ย้อนประวัติศาสตร์ ทำไมลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์จึงไม่ถูกกัน
เล่าย้อนความ..
เย็นวันนี้ที่เมืองไทยจะมีการแข่งขันฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์ The Match ซึ่งผู้จัดได้นำเอาสองทีมดังจากอังกฤษอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มาแข่งขันกันที่ประเทศไทย เรื่องราวนอกสนามรวมถึงผลการแข่งขันและควันหลงจะมีอะไรบ้างคงต้องว่ากันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนรู้ดีก็คือ ทั้งสองทีมนี้มีความเป็นปรปักษ์กันมานานแล้ว ซึ่งความเป็นปรปักษ์ดังกล่าวไม่ได้มาจากเรื่องฟุตบอลอย่างเดียว แต่ยังมาจากปัญหาอื่นที่มีมาก่อนหน้านั้นอีกด้วย
ย้อนกลับไปในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 18 เมื่ออังกฤษมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทั้งสองเมืองได้กลายเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองทางภาคเหนือของอังกฤษ โดยลิเวอร์พูลซึ่งตั้งอยู่ริมทะเล ได้กลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของอังกฤษในการส่งออกสินค้าไปขายต่างประเทศ ในขณะที่แมนเชสเตอร์กลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมทอผ้า ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่ผลิตได้ ก็จะต้องถูกขนไปยังท่าเรือที่ลิเวอร์พูลเพื่อส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก การขนส่งสินค้าดังกล่าวมีความสำคัญมากเสียจนทำให้ในปี 1830 ต้องมีการสร้างทางรถไฟสายลิเวอร์พูล-แมนเชสเตอร์ ระยะทาง 50 กิโลเมตร ซึ่งนับเป็นทางรถไฟระหว่างเมืองสายแรกของโลก เพื่อขนส่งวัตถุดิบและสินค้าระหว่างทั้งสองเมืองนี้
อย่างไรก็ตาม ต่อมาชาวเมืองแมนเชสเตอร์ก็รู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนี้ เนื่องจากเห็นว่าทางเมืองลิเวอร์พูลเป็น “เสือนอนกิน” ที่ไม่ต้องทำอะไร แต่อาศัยการเก็บภาษีการขนส่งสินค้าจากเมืองอื่น ๆ เป็นรายได้หลัก ด้วยเหตุนี้ ในปี 1885 ทางเมืองแมนเชสเตอร์จึงมีแนวคิดที่จะขุดคลองจากเมืองแมนเชสเตอร์ไปออกทะเลไอริช เพื่อให้เรือสินค้าสามารถแล่นเข้ามาถึงเมืองแมนเชสเตอร์ได้โดยไม่ต้องจอดที่ลิเวอร์พูลอีก ซึ่งแม้ว่าทางเมืองลิเวอร์พูลจะคัดค้านเต็มที่ แต่จากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำและคนว่างงานในเวลานั้น รัฐบาลอังกฤษจึงหวังว่าการขุดคลองดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาการว่างงานได้ จึงได้อนุมัติให้มีการขุดคลองดังกล่าวได้ ในปี 1888
คลอง Manchester ship canal ความยาว 58 กิโลเมตร เปิดใช้ครั้งแรกในปี 1894 และก็เป็นไปตามคาด คือเมื่อเรือสามารถแล่นผ่านคลองไปถึงแมนเชสเตอร์ได้โดยตรงโดยไม่ต้องจอดที่ท่าเรือเมืองลิเวอร์พูล ก็ทำให้เศรษฐกิจในเมืองลิเวอร์พูลซบเซาลงทันทีเนื่องจากสูญเสียรายได้จากการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือของตนไปเป็นจำนวนมาก ในขณะที่ท่าเรือที่ซัลฟอร์ด (Salford) ได้กลายเป็นท่าเรือที่เจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็วแทน ซึ่งทางเมืองแมนเชสเตอร์ถือว่าคลองนี้คือชัยชนะของเมืองที่มีต่อเมืองลิเวอร์พูล และถ้าสังเกตดูตราสโมสรของทั้งสองทีมใหญ่ในเมืองแมนเชสเตอร์ ทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่างก็มีรูปเรือใบประกอบอยู่ด้วย เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์นี้ด้วย (คลองนี้ปัจจุบันก็ยังมีอยู่ แต่เดี๋ยวนี้ไม่คึกคักแล้ว เพราะแคบเกินกว่าที่เรือขนส่งสินค้ายุคนี้จะเข้าไปได้แล้ว)
นับตั้งแต่นั้นมา ทั้งสองเมืองก็ได้กลายเป็นคู่แข่งขันกัน ไมว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจ รวมไปถึงด้านสังคม ศิลปะ วัฒนธรรม รวมถึงกีฬาฟุตบอล โดยเฉพาะระหว่างลิเวอร์พูลกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสองทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งเริ่มชัดเจนขึ้นนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมา


อ้างอิงจาก: รูป https://www.soccerticketsonline.com/manchester-united-v-liverpool-tickets/
เรื่อง https://www.sportsadda.com/football/opinions/why-liverpool-united-rivalry-is-bigger-than-manchester-derby
และ https://www.mancunianmatters.co.uk/sport/19022019-a-tale-of-two-cities-why-manchester-liverpool-rivalry-runs-far-deeper-than-football/
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
ประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกัน
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย



