หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ซุยโยมารุ ซากสัตว์ประหลาดลึกลับขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ที่ถูกลากขึ้นมาจากท้องทะเลด้วยเรือประมงสัญชาติญี่ปุ่นชื่อ "ซุยโยมารุ"

ซากซุยโยมารุ ซากสัตว์ประหลาดลึกลับขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ที่ถูกลากขึ้นมาจากท้องทะเลด้วยเรือประมงสัญชาติญี่ปุ่นชื่อ "ซุยโยมารุ" 

ซากซุยโยมารุ (อังกฤษ: Zuiyo-maru carcass; ญี่ปุ่น: ニューネッシー; โรมาจิ: Nyū Nesshii; แปลว่า เนสซีใหม่) เป็นซากสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ที่ถูกลากขึ้นมาจากท้องทะเลด้วยเรือประมงสัญชาติญี่ปุ่นชื่อ "ซุยโยมารุ" (ญี่ปุ่น: 瑞洋丸; โรมาจิ: Zuiyō Maru) นอกชายฝั่งของนิวซีแลนด์เมื่อปี ค.ศ. 1977 ซากดังกล่าวได้สร้างความฮือฮาและเป็นปริศนาในเชิงวิทยาศาสตร์

วันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 1977 ที่นอกชายฝั่งเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ประมาณ 30 ไมล์ เรือซุยโยมารุ ของญี่ปุ่นที่กำลังทำการประมงปลาแมกเคอเรลอยู่ ขณะกำลังดึงอวนในความลึก 300 เมตรขึ้นมา อวนนั้นได้ติดเอาซากของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างประหลาดขึ้ันมาด้วย ซากนั้นมีสีขาวซีด ส่งกลิ่นเน่าเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว กัปตันทานากะ อากิระ ได้วินิจฉัยด้วยตนเองว่าน่าจะเป็นซากวาฬที่กำลังเน่าเปื่อย

แต่ถึงอย่างไรซากดังกล่าวก็ได้ถูกยกขึ้นมาแขวนและถ่ายรูปไว้ โดย มิจิฮิโกะ ยาโนะ นักสมุทรศาสตร์และผู้จัดการเรือ ก่อนจะทิ้งลงทะเลไป เพราะลูกเรือทนกลิ่นของมันไม่ไหว แต่ก็ยังคงมีเนื้อเยื่อติดอยู่จึงเก็บไว้สำหรับใช้ตรวจสอบต่อไป ลักษณะของซากดังกล่าว ดูคล้ายกับเพลสิโอซอร์ สัตว์เลื้อยคลานทางทะเลขนาดใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในยุคครีเตเชียสตอนปลาย เมื่อกว่า 65 ล้านปีก่อน

คือ มีคอยาว ส่วนหัวเล็ก มีครีบสี่ข้างเหมือนใบพายขนาดใหญ่ โดยซากนี้ทีส่วนคอยาว 1.5 เมตร มีครีบสีแดงสี่ครีบ และส่วนหางยาวประมาณ 2 เมตร ไม่มีครีบหลัง ไม่มีอวัยวะภายใน แต่ไขมันและเนื้อไม่สมบูรณ์

เมื่อเรือกลับถึงฝั่งในอีกสองเดือนต่อมา กัปตันอากิระได้สเก็ตช์ภาพขึ้นมาพร้อมกับภาพถ่าย ทำให้เรื่องนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปโดยสำนักข่าวท้องถิ่น ได้สร้างกระแสเป็นที่ฮือฮาในวงกว้างโดยเฉพาะในแวดวงวิทยาศาสตร์ ศาสตราจารย์โยชิโนริ อิมาอิซูมิ แห่งสถาบันวิจัยสัตว์ทะเลกรุงโตเกียว กล่าวว่า นี่ไม่ใช่ปลา วาฬ หรือกระทั่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมใด ๆ พร้อมกับได้เรียกชื่อมันเป็นภาษาญี่ปุ่นที่แปลได้ว่า "เนสซีตัวใหม่" ขึ้นมา พร้อมกับได้สันนิษฐานว่า มันน่าจะเป็นเพลสิโอซอร์ที่ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน ด้วยการเอาตัวรอดได้ในกระแสน้ำเย็น หาอาหารและเอาชีวิตรอดในมหาสมุทร

สอดคล้องกับศาสตราจารย์โทกิโอะ ชิกามะ แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติโยโกฮามะ ที่เห็นว่ามันคล้ายเพลสิโอซอร์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และศาสตราจารย์ฟูจิโร ยาซูดะ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ทางทะเลโตเกียว ที่เห็นว่า ภาพถ่ายแสดงให้เห็นถึงซากของสัตว์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ชาวตะวันตก เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยบางคนนำไปผูกโยงกับการค้นพบปลาซีลาแคนท์ ปลาทะเลกระดูกแข็งที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้วในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ก่อนจะค้นพบอีกครั้งที่ชายฝั่งตอนใต้ของทวีปแอฟริกาใน ค.ศ. 1938 แต่บางคนก็เห็นว่าการค้นพบปลาซีลาแคนท์ไม่ใช่เรื่องแปลก หากจะนำไปเทียบกับเพลสิโอซอร์ ซึ่งเป็นสัตว์ขนาดใหญ่กว่ามากและหายใจด้วยปอด ซึ่งต้องโผล่ส่วนหัวพ้นน้ำขึ้นมาเพื่อที่จะหายใจ

แต่การตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ด้วยการใช้เศษเนื้อเยื่อที่หลงเหลืออยู่นั้นด้วยการวิเคราะห์ทางชีวเคมี พบว่ากรดอะมิโนของซากมีลักษณะคล้ายกับกรดอะมิโนในปลากระดูกอ่อนจำพวกปลาฉลาม หรือปลากระเบน รวมถึงลักษณะของเนื้อเยื่อของครีบก็คล้ายกับครีบของปลาฉลามด้วย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นซากของปลาฉลามบาสกิน ปลาฉลามขนาดใหญ่ที่กินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร

ซึ่งเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากปลาฉลามวาฬมากกว่า อีกทั้งลักษณะทางกายภาคเมื่อเปรียบเทียบความยาว รวมถึงครีบและหางก็เหมือนกันด้วย โดยเชื่อว่าปลาฉลามตัวนี้ได้ตายมานานนับเดือนแล้ว และซากของมันบางส่วนได้หลุดหายไปจากการเน่าเปื่อยหรือถูกสัตว์อื่นกัดกินไป จึงทำให้มีลักษณะผิดแผกออกไปจากปกติ

อย่างไรก็ตาม ซากซุยโยมารุ ก็ยังคงถูกอ้างอิงเสมอ ๆ ในแวดวงของวิทยาสัตว์ลึกลับตามภาพยนตร์สารคดีเรื่องต่าง ๆ เช่น Lost Tapes ตอน Monster of Monterey ในปี ค.ศ. 2009 ทางช่องดิสคัฟเวอรี, The Truth Behind ตอน The Loch Ness Monster ในปี ค.ศ. 2011 ทางช่องเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก หรือกระทั่งถูกอ้างอิงถึงในเครดิตตอนต้นของภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง Godzilla ในปี ค.ศ. 2014 เป็นต้น

โพสท์โดย: man
อ้างอิงจาก: วิกิพีเดียซุยโยมารุ,google
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: man
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: worldtravel, sakura1569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 ประเทศถูกเลือกให้เป็นประเทศที่สวยที่สุดในโลกทนไม่ไหว!! สามารถ พยัคฆ์อรุณ นักมวยระดับตำนานของไทย ออกมาพูดแล้วเอาอีกแล้ววววว ถนนพระราม3เขมร เจ้าภาพประกวดนางงาม ให้ใส่ชุดไทย แต่บอกเป็น ชุดประจำชาติเขมรการเปิดตัวโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่เปลี่ยนโลกไปทั้งใบขำก๊ากๆๆ วันอาทิตย์!!ฮ่องเต้องค์แรกในประวัติศาสตร์จีน : จริงหรือไม่ที่วังใต้ดินของจิ๋นซีฮ่องเต้เลี้ยงงูเหลือมยักษ์หลายตัว?เพจดังแฉ! พระหนุ่มโลกสองใบ กลางวันอยู่วัด กลางคืนอยู่ผับเปิดโพสต์สุดท้าย เต้ย Mystyle ดาวทวิตเตอร์ ก่อนเสียชีวิต
กระทู้อื่นๆในบอร์ด รวมสาระบทความแบ่งปั่นกัน
นักวิจัยชาวญี่ปุ่นคิดค้น ไอศกรีมที่ไม่ละลาย ในวันฤดูร้อนโดยปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมงตำนาน ปีศาจกระดูกขาวเป็นปีศาจหญิงซึ่งสามารถแปลงร่างได้ แต่ร่างแท้จริงนั้นเป็นโครงกระดูก งงละซิ"ไขปริศนา "ประตูผี" วัดโอกาสนครพนม ใช้โกศคนตายเป็นกำแพงแก้วต้นบุนนาควัดคุ้งตะเภา บุนนาคพญาในวัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในหัวเมืองเหนือของสยาม
ตั้งกระทู้ใหม่