4เคล็ดลับ(ทางลัด)คิดคอนเท้นแบบไม่จำกัด
เขียนโดย aeprincess
ต้องบอกว่าการคิดคอนเท้นนั้นเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับการขายของ หรือการทำงานครีเอเตอร์บนโลกออนไลน์ เพราะบางครั้งเราก็หัวตันคิดอะไรไม่ออก การคิดคอนเท้นแบบใหม่ คอนเท้นที่มีมูลค่ามักจะเป็นคอนเท้นที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก และเป็นคอนเท้นที่สามารถทำเงินหรือขายของได้
ซึ่งจะขอแชร์ 4 เคล็ดลับพิเศษ ทางลัด ที่จะผลิตคอนเท้นดี ๆ มีมูลค่า และสามารถสร้างสรรค์คอนเท้นได้อย่างไม่จำกัดเลย
1. หา "จุดตัดตัดสินใจ" ที่เราสนใจไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอนเท้น หรือสินค้า
ในที่นี้คือเราเข้าใจเนื้อหาหรือตัวตนของเราที่ต้องการจะสื่อ หรือเข้าใจในตัวสินค้าของเราว่าสินค้าเราเกี่ยวข้องกับอะไร แต่เราต้องสังเกตุดูว่าถ้ากลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าของเราจะใช่จุดตัดสินใจไหน
ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นครีเอเตอร์สายอาหาร อาหารที่คุณนำเสนอจะต้อง "น่ากิน" ซึ่งหากอาหารน่ากินกลุ่มเป้าหมายจะให้ความสนใจหรือเลือกซื้ออย่างแน่นอน แต่ความน่ากินสามารถทำได้หลายรูปแบบ อาจจะหมายความว่าอาหารทำยากก็น่ากิน วัตถุดิบดีก็น่ากิน เชฟดังก็น่ากิน ถ่ายรูปสวยก็น่ากิน จะเห็ได้ว่าความน่ากินเหล่านี้มีหลายรูปแบบ แต่เราจะนำพาความน่ากินเหล่านี้ไปสู่จุดๆ เดียวที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้สึกว่าอยากกินได้อย่างไร
อีกตัวอย่างคือ หากเราเป็นครีเอเตอร์หรือคนขายเสื้อผ้า สิ่งที่เรานเสนอคือเสื้อผ้าตัดเย็บดีแค่ไหน เนื้อผ้านุ่มแค่ไหน ใส่สบายขนาดไหน แต่หากใส่แล้วไม่สวยเราก็คงไม่ซื้อ
เพราะฉะนั้นทุกสินค้า "จะมีจุดตัดสินใจของมันเสมอ" บางสินค้าอาจมี 2-3 จุดตัด แต่บางสินค้ามีจุดตัดสินใจแค่ 1 จุด เช่นเดียวกันกับอาหารเสริมหรือสกินแคร์ คนซื้อสินค้าเหล่านี้จะซื้อเพราะอะไร เพราะพวกเขาเชื่อว่าผลลัพธ์เป็นแบบที่เรารีวิวให้เขาฟัง
2. ลูกค้าคุณคือใคร?
การสังเกตุว่ากลุ่มลูกค้าของคุณคือใครเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคอนเท้นออนไลน์สมัยนี้มันมีเยอะมากมายเต็มไปหมด ซึ่งกลุ่มเป้าหมายจะดูในสิ่งที่พวกเขาสนใจเท่านั้นต่อให้เป็นสินค้าเดียวกันและมีคนสองคนขายเราอาจจะชอบอีกคนมากกว่า ถ้าเรารู้เขารู้เรา รู้จักลูกค้าเราจริง ๆเราจะเริ่มรู้เพิ่มในเคล็ดลับต่อไป
3.สิ่งที่ลูกค้าเสพเป็นประจำ
เคล็ดลับข้อที่ 3 นี้เป็นผลเกี่ยวเนื่องจากการที่เราลูกแล้วว่าลูกค้าของเราคือใคร เมื่อเราทราบแล้ว เราก็จะทราบต่อไปว่าลูกค้าของเราส่วนใหญ่เขาเสพสื่อประเภทไหน สิ่งที่ลูกค้าเสพคือสิ่งที่ลูกค้าให้ความสนใจ จากนั้นเราก็ทำตัวเป็นพวกเดียวกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างคอนเท้นที่กลุ่มเป้าหมายจะให้การสนใจ เราก็จะสามารถขายของได้นั่นเอง
4.ทุกธุรกิจจะขับเคลื่อนด้วย "ความไว้เนื้อเชื่อใจ" (Trust)
ความไว้เนื้อเชื่อใจตรงนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถสร้างกันได้ง่าย อยู่จะให้มีความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันเลยเป็นไปไม่ได้ ต่อให้เห็นกันบ่อย ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไว้เนื้อเชื่อใจกันได้ แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจได้คือ เราสามารถแก้ปัญหาให้เขาได้ เราสามารถสร้างคอนเท้นที่แก้ปัญหาของเขาได้
ปัญหาของเขากับสินค้าของเราคืออะไร หรือปัญหาที่อ้อม ๆ ไม่ต้องเกี่ยวข้องโดยตรงคืออะไร เพราะเมื่อเรายกประเด็นปัญหาของคนกลุ่มที่เราต้องการให้เขาฟัง คนกลุ่มเป้าหมายหรือคนที่เราต้องการจะขายสินค้าหรือประสบปัญหาอยู่ก็จะอยากฟัง แล้วถ้าคอนเท้นสามารถทำให้เขาแก้ปัญหาได้ เขาก็จะไว้เนื้อเชื่อใจเรามากขึ้น
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
นิสัยจากวันเกิด
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
สรุปดราม่า "พระสิ้นคิด" รุกป่า 12 ไร่ กรมป่าไม้ยืนยัน “ไม่จับ-ไม่ไล่ วัดอยู่ต่อได้”
จังหวัดที่มี"ป่า"น้อยที่สุดในประเทศไทย



