การเรียกชื่อสับปะรด ในภาษาถิ่นแต่ละภาคของประเทศไทย
เนื้อหาโดย NRnickR
สับปะรด พืชล้มลุกชนิดหนึ่งมีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ จัดเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ รสชาติอร่อย ปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากปลูกง่าย ทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี
สับปะรด ในประเทศไทยมีชื่อเรียกภาษาถิ่นของแต่ละภาคแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะภาคใต้จะมีชื่อเรียกได้หลายชื่อมากๆ ดังนี้
ภาคกลาง เรียกว่า "สับปะรด"
ภาคอีสาน เรียกว่า "บักนัด, หมากนัด"
ภาคเหนือ เรียกว่า "บะนัด, บะขะนัด, บ่อนัด"
ภาคใต้ เรียกว่า "สัปรด, ย่านัด, หย่านัด, ย่านนัด, ขนุนทอง, มะลิ" ซึ่งคำว่า ย่านัด หรือ หย่านัด มีที่มาจากภาษาโปรตุเกส
ประโยชน์ของสับปะรด
สับปะรดมีเอนไซม์ ที่ช่วยการย่อยในระบบทางเดินอาหาร อีกทั้งสับปะรดยังช่วยบรรเทาแผลเป็นหนอง ช่วยขับปัสสาวะ แก้ร้อนกระสับกระส่าย กระหายน้ำ แก้อาการบวมน้ำ ได้อีกด้วย
เนื้อหาโดย: NickR
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
4 ส่วนที่สกปรกที่สุดของหมู ที่คุณไม่ควรซื้อและรับประทาน
ขุมทรัพย์เรร์เอิร์ทแห่งอาเซียน: สมรภูมิแร่หายากที่โลกกำลังรุมตอม
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุกHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งกระทู้อื่นๆในบอร์ด
สาระ เกร็ดน่ารู้
"ไม้หนานมู่" (楠木 - Nánmù) ราชาแห่งไม้สีทอง มรดกอันล้ำค่าจากอดีต ราคาสูงมากๆ ไม้ที่ใช้กับคนระดับจักรพรรดิกับเชื้อพระวงศ์จีนในอดีตเท่านั้น
ทึ่งทั่วโลก : "หอคอยกินเนสส์" (The Guinness Tower) หอคอยที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
ชีวิต Digital Nomad – วันนี้บาหลี พรุ่งนี้ไม่รู้!
จิตวิทยา:ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจคนมากกว่าข่าวดีถึงร้อยละ70

