หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ผลไม้ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก

โพสท์โดย buay1975

มาทำความรู้จักกับผลไม้ที่ใครหลายคนอาจไม่เคยรู้จัก จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ เงาะลิ้นจี่ ที่มีลักษณะที่คล้ายกับเงาะและก็ลิ้นจี่

เงาะลิ้นจี่

เงาะลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมักปลูกในประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เงาะลิ้นจี่มีเปลือกสีแดงอมชมพูและมีเนื้อสีขาวอมชมพู เงาะลิ้นจี่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวและนิยมรับประทานสด เงาะลิ้นจี่ยังสามารถนำไปทำน้ำผลไม้ แยม และเยลลี่ได้อีกด้วย

เงาะลิ้นจี่ (Nephelium lappaceum) เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ Sapindaceae มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เงาะลิ้นจี่มีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น เงาะปูลาซัน มะม่วงลาซัน เงาะแขก เงาะอินเดีย เงาะป่า เงาะพื้นเมือง เงาะบ้าน เป็นต้น

เงาะลิ้นจี่เป็นไม้ผลขนาดเล็ก สูงประมาณ 5-10 เมตร ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยมีรูปร่างรี ยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ ดอกมีสีขาวหรือชมพูอ่อน ผลมีรูปร่างกลมหรือรี เปลือกบาง สีแดงอมชมพู เนื้อสีขาวอมชมพู มีรสหวานอมเปรี้ยว

เงาะลิ้นจี่มีฤดูกาลออกผลประมาณปีละครั้ง ผลที่สุกจัดจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เงาะลิ้นจี่นิยมรับประทานสด สามารถทำเป็นน้ำผลไม้ แยม เยลลี่ เชื่อม อบ แกง ทอด และอื่นๆ เงาะลิ้นจี่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินบี9 และวิตามินอี เงาะลิ้นจี่ยังเป็นแหล่งของแคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม

ประโยชน์ของเงาะลิ้นจี่ ได้แก่

  • ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
  • ป้องกันโรคหวัดและไข้หวัดใหญ่
  • ป้องกันโรคหัวใจ
  • ป้องกันโรคมะเร็ง
  • ป้องกันโรคเบาหวาน
  • ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
  • ป้องกันโรคฟันผุ
  • ช่วยให้ผิวพรรณสดใส
  • ช่วยให้ผมเงางาม
  • ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี
  • ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น

เงาะลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด นิยมรับประทานสดหรือนำไปทำอาหารและขนมหวาน เงาะลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่หารับประทานได้ง่ายในประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

โพสท์โดย: buay1975
อ้างอิงจาก: Wikipedia
USDA National Nutrient Database for Standard Reference
Healthline
WebMD
Mayo Clinic
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
buay1975's profile


โพสท์โดย: buay1975
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
35 VOTES (5/5 จาก 7 คน)
VOTED: luklab, Thorsten, อกหัก มารักกะลิง, bemygon, เป็ดปักกิ่ง, ไปเซเว่นเอาอะไรไหม๊, buay1975
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"ปลัดอำเภอ" กับ "นายอำเภอ" ต่างกันอย่างไร? ใครตำแหน่งสูงกว่า?หมอช้างเตือน 2 ราศี ระวังการเงินตึงตัว รายจ่ายพุ่ง รายรับเข้าช้าแค่ 3 พยัญชนะ! จังหวัดไทยที่สั้นที่สุดในประเทศไทย"แป๊ะกง" ให้เลขเด็ดงวด 1/4/69หนังที่ทำรายได้มากถึง 100 ล้านบาท เรื่องแรกสุดในประเทศไทยถอดรหัสปริศนา "แม่ตะเคียนให้โชค" ลุ้นรวยงวดวันที่ 1 เมษายน 2569เผยเทคนิค "ซื้อหวยยังไงให้ถูกรางวัล"..รับประกันถูกแน่นอน!อำเภอที่ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ ล่าสุดของประเทศไทย"10 เซียนลิขิต" ให้โชค งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 คอหวยต้องห้ามพลาดการลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้น จำนวนมหาศาลจากประเทศกัมพูชาเข้าไทยสะพานป่าดินสอ อยุธยา สะพานข้ามกาลเวลา ที่เที่ยวน่าสนใจใกล้กรุงเทพมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ไม่ใช่ฮาร์วาร์ด!!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สังเกตสัญญาณบ่งชี้ว่า ชีวิตของคุณกำลังก้าวไปข้างหน้า หมดเคราะห์กรรม ชะตาชีวิตกำลังเปลี่ยนเงินรัฐบาลอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเด็กไทยสิ่งประดิษฐ์สุดเพี้ยน! เมื่อสัตว์กลายเป็นเครื่องมือล้ำยุคใน "มนุษย์หินฟลิ้นท์สโตนส์"ทำไม… การชูนิ้วกลาง ถึงเป็นสัญลักษณ์แทนคำด่า?เปิดกรุวัตถุดิบอมตะ! 5 อาหารที่ไม่มีวันหมดอายุ เก็บยาวแค่ไหนก็ยังกินได้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมเราถึงควรรู้มากกว่าหนึ่งภาษา10 อันดับประเทศที่มีชั่วโมงเรียนต่อวันสูงที่สุดในโลกโรงแรมที่มืดดำและมีคนตายมากที่สุดในแอลเอ3 ประเทศที่มีการเล่นหวยมากที่สุดในโลก
ตั้งกระทู้ใหม่