หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เผาศพวิถีใหม่ "ณาปนกิจด้วยน้ำ"

เขียนโดย aeprincess

วิธีการฝังศพแบบปกตินั้นเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม และการดองศพที่ชะลอการเน่าเปื่อยของผู้ตายเพื่อใช้ในการประกอบพิธี ท้ายที่สุดแล้วเมื่อนำไปฝั่งต่อ สารเคมีที่ใช้ในการดองศพก็ปนเปื้อนไปสู่พื้นดิน และการทำโรงศพก็ยังใช้ทั้งไม้และเหล็กจำนวนมาก ด้านสุสานเองก็ต้องสร้างช่องคอนกรีตฝังพื้นเพื่อปกป้องโลงและร่าง ครั้นจะเลือกวิธีการฌาปนกิจ (เผา) ก็ต้องใช้ทั้งเชื้อเพลิง และก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศจำนวนมาก

ในปัจจุบันมีบริษัทเอกชนเริ่มตื่นตัวและเปิดให้ญาปนกิจศพด้วยน้ำแล้วกันในหลายประเทศ รวมถึงในบางส่วนของสหรัฐฯ แคนาดา เม็กซิโก ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และบางประเทศในยุโรป เนื่องจากเป็นวิธีที่ช่วยลดมลพิษ และป้องกันโลกร้อนได้แต่ยังไม่ได้รับความนิยมนักเนื่องจากการณาปนกิจด้วยน้ำนั้นมีราคาที่แพงกว่าการฝังดินหรือเผาไฟ

การณาปนกิจด้วยทำอย่างไร ?

"การณาปนกิจด้วยน้ำ" หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ฌาปนกิจแบบต้มในถุง”

เป็นกระบวนการที่จะนำศพผู้เสียชีวิตใส่ลงใน "ถุงชีวภาพ" ที่ทำมาจากแป้งข้าวโพด จากนั้นทำการ "ละลายศพ" ด้วยการวางไว้ในถังปิดสนิท ซึ่งภายในถังจะเติมน้ำเข้าไปประมาณ 95% และอีก 5% จะเติมโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ แล้วให้ความร้อนประมาณ 160 องศาเซลเซียส

สารละลายร้อนมีฤทธิ์เป็นด่างที่จะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์จนเหลือเพียงกระดูกที่อยู่ในรูปของแคลเซียม

ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ทุกอย่างจะสลายไปเอง ยกเว้นโครงกระดูก

 

เตาฌาปนกิจศพด้วยน้ำ ของบริษัท White Rose Aqua Cremation ในสหรัฐฯ

 

โดยเจ้าสารโพแทสเซียมไฮดรอกไซค์ที่ใช้ในการละลายศพ ได้มีการทดสอบแล้วว่าสามารถปล่อยละลายลงสู่ระบบระบายน้ำได้ตามปกติ

ซึ่งการณาปนกิจด้วยน้ำสามารถลดการปล่อยก๊าสคาร์บอนได้น้อยกว่าการเผาศพประมาณครึ่งนึง ซึ่งวิธีการนี้ยังคงหลงเหลืออัฐิของผู้เสียชีวิตเพื่อให้ครอบครัวได้นำกลับในลักษณะของการเก็บอัฐิที่เกิดจากการเผาศพ เพื่อนำไปประกอบพิธีขึ้นสุดท้าย เช่นการลอยอังคารหรือโปรยในสถานที่ที่ผู้ตายต้องการได้

 

จึงกล่าวได้ว่า การณาปณกิจในรูปแบบใหม่นี้ เป็น "การตายอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" นั้งเอง

เนื้อหาโดย: aeprincess
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
aeprincess's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 430 ครั้ง
เขียนโดย aeprincess
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: grannygarden
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อาหารไทยจานไหนดังระดับโลก มัสมั่น ต้มยำ ผัดไทย ทำไมถูกพูดถึงซ้ำสรุปสถิติหวยลาวย้อนหลัง 10 งวด พร้อมเลขเด่นงวด 10 มิถุนายน 2569จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยกะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อมีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้งมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งแชร์สูตรหาเลขเด่นหวยลาวจาก "หลักสิบบน" สูตรง่าย ๆ ที่หลายคนใช้ประกอบการเลือกเลขงวดต่อไปมารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"แนวทางเลขมงคล 3 สำนัก "ตารางมหาทักษา" ประจำวันที่ 16/6/69เลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 มิถุนายน 69..ส่องให้ไว เลขไหนใช่เลย!10 รุ่นรถยนต์ที่อะไหล่หาง่ายที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อาชีพที่คนภายนอกคิดว่ารวย แต่คนในวงการบอกว่าไม่จริง?มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"กะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อ5 ที่เที่ยวโรแมนติกในไทย คู่รักควรเลือกแบบไหนให้ทริปจำไม่ลืมแม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ศิษย์มีครู : รากฐานแห่งการเรียนรู้ที่งดงามของไทยมารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"สิมิลัน สุรินทร์ หลีเป๊ะ ดอยอินทนนท์ สวยแค่ไหน และควรไปช่วงไหนถึงคุ้ม
ตั้งกระทู้ใหม่