เกิดอะไรขึ้นเมื่อปั่นใบเตยรวมกับน้ำกะทิ ?
เขียนโดย chop read

ขนมหวานไทยหลายชนิดที่มีการแต่งสีและกลิ่นเพื่อให้ดูน่ารับประทาน และแน่นอนว่าส่วนใหญ่ถ้าใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ผู้บริภาคอย่างเรา ๆ จะรู้สึกปลอดภัยกว่าใช้สีผสมอาหาร (อันนี้ความเห็นส่วนตัว 555) การใช้วัตถุดิบไม่ได้แค่แต่งสี บางครั้งวัตถุดิบนั้นยังเสริมกลิ่นให้ขนมดูน่ากินอีกด้วย และหนึ่งในวัตถุดิบแต่งสีและกลิ่นธรรมชาติก็คือ “ใบเตย”
ปกติเวลาเราคั้นเอาน้ำใบเตย เราก็จะเอาใบเตยมาล้างและหั่นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนเอาไปใส่เครื่องปั่น และใส่น้ำลงไปแล้วปั่น จากนั้นก็เอามากรองและต้ม ก็จะได้น้ำใบเตยที่มีสีเขียวสดและกลิ่นหอมพร้อมใช้ แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าเราเอาน้ำกระทิไปปั่นแทนการใส่น้ำ จะเกิดอะไรขึ้น
กลิ่นหอมในใบเตยจะมีองค์ประกอบหลักเป็น 2-acetyl-1-pyrolline ถ้าเราปั่นกับน้ำกะทิ ซึ่งมีไขมันสูง มันจะเกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ โดยกลิ่นนี้เกิดจาก กรดไขมันไม่อิ่มตัวในน้ำกะทิ อย่างเช่น linoleic acid, และ linolenic acid ถูกย่อยด้วยเอนไซต์ lipoxygenase ที่อยู่ในใบเตย ทำให้เกิดสารที่มีกลิ่นเหม็นเขียวมาก
และด้วยความที่ไขมันในน้ำกะทิถือเป็นตัวทำละลายที่ดี ทำให้น้ำใบเตยที่ปั่นกับน้ำกะทิมีกลิ่นเหม็นเขียวมาก ซึ่งเป็นกลิ่นที่ไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไหร่ เอามาทำขนมก็ไม่น่าจะโอเคสักเท่าไหร่ค่ะ
ส่วนการปั่นใบเตยกับน้ำ เอนไซม์ lipoxygenase ก็ทำงานค่ะ แต่กลิ่นจะการลดลงเมื่อเราเอาไปต้มให้ความร้อนสัก 5-10 นาที เพราะเอนไซม์ในใบเตยถูกทำลายไป กลิ่นเหม็นเขียวก็ลดลงค่ะ ย้ำว่าต้มแค่ 5-10 นาทีก็พอค่ะ ถ้าต้มน้ำใบเตยนานเกินไป จะทำให้เกิดกลิ่นใบไม้สุกและกลิ่นเหมือนยาสูบปนมาด้วยค่ะ
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
ประเทศที่นอนน้อยที่สุด
😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคน
ประเทศที่ "เงินเดือนวิศวกร" สูงที่สุดในโลก
ทะเลสาบสีเลือดที่เปลี่ยนสัตว์ให้เป็นหิน
ประเทศยอดฮิตอันดับ 1 ที่คนไทยนิยมไปมากที่สุดในโลก
ราคาทอง 30 เม.ย. 69 พุ่งแรง คนถือทองเช็กจังหวะก่อนขาย
ประเทศที่แบนราบที่สุด พื้นที่อยู่ต่ำติดน้ำทะลมากที่สุดในโลก




