7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง
สิ่งมหัศจรรย์ทั้งเจ็ดจัดเป็นสิ่งก่อสร้างของโลกสมัยกลาง ไม่ทราบแน่ชัดว่าใครได้กำหนดไว้ และรายการในยุคกลางก็ระบุไว้ไม่ตรงกัน แต่โดยมากจะยอมรับกับรายการต่อไปนี้
1.โคลอสเซียม สนามกีฬาแห่งกรุงโรม ประเทศอิตาลี
เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐและหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่าง ๆ ในปัจจุบัน ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 10 ปี
2.สุสานแห่งอเล็กซานเดรีย สุสานใต้ดินเมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์
เป็นสถานที่ฝังศพใต้ดินของกษัตริย์อียิปต์โบราณอีกแบบหนึ่งนอกเหนือไปจากปิรามิด อยู่ที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ อุโมงค์แห่งนี้มีชื่อเรียกว่า คาตาโกมบ์ (catacombs) โดยขุดลึกเข้าไปในภูเขาหินทรายเป็นขั้นๆ บางตอนมีความลึกถึง 70-80 ฟุต มีทางเดินกว้าง 3-4 ฟุต ทางเดินจะวกไปเวียนมาเป็นระยะทางนับร้อยไมล์ ผนังอุโมงค์ถูกเจาะเป็นช่อง ๆ ลึกเข้าไปเพื่อใช้เป็นที่บรรจุศพ มีแท่นบูชาและตะเกียงดวงเล็ก ๆ แขวนไว้ บางส่วนของอุโมงค์แห่งนี้ได้ตบแต่งเอาไว้อย่างวิจิตรพิสดารสภาพในปัจจุบันยังคงความสมบูรณ์เอาไว้พอที่จะให้ผู้สนใจเข้าไปเที่ยวชมได้
3.กำแพงเมืองจีน ประเทศจีน
เป็นกำแพงที่มีป้อมคั่นเป็นช่วง ๆ ของจีนสมัยโบราณ กำแพงส่วนใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการขายของราคาถูกจาก ชาวฮัน หรือ ซฺยงหนู คำว่า ซฺยงหนู บางทีก็สะกดว่า ซุงหนู หรือ ซวงหนู ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับอารยธรรมจีนในยุคต้น ๆ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว เนื่องจากจะเข้ามารุกรานจีนตามแนวชายแดนทางใต้ ในสมัยราชวงศ์ฉิน ได้สั่งให้สร้างกำแพงหมื่นลี้ตามชายแดน เพื่อป้องกันพวกซฺยงหนูและพวกเติร์ก ที่เข้ามารุกรานจากทางเหนือ หลังจากนั้นยังมีการสร้างกำแพงต่ออีกหลายครั้งด้วยกัน แต่ภายหลังก็มีเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียสามารถบุกฝ่ากำแพงเมืองจีนได้สำเร็จ
กำแพงเมืองจีนสมัยราชวงศ์หมิงที่จินซานหลิง
4.สโตนเฮนจ์ ประเทศอังกฤษ
เป็นอนุสรณ์สถานยุคก่อนประวัติศาสตร์ กลางทุ่งราบกว้างใหญ่บนที่ราบซอลส์บรี (Salisbury Plain) ในบริเวณตอนใต้ของเกาะอังกฤษ ตัวอนุสรณ์สถานประกอบด้วยแท่งหินขนาดยักษ์ 112 ก้อน ตั้งเรียงกันเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง แท่งหินบางอันตั้งขึ้น บางอันวางนอนลง และบางอันก็ถูกวางซ้อนกัน
สโตนเฮนจ์ เมื่อเทียบกับคนที่ยืนอยู่ด้านมุมล่างขวาของภาพ
5.เจดีย์กระเบื้องเคลือบ เมืองหนานจิง ประเทศจีน
ตั้งอยู่เมืองนานกิง ตอนเหนือของจีน สร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 15 ในสมัยราชวงศ์หมิง เจดีย์มีลักษณะทรงรูปแปดเหลี่ยม หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว ชายคาแขวนกระดิ่ง 80 ลูกโดยรอบ องค์เจดีย์ก่ออิฐประดับกระเบื้องเคลือบยอดแหลมเป็นทรงกลมต่อขึ้นไปเคลือบทอง เดิมองค์เจดีย์มีเพียง 3 ชั้น ในประมาณพ.ศ. 1973 จักรพรรดิหย่งเล่อโปรดสร้างอีก 6 ชั้น รวม 9 ชั้น มีโซ่โยงจากเหลี่ยมของเจดีย์ 8 เส้น มีกระดิ่งตามแนว 72 ลูก เจดีย์ทรุดโทรมมากเนื่องจากถูกเผาสมัยเกิดกบฏไท่ผิงเทียนกั๋วเมื่อพ.ศ. 2392 ภายหลังซากเจดีย์ถูกนำไปสร้างเป็นอาคารอื่น เหลือแต่เพียงฐานรากของเจดีย์
เจดีย์กระเบื้องเคลือบที่สร้างใหม่
6.หอเอนเมืองปิซา ประเทศอิตาลี
ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ประเทศอิตาลี ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) เป็นหอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก มีลักษณะเป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) น้ำหนักรวมประมาณ 14,500 ตัน มีบันไดรวมทั้งสิ้น 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร
7.ฮายาโซฟีอา แห่งคอนสแตนติโนเปิล (ปัจจุบันคือ นครอิสตันบูล) ประเทศตุรกี
ชื่ออย่างเป็นทางการว่า มัสยิดใหญ่อายาโซฟยาอันศักดิ์สิทธิ์ (ตุรกี: Ayasofya-i Kebir Camii Şerifi) และในอดีตมีชื่อว่า คริสตจักรฮาเกียโซเฟีย (ตุรกี: Ayasofya Kilisesi; กรีก: Ναός της Αγίας του Θεού Σοφίας, อักษรโรมัน: Naós tis Ayías tou Theoú Sofías; ละติน: Ecclesia Sanctae Sophiae) เป็นศาสนสถานจากปลายสมัยโบราณ ตั้งอยู่ในอิสตันบูล ผู้ออกแบบ คือ อีซีดอร์แห่งไมลิทัส และแอนทิเมียสแห่งทรัลเลส ชาวกรีกทั้งคู่ โดยสร้างใน ค.ศ. 537 เพื่อเป็นอาสนวิหารประจำเขตอัครบิดรคอนสแตนติโนเปิล นับเป็นโบสถ์คริสต์ที่ใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิโรมันตะวันออกและศาสนจักรอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ยกเว้นในสมัยจักรวรรดิละตินช่วง ค.ศ. 1204–1261 ซึ่งศาสนถานนี้กลายเป็นอาสนวิหารคริสตจักรละตินประจำนครแทน ต่อมาใน ค.ศ. 1453 หลังจากที่เสียคอนสแตนติโนเปิลให้แก่จักรวรรดิออตโตมัน ศาสนสถานนี้ก็ได้รับการแปรเปลี่ยนเป็นมัสยิด ใน ค.ศ. 1935 สาธารณรัฐเติร์กซึ่งเป็นกลางทางศาสนาได้จัดศาสนสถานนี้เป็นพิพิธภัณฑ์แทน (ตุรกี: Ayasofya Müzesi) กระทั่งใน ค.ศ. 2020 จึงมีการเปิดศาสนสถานนี้เป็นมัสยิดอีกครั้ง
อ้างอิงจาก: วิกิพีเดีย DOMINO
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
ทำไมเพลงวัยเด็กยังร้องได้ทุกคำ แต่เมนูเมื่อวานกลับนึกไม่ออก? ไขความลับของสมองและความทรงจำ
ไทยครองแชมป์เอเชีย เมืองน่าอยู่หลังเกษียณ 2026
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ถ้าเอาขยะทั้งโลกไปทิ้งบนดวงอาทิตย์ จะเกิดอะไรขึ้น?
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
ทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
ถ้าเหมาล็อตเตอรี่ 1,000 ใบ โอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีแค่ไหน?
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
บาร์เลดี้กรุงเทพ TOP 5 ปี 2026 บรรยากาศ ราคา และข้อควรรู้ก่อนเที่ยว
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
ให้กำลังใจผู้อื่น ❤️
🍅 ทำไมขวดซอสมะเขือเทศส่วนใหญ่ต้องเป็นขวดแก้ว? เบื้องหลังที่ไม่ได้มีแค่เรื่องความสวย
เปิด 10 อาชีพที่คนไทยลาออกมากที่สุด ปี 2026 งานหนัก รายได้ไม่คุ้ม หรืออยากเติบโตมากกว่าเดิม
ประสบการณ์ทำงานในโรงงานเป็นอย่างไร? เปิดชีวิตจริงของพนักงานโรงงานที่หลายคนอาจไม่เคยรู้





