หยิบเงินในอากาศมาเข้ากระเป๋าง่ายๆ วิธีการปลูกข้าวเปียกสลับแห้ง ชาวนารุ่น ใหม่ไม่รอช้าเริ่มต้นทำแล้ว ขายได้แล้วด้วย
สมัยนี้ชาวนาไทยได้รับการพัฒนาต่อยอดให้ความรู้จากหลายๆหน่วยงานมากขึ้น ในวิธีการปลูกข้าว เพื่อให้ได้ผลผลิตกำไรที่ดี ซึ่งการทำนาตั้งแบบดั้งเดิมคือแค่เตรียมดิน เตรียมน้ำ เตรียมปุ๋ย หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว รอการเจริญเติบโต และเก็บเกี่ยวเตรียมส่ง
แต่สมัยนี้ชาวนาไทยได้พัฒนามาไกลและมีวิธีการปลูกข้าวชนิดใหม่ ที่เรียกว่า การทำนาข้าวลดโลกร้อน ทำนาวิถีใหม่ ลดน้ำ ลดต้นทุน ลดปล่อยก๊าซทำลายชั้นบรรยากาศโลก และยังสามารถขายคาร์บอนเครดิตอีกต่อได้อีกด้วย เหมือนเป็นการหยิบเงินจากอากาศมาใส่กระเป๋าง่ายๆ โดยแค่เปลี่ยนวิธีการปลูกข้าวให้เป็นแบบ เปียกสลับแห้งนั้นเอง สำหรับวิธีนี้ชาวนาจะได้ประโยชน์ถึง 4 เด้งด้วยกัน คือ
1.ได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลส่วนหนึ่ง
2.ลดต้นทุน ปุ๋ย น้ำ ยาฆ่าแมลง
3.สร้างผลผลิตให้มากยิ่งขึ้นถึง 30-40 %
4.ชาวนาเก็บเงินจากอากาศเข้ากระเป๋าได้ง่ายๆ ด้วยการขายคาร์บอนเครดิต
ซึ่งปัจจุบัน มีชาวนาที่จังหวัดสุพรรณบุรี สามารถทำนาและขายคาร์บอนเครดิตได้แล้วในราคา ตันละ 400 บาท แถมต้นทุนในการทำนาแบบเปียกสลับแห้งก็สามารถลดจากต้นทุนเดิมอยู่ที่แค่ไร่ละไม่เกิน 3500 บาท จากที่แต่ก่อนที่ชาวนาจะมาปรับการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ต้นทุนจะอยู่ที่ 4-5 พันบาทกันเลย ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่า การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง สามารถลดต้นทุนในการผลิตไปได้อย่างมาก และชาวนายังมีเงินเหลือเก็บไว้ใช้ พร้อมทั้งมีช่องทางได้เงินเพิ่มใหม่อีกด้วย ซึ่งชาวนาควรลองนำไปปรับใช้กันดู
สำหรับวิธีการปลูกทำนาแบบเปียกสลับแห้งมีวิธีแนะนำง่ายๆดังนี้ โดยเริ่มตั้งแต่การเตรียมดิน จากนั้นปรับให้พื้นที่สม่ำเสมอ และปลูกข้าว (หว่าน ปักดำ หรือหยอด) ถ้าปลูกด้วยวิธีหว่าน หลังหว่านข้าวให้ ระบายน้ำให้แห้งเพื่อให้เมล็ดข้าวงอกสมํ่าเสมอ พ่นสารคุม-ฆ่าวัชพืชหลังหว่านข้าว 10 วัน และเอานํ้าเข้าแปลงหลังพ่นสารภายใน 2 วัน ประมาณ ครึ่งต้นข้าว รักษาระดับนํ้าไว้จนถึงช่วงการใส่ปุ๋ยรองพื้น จากนั้น เมื่อข้าวอายุ 20-25 วัน ให้ใส่ปุ๋ยรองพื้น แล้วปล่อยนํ้าในนาให้แห้งไปโดยธรรมชาติ จนนํ้าอยู่ที่ระดับ 15 เซนติเมตรใต้ผิวดิน สูบนํ้าเข้าแปลงจนระดับนํ้าสูง 5 เซนติเมตรเหนือผิวดินแล้วปล่อยนํ้าให้แห้งไปตามธรรมชาติ ทำสลับกันไปจนถึงช่วงการใส่ปุ๋ยแต่งหน้า ที่ระยะกำเนิดช่อดอก หรือระยะข้าวแต่งตัว แล้วใส่ปุ๋ยแต่งหน้า และรักษาระดับนํ้าในแปลงให้อยู่ที่ 5 เซนติเมตรเหนือผิวดิน จนถึงก่อนเก็บเกี่ยว 10 วัน ค่อยปล่อยให้แปลงแห้ง เพื่อให้ข้าวสุกแก่สมํ่าเสมอ และสะดวกต่อการเก็บเกี่ยว ซึ่งวิธีนี้นอกจากเป็นวิธีลดการใช้นํ้าแล้ว ยังลดการรบกวนของแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย
สำหรับวิธีนี้นอกจากจะลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตและกำไรให้ชาวนามากขึ้นแล้ว ยังมีเงินลอยในอากาศให้ชาวนาได้คว้ามาใส่กระเป๋าเองได้ง่ายๆอีกด้วย เมื่อชาวนาขายคาร์บอนเครดิตได้เพิ่มอีกทาง
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
หนังผีสุดโด่งดังของประเทศไทย ที่ถูกนำไปผลิตซ้ำในต่างประเทศ
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจ
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
หญิงงามแห่งแผ่นดินมังกร ผู้ถูกขนานนามว่าสวยที่สุดในรอบ 4,000 ปี
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
สีผ้าปูที่นอนตามวันเกิด เรียกทรัพย์ ปี 2569 ผ้าปูที่นอนสีไหนช่วยเสริมดวงสุขภาพ หลับสบาย และ โชคดี สำหรับคนเกิดวันพุธกลางคืน - วันเสาร์
สาวเข้า MRI โดยไม่บอกความจริง ว่ามีโลหะในร่างกาย เกือบคร่าชีวิต
สีผ้าปูที่นอนตามวันเกิด เรียกทรัพย์ ปี 2569 ผ้าปูที่นอนสีไหนช่วยเสริมดวงสุขภาพ หลับสบาย และ โชคดี สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ - วันพุธกลางวัน
เลขเด็ด "อ่างน้ำมนต์ฤาษีเณร" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..อย่ารอช้า รีบมาส่องเลย!
สาวเข้า MRI โดยไม่บอกความจริง ว่ามีโลหะในร่างกาย เกือบคร่าชีวิต
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก
Fujifilm เปิดตัวกล้อง instax mini Evo Cinema ดีไซน์ย้อนยุคพร้อมฟีเจอร์บันทึกวิดีโอ
ของเล่นที่ปฏิวัติวงการที่สุดในรอบ 50 ปี! LEGO Smart Bricks
5 พฤติกรรมอันตราย ที่อาจทำให้โทรศัพท์มือถือเกิดไฟไหม้ได้เมื่อใส่ไว้ในกระเป๋าเดียวกับพาวเวอร์แบงค์
ย้อนวันวานปี 2530 เมื่อการล้างรูปยังต้องพึ่งร้านถ่ายรูป ความทรงจำก่อนยุคดิจิทัล
