The Last Zhuang Yuan หลิว ชุนหลิน “จอหงวนคนสุดท้าย”
จะชวนมารู้จักกับบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็น “จอหงวน” คนสุดท้ายในประวัติศาสตร์ของจีนกันดีกว่า
หลิว ชุนหลิน (Liu Chunlin 劉春霖)เกิดเมื่อปี 1872 ที่มณฑลเหอเป่ย ครอบครัวของเขามีฐานะยากจน มารดาเป็นสาวใช้ ส่วนบิดาเป็นคนงานในหน่วยงานราชการเล็ก ๆ บิดาจึงได้เคี่ยวเข็ญให้เขาเรียนหนังสือในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งเมื่ออายุ 8 ปี และเมื่ออายุ 20 ปี เขาได้เข้าเรียนในสถาบัน Baoding Lianchi ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มีความรู้สูงในสถาบันแห่งนั้น
จนกระทั่งเมื่อปี 1904 เมื่อราชสำนักได้จัดการสอบจอหงวน หลิวก็ได้เข้าสอบคัดเลือก และได้รับตำแหน่งจอหงวน จากการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปในโลกและการที่ราชวงศ์จะปรับตัวให้ทันสมัย ก่อนที่ในปีต่อมาจะมีการยกเลิกการสอบจอหงวน จึงทำให้หลิวได้กลายเป็นจอหงวนคนสุดท้ายไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตามปรกติแล้ว ในอดีตผู้ที่ได้เป็นจอหงวนจะได้เข้ารับราชการเป็นขุนนางในทันที แต่ในยุคนั้นซึ่งราชสำนักต้องยอมรับวิทยาการจากตะวันตก ดังนั้นในปีถัดมา (1905) หลิวกับเพื่อนอีกหลายคนจึงถูกส่งตัวไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ก่อนจะกลับมาประเทศจีนอีกครั้งในปี 1908
เมื่อราชวงศ์ชิงล่มสลายในปี 1912 หลิวได้ถูก หยวน ซื่อข่าย เรียกตัวให้ไปช่วยราชการในทำเนียบประธานาธิบดี หลิวทำงานอย่างเต็มใจแม้ว่าส่วนตัวเขายังคงเชื่อมั่นในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญมากกว่าก็ตาม และยังได้ดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ของโรงเรียนมัธยม Zhili และตำแหน่งอื่น ๆ อีกหลายตำแหน่ง
อย่างไรก็ตามหลังจากที่หยวนซื่อข่ายเสียชีวิตและเกิดสุญญากาศทางการเมือง บรรดาขุนศึกแม่ทัพต่างพากันตั้งตัวเป็นใหญ่และแย่งชิงอำนาจกัน หลิวซึ่งรู้สึกหมดหวังกับเหตุการณ์บ้านเมืองในเวลานั้นลงทุกที จึงตัดสินใจลาออกจากราชการในปี 1928
หลังจากออกราชการแล้ว หลิวได้ดำรงชีวิตด้วยการแต่งกวีนิพนธ์ รวมถึงมีรายได้จากความสามารถด้านอักษรศิลป์ หลิวได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่เขียนอักษรจีนด้วยพู่กันได้อย่างสวยงามคนหนึ่ง จึงมีผู้สนใจงานของเขาอยู่อย่างไม่ขาดสาย ทำให้หลิวมีรายได้พอเลี้ยงตัวเอง หลิวได้ชื่อว่าเป็นผู้ใจบุญมักจะบริจาคเพื่อการกุศลเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 1933 และเมื่อกองทัพญี่ปุ่นรุกรานจีน หลิวก็เป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านญี่ปุ่น แม้จะได้รับข้อเสนอจากญี่ปุ่นให้เข้าร่วมรัฐบาลแมนจูกัวที่มีจักรพรรดิปูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิงเป็นหุ่นเชิดก็ตาม แต่หลิวปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งใด ๆ ในรัฐบาลนั้น
หลิว ชุนหลิน เสียชีวิตเมื่อปี 1942 ในอพาร์ตเมนต์ของเขาที่กรุงปักกิ่ง สิริอายุได้ 70 ปี
เพิ่มเติม
อยากเป็น “จอหงวน” ต้องผ่านอะไรบ้าง
ช่วงนี้เด็ก ๆ ที่เรียนจบชั้นมัธยมปลายก็คงกำลังเตรียมตัวที่จะสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยกัน (หรือจะสอบเสร็จไปแล้วก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้ตามระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยมานานแล้ว ไม่รู้เปลี่ยนไปอย่างไรแล้วเพราะเปลี่ยนกันอยู่แทบทุกปี) ซึ่งมีใครไม่รู้บอกว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นการสอบครั้งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะมันอาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราไปตลอดชีวิตเลย แต่จะเป็นอย่างไรนั้นก็คงจะพูดถึงละ จะชวนมาคุยเรื่องของ “การสอบ” ในสมัยโบราณที่มีความสำคัญมากต่อชีวิตของผู้สอบและอาจจะรวมถึงประเทศชาติเลยด้วย นั่นก็คือ “การสอบจอหงวน”
พูดถึงการสอบจอหงวนแล้ว เชื่อว่าแทบทุกคนคงจะเคยได้ยินมาจากประวัติศาสตร์จีนหรือนิยายจีนย้อนยุคทั้งหลาย แต่ความจริงแล้ว การสอบดังกล่าวเรียกว่า “การสอบคัดเลือกเป็นขุนนาง” (Keju) ส่วนคำว่า “จอหงวน” นั้น ที่จริงจะหมายถึงตำแหน่งของผู้ที่สอบได้อันดับสูงสุดของการสอบต่างหาก
ระบบการสอบคัดเลือกขุนนางหรือสอบจอหงวนนั้นอาจจะสืบสาวไปได้ถึงยุคราชวงศ์เว่ยในสมัยราชวงศ์เหนือใต้แล้ว (ยุคราชวงศ์เหนือใต้ คือยุคหลังจากราชวงศ์จิ่นของสุมาเอี้ยน มาจนถึงก่อนสมัยราชวงศ์สุย) แต่มาเริ่มเป็นรูปแบบที่ชัดเจนในสมัยราชวงศ์ถัง (คริสต์ศตวรรษที่ 7) และมาลงตัวแน่นอนในราชวงศ์ซ่ง หลังจากนั้นแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงยึดรูปแบบของราชวงศ์ซ่งเป็นหลัก ดังนั้นในที่นี่เลยจะพูดถึงรูปแบบการสอบในสมัยราชวงศ์ซ่งเป็นหลัก
การสอบจอหงวน (ขอเรียกตามที่คุ้นเคย) ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นการสอบครั้งเดียว แต่แบ่งการสอบเป็น 3-4 ขั้น คือ การสอบระดับจังหวัด จะจัดสอบทุกปี เมื่อผ่านการสอบขั้นนี้แล้วจะได้เข้าสอบในระดับเมืองหรือมณฑล ซึ่งจะจัดทุก ๆ 3 ปี เมื่อผ่านขั้นนี้ไปแล้ว ก็จะได้เข้ามาสอบที่เมืองหลวง โดยมีขุนนางฝ่ายพิธีการเป็นผู้ดูแลการสอบ ซึ่งในการสอบในเมืองหลวงนี้ จะคัดเลือกเหลือเพียง 3 คนเท่านั้นที่จะได้เข้าสอบขั้นสุดท้าย นั่นก็คือ การสอบต่อหน้าพระที่นั่ง โดยขั้นนี้ ฮ่องเต้จะเป็นผู้ตั้งคำถามและคัดเลือกด้วยพระองค์เอง
ผู้ที่มีสิทธิเข้าสอบจะจำกัดเฉพาะผู้ชายเท่านั้น (บางยุคอาจจะอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าสอบได้ แต่น้อยมาก) และต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น เป็นทาส นักโทษ ฯลฯ วิชาที่ต้องสอบจะแตกต่างไปตามยุค ส่วนใหญ่จะเป็นวิชาศิลป์ เช่น ดนตรี คำนวณเลข อักษรศิลป์ พิธีกรรม ปรัชญา ประวัติศาสตร์ การปกครอง ฯลฯ รวมถึงตำราพิชัยยุทธ การสอบบางครั้งอาจจะยาวนานถึง 3 วัน 3 คืน ผู้สอบจึงต้องนำอุปกรณ์เครื่องเขียนและของใช้ส่วนตัวมาด้วย
ผู้ที่สอบผ่านแต่ละระดับจะได้รับตำแหน่งยศตามระดับที่สอบผ่าน เช่น ผู้ที่ผ่านการสอบระดับจังหวัด จะได้เป็น “ซิวไฉ” (Xiucai) ผู้ที่สอบผ่านระดับมณฑลจะเป็น “จูเหยิน” (Juren) ผู้ที่สอบผ่านระดับเมืองหลวงจะได้เป็น “กงซือ” (Gongshi) ส่วนผู้ที่สอบผ่านระดับราชสำนัก จะได้เป็น จิ้นซือ (Jinshi) ซึ่งผู้ที่ได้เป็นจิ้นซือ จะมีโอกาสได้รับคัดเลือกให้เข้าสอบต่อหน้าพระที่นั่ง ซึ่งผู้ที่สอบหน้าพระที่นั่ง อันดับสามจะเรียกว่า ท้ำฮวย (Tanhua) อันดับสอง “ปางัง” (Bangyan) และอันดับหนึ่งก็คือ “จอหงวน” (Zhuàngyuán) ที่เรารู้จักกันดี
ผู้ที่ผ่านในระดับต้น ๆ หากไม่สามารถสอบผ่านในขั้นต่อไป ส่วนมากก็จะรับราชการตามหัวเมือง หรือเป็นครูสอนหนังสือตามบ้านขุนนางหรือเจ้านาย ผู้ที่ได้เป็นจิ้นซือ โดยมากจะได้เข้ารับราชการในส่วนกลาง ส่วนตำแหน่งจอหงวนถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยศสูงสุด ก็จะมีโอกาสก้าวหน้าเป็นขุนนางใหญ่ถึงระดับเสนาบดีได้ และหากมีหน้าตาดี ก็อาจจะมีโอกาสได้เป็นถึงพระราชบุตรเขยฮ่องเต้เลยก็ได้ เรียกว่า “พลิกชีวิต” จากดินเป็นดาวกันได้เลย
ระดับการสอบจอหงวนได้ใช้มาจนถึงปลายราชวงศ์ชิงจึงยกเลิกไป เมื่อมีระบบการศึกษารูปแบบใหม่จากตะวันตกเข้ามาแทนที่ การสอบจอหงวนครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 1904 โดยหลิว ชุนหลิน (Liu Chunlin) เป็นผู้ได้รับตำแหน่งจอหงวนเป็นคนสุดท้าย และนอกจากจีนแล้ว ในประเทศอื่นที่ได้รับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมจากจีนอย่างญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม ก็เคยมีการสอบในรูปแบบใกล้เคียงกับการสอบจอหงวนเช่นกัน


อ้างอิงจาก: รูป https://ytjiang.pixnet.net/blog/post/353446376
เรื่อง https://inf.news/en/history/505c98dba65162d3e5216c07785ecaf3.html
และ https://min.news/en/culture/0e44c70b46205693635d604a67aba966.html และ
https://en.wikipedia.org/wiki/Imperial_examination
และ http://www.chinaknowledge.de/History/Terms/examination.html
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
ภรรยาที่ยอมให้สามีแต่งงานกับเพื่อนสนิทของเธอ
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 17 มกราคม 69..รีบส่องด่วน ก่อนหวยออก!!
ชายจีนทุ่มเงินแสนกว่าหยวน เพื่อหมั้นกับสตรีมเมอร์สาว
รวมภาพตลก เฮฮา ขำขัน ประจำวันนี้
ชายวัย 52 ปีเสียชีวิตกะทันหัน แม้จะวิ่งวันละ 5 กิโลเมตรก็ตาม
ชายวัย 52 ปีเสียชีวิตกะทันหัน แม้จะวิ่งวันละ 5 กิโลเมตรก็ตาม
ทุเรียนกับเรื่องที่คุณยังไม่รู้?
ไฟไหม้บ้านเขมร ในกรุงพนมเปญ
ทำไมต้องดัลเมเชียน? เผยความลับทำไมหมาจุดถึงเป็นคู่หูนักดับเพลิง




