หมึกผ้าห่ม สัตว์รูปร่างแปลกที่ไม่ได้พบเห็นกันบ่อยๆ
ปัจจุบันนักวิจัยทั่วโลกมีการศึกษาวิจัยหมึกไม่มากนัก สำหรับประเทศไทยจากการเก็บข้อมูลพบหมึกอยู่ 80 ชนิด สถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย ได้สนใจวงจรชีวิตของหมึกในแต่ละสายพันธุ์ ยกตัวอย่างการค้นพบหมึกสายพันธุ์ผ้าห่ม (blanket octopus) เป็นต้น
หมึกผ้าห่ม (Blanket octopus) ได้ชื่อว่าหมึกผ้าห่มเพราะว่ามีรูปร่างลักษณะคล้ายกับผืนผ้าห่ม ความจริงแล้วผ้าห่มผืนนี้คือเนื้อเยื่อบางๆ(web) ที่เชื่อมระหว่างแขนคู่ที่ 1 และ 2 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าลำตัว 2-3 เท่า
โดยปกติหมึกผ้าห่มตัวผู้จะมีขนาดตัวยาวเพียง 2 เซนติเมตรเท่านั้น ส่วนตัวเมียจะมีขนาดตัวยาวถึง 2 เมตร เป็นขนาดที่แตกต่างกันมากระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย ในอาณาจักรสัตว์เรียกความต่างของขนาดเพศแบบนี้ว่า dimorphism
หมึกชนิดนี้จะเห็นจุดเล็กๆ 2 จุดที่อยู่ตรงส่วนหน้าของมันนั้นไม่ใช่ลูกตา แต่เป็นอวัยวะสำหรับรับกลิ่นและที่เห็นเป็นเหมือนลูกกลมๆ สีเขียวในหัวของมันนั้นคือตัวกรองแสงอาทิตย์ แต่มีดวงตาเป็นรูเล็กๆ เหมือนกับรูจมูก ว่ากันว่า มันสามารถมองเห็นนักล่าได้ไกลมาก ราวกับตาของนกเลยทีเดียว มันจึงเดินทางใต้ท้องทะเลลึกได้อย่างปลอดภัย
ปกติหมึกชนิดนี้อยู่ในอุณหภูมิต่ำ ไกลจากชายฝั่งออกไป แต่ในช่วงปี ค.ศ. 2007 เกิดปรากฏการณ์คลื่นใต้น้ำ ทำให้หมึกสามารถขึ้นมาอยู่ใกล้บริเวณชายฝั่งได้ สามารถพบเห็นได้ที่น่านน้ำฝั่งอันดามัน
การป้องกันตัวจากอันตราย เมื่อต้องเจอกับสัตว์ที่ตัวใหญ่กว่าหรือศัตรู มันจะแผ่เนื้อเยื่อที่กล่าวมาข้างต้นนี้เพื่อให้ดูตัวใหญ่เป็นการข่มขวัญคู่ต่อสู้
ปกติแล้วปลาหมึกที่เราเห็นกันเป็นประจำจะมีลักษณะเด่นอยู่ที่หนวดทั้ง 8 ที่ยื่นยาวออกมา ซึ่งเพียงแค่เรามองเห็นหนวดของมันก็รู้ได้ทันทีเลยว่า มันคือหมึก ซึ่งค่อนข้างต่างจากเจ้าหมึกชนิดนี้ ที่นอกจากมีหนวดแล้วมันยังห่มผ้าอีกด้วย!
หมึกชนิดนี้เป็นสัตว์ที่มีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างตัวเมียกับตัวผู้ โดยตัวผู้จะมีขนาดเล็กกว่าอย่างมาก โดยมีขนาดประมาณ 2 เซนติเมตรเท่านั้น แต่ตัวเมียกลับมีขนาดตัวได้มากถึง 2 เมตร ซึ่งทำให้มันอาจจะมีน้ำหนักต่างกันมากถึง 40,000 เท่าเลยทีเดียว นอกจากขนาดตัวที่แตกต่างกันมากแล้ว ตัวผู้นั้นมีชีวิตที่น่าเศร้ามาก โดยมันจะใช้ชีวิตในการหาคู่ และจากไปเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้นเอง ซึ่งมันได้แลกตัวเองกับไข่กว่า 100,000 ฟองที่จะกำเนิดออกมา
นอกจากนี้พวกมันยังเป็นสัตว์ที่ไม่รู้จักความเจ็บปวดอีกด้วย โดยมีงานวิจัยที่ระบุไว้ว่า มันสามารถต้านทานพิษอันร้ายแรง และให้อาการเจ็บปวดมากที่สุดอย่าง “แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส” (Portuguese man-of-war Jellyfish) ได้ โดยมนุษย์ไม่สามารถรับมือกับพิษนี้ได้อย่างแน่นอน แต่สำหรับเจ้าหมึกชนิดนี้แล้ว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
หมึกชนิดนี้ยังใช้เนื้อเยื่อบาง ๆ นั้น เพื่อทำให้ตัวเองดูมีขนาดใหญ่ เพื่อข่มขู่เหล่านักล่าที่จะเข้ามานั่นเอง ซึ่งพวกมันไม่ได้ทำการพ่นหมึกใส่ศัตรู แต่ใช้วิธีการนี้ รวมเข้ากับการเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่พวกมันจะสะท้อนกับแสงไฟ และเป็นผิวสีรุ้ง สีสันสวยงามกลับออกมา ซึ่งมันเป็นสัตว์ที่นักดำน้ำในเวลากลางคืนให้ความสนใจมาก เนื่องจากความสวยงามและความหายากของมัน
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/100069440465798/posts/pfbid02bcRannRxGKDDVZqj7zAJhwgy2VDRpkV2XGqszSWmqT6L4zB7e7bvqR8fb56jMpANl/
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
กระดูกเก่าในคลัง 40 ปี ที่เปลี่ยนภาพแอนตาร์กติกาในยุคไดโนเสาร์
ตรวจหวย 1 กรกฎาคม 2569 ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 [751495]
ตั๋วโดยสารเครื่องบินภายในประเทศ ที่มีราคาแพงมากที่สุดในไทย
ทำไมพบศพในแม่น้ำอินเดีย? เข้าใจความเชื่อ พิธีศพ และบริบทที่ไม่ควรเหมารวม
คลิปกลางชิบูย่าทำชาวเน็ตกังวล หญิงถูกชายยื้อก่อนพาขึ้นแท็กซี่
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
ล้อรถไฟไม่ได้กลมธรรมดา ทำไมต้องออกแบบให้เป็นทรงกรวย?
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ทำไมไม่ถูกหวยงวดนี้ แต่งวดหน้าก็ยังอยากซื้ออีก
ทำไมบ้านในฝรั่งเศสไม่ค่อยติดแอร์ ทั้งที่เจอคลื่นความร้อนหนักขึ้น
คนรุ่นใหม่เลือก "เก็บเงิน" มากกว่า "ซื้อบ้าน" เพราะอะไร?
งวดนี้มาไว! มัดรวมเลขเด็ด 1 กรกฎาคม 2569 ส่องสถิติย้อนหลัง-เลขดังทุกสำนักก่อนเคาะใบจริง
คลิปกลางชิบูย่าทำชาวเน็ตกังวล หญิงถูกชายยื้อก่อนพาขึ้นแท็กซี่
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
















