กระแสน้ำอาร์กติกเกิดขึ้นได้อย่างไร
กระแสน้ำอาร์กติกเป็นกระแสน้ำที่มีความสำคัญในการควบคุมสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเลของโลก กระแสน้ำนี้เกิดจากการเคลื่อนที่ของน้ำทะเลที่มีความเย็นและความหนาวในมหาสมุทรอาร์กติก และไหลลงไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติก กระแสน้ำอาร์กติกมีผลต่ออุณหภูมิและภูมิอากาศในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือ
กระแสน้ำอาร์กติกเกิดจากกระบวนการที่เรียกว่า Atlantic Meridional Overturning Circulation (AMOC) ซึ่งเป็นกระบวนการที่น้ำทะเลอุ่นจากเขตร้อนไหลขึ้นไปยังซีกโลกเหนือและนำพาแร่ธาตุและสารอาหารไปสู่ทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือ ในขณะที่น้ำทะเลอุ่นเคลื่อนที่ขึ้นไปยังซีกโลกเหนือ น้ำทะเลเย็นจากมหาสมุทรอาร์กติกจะไหลลงมาแลกเปลี่ยนกัน กระบวนการนี้มีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสน้ำอาร์กติกได้แสดงอาการอ่อนกำลังลง ภาวะโลกร้อนที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อกระแสน้ำอาร์กติก โดยทำให้น้ำทะเลละลายและกระทบต่อการเคลื่อนที่ของกระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติก นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนของเดนมาร์กและสถาบันพอตสดัมเพื่อการวิจัยผลกระทบทางภูมิอากาศของเยอรมนีได้ระบุว่า หากภาวะโลกร้อนยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่หยุดยั้งในอัตราที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน กระแสน้ำอุ่น AMOC จะยิ่งอ่อนกำลังลงไปอีก 34% - 45% ในช่วงสิ้นศตวรรษนี้ และอาจหยุดนิ่งไปอย่างถาวรในช่วงของศตวรรษถัดไป
การที่กระแสน้ำอาร์กติกอ่อนกำลังลงอาจส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเลของโลก ภูมิภาคยุโรปอาจต้องเผชิญอากาศหนาวเหน็บและความแห้งแล้ง รวมทั้งคลื่นความร้อนที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม ส่วนชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ด้านที่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก จะมีน้ำทะเลหนุนสูงรวมทั้งเกิดพายุใหญ่ที่รุนแรงบ่อยครั้งขึ้น นอกจากน ี้ การที่กระแสน้ำอุ่นซึ่งนำพาแร่ธาตุและสารอาหารจากเขตร้อนไปสู่ซีกโลกเหนือหยุดนิ่ง อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและสิ่งมีชีวิตในทะเล
การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำอาร์กติกอาจส่งผลกระทบต่อการเกิดภูมิอากาศโลกแบบใหม่ที่มีสภาพคล้ายปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) มากขึ้น ภาวะฝนตกชุกและอากาศเย็นผิดปกติจะครอบคลุมไปถึงเขตร้อนและพื้นที่ใต้เส้นศูนย์สูตร ไกลถึงออสเตรเลียและทวีปแอนตาร์กติกาเลยทีเดียว ทำให้พื้นที่เหล่านี้ต้องเผชิญพายุฝนและอุทกภัยที่รุนแรงขึ้น ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำเหนือทวีปแอนตาร์กติกาทางตะวันตก ก็จะได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์นี้เช่นกัน โดยกระแสลมที่เปลี่ยนแปลงในมหาสมุทรแปซิฟิกจะทำให้มันขยายตัว และเร่งให้แผ่นน้ำแข็งรวมทั้งหิ้งน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น
ดังนั้น กระแสน้ำอาร์กติกเกิดขึ้นจากกระบวนการเคลื่อนที่ของน้ำทะเลที่มีความเย็นและความหนาวในมหาสมุทรอาร์กติก และไหลลงไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติก กระแสน้ำนี้มีผลต่อการควบคุมสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเลของโลก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำอาร์กติกอาจส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเลของโลกในอนาคต
อ้างอิงจาก: https://news.mit.edu/2020/arctics-eddies-ocean-turbulence-1215
https://www.mdpi.com/2072-4292/15/6/1608
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
ดวงจันทร์กำลังถอยห่างจากโลกจริงหรือ? ความจริงที่เกิดขึ้นปีละ 3.8 เซนติเมตร
สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12
ถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่น
“คุกกี้สิงคโปร์” ขนมที่ไม่ได้มาจากสิงคโปร์
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
ความเร็วแสง 299,792,458 เมตรต่อวินาที ขีดจำกัดของจักรวาลและความหมายของเวลา
ถ้าอยากแก่ช้า ต้องออกไปนอกโลกจริงไหม? ไขเหตุผลว่าทำไมเวลาเดินไม่เท่ากัน
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
Airways กับ Airlines ต่างกันตรงไหน ทำไมสายการบินเลือกใช้ไม่เหมือนกัน
ทำไมทะเลทรายกลางวันร้อนจัด แต่กลางคืนกลับหนาวเร็ว
Airways กับ Airlines ต่างกันตรงไหน ทำไมสายการบินเลือกใช้ไม่เหมือนกัน




