นทางด้านศิลปกรรม ข้อมูลจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ระบุว่า ปราสาทเกาะแกร์ เป็นกลุ่มปราสาทที่ประกอบไปด้วยฐานเป็นชั้น (ปัจจุบันเรียกปราสาทธม) และปราสาทบนพื้นราบ ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มปราสาทหลายหลังบนฐานเดียวกัน ด้านหน้าสุดปรากฏโคปุระขนาดใหญ่ซึ่งสร้างด้วยอิฐ ปราสาทแห่งนี้ถือเป็นพัฒนาการใหม่ทางด้านเทคนิคของปราสาทในศิลปะขอม เนื่องจากปราสาทที่สร้างด้วยอิฐส่วนมากมักมักเจาะประตูได้เพียงด้านเดียว แต่โคปุระของปราสาทเกาะแกร์กลับเจาะประตูได้ทั้งสองด้าน
ถือเป็นปราสาทบนฐานเป็นชั้นที่สูงและสง่างามที่สุดในศิลปะขอม เนื่องจากมีฐานซ้อนกันขึ้นไปถึง 7 ชั้น ด้านบนคงเคยประดิษฐานปราสาทประธาน 1 หลัง ปราสาทบนฐานเป็นชั้นในศิลปะเกาะแกร์สามารถศึกษาเปรียบเทียบได้กับปราสาทปักษีจำกรงที่เมืองพระนครอีกหลังหนึ่ง
อาคารยาวๆของปราสาทเกาะแกร์ สร้างด้วยหินทั้งหลังแต่คงเคยมีหลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ด้านหน้าประกอบด้วยหน้าจั่วสามเหลี่ยมซึ่งเลียนแบบมาจากอาคารเครื่องไม้ ที่น่าสนใจก็คือ ที่ปลายหน้าจั่วมีลายตกแต่งเป็นรูปขมวดม้วน ซึ่งอาจกลายมาจากงวงของมกรก็ได้ หน้าจั่วเช่นนี้จะปรากฏอีกกับปราสาทในศิลปะบันทายสรีและบาปวนบางหลัง เช่นปราสาทบันทายสรี ปราสาทพระวิหาร เป็นต้น อนึ่ง น่าสังเกต “รู” ที่หน้าบันซึ่งเคยเป็นเต้ารับแปของเครื่องไม้ซึ่งได้หายไปหมดสิ้นแล้ว
เลขลับวงใน งวด 1 ตุลาคม 69
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
สถิติหวยลาว 1 ต.ค. 69 ย้อนหลังวันพฤหัสบดี ตัวเลข 4 ตัว 3 ตัว 2 ตัว มีอะไรให้สังเกต
ปฏิทินจีน งวด 1 ต.ค. 69 ย้อนรอยเลข 7-0-9-5-6 เปิดชุด 2 ตัว-3 ตัว
ถูกรางวัลที่ 1 ได้ 6 ล้าน แต่ทำไมเงินที่รับจริงไม่ถึง 6 ล้าน
ตั๊ก มยุรา” ตอบกลับชาวเน็ต หลังถูกแซะ “กินข้าวแจกฟรีได้เหรอ” ติดบ้านน้ำท่วมหลายวัน ลั่นพี่ไม่ใช่เทวดานางฟ้า
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
รหัสเลขมูเตลู "หมอปลาย พรายกระซิบ" 1 ตุลาคม 2569
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/10/69
รมต.กระทรวงกลาโหมมะกัน ประกาศจัดตั้งกองกำลังรบอัตโนมัติ
ย้อนความทรงจำ 5 ร้านสะดวกซื้อดัง ที่หลายคนเคยแวะ
30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟน
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย





