หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คำอ่านจารึกของพ่อขุนรามคำแหง!

โพสท์โดย อับดุล รอเเย๊ะส์

คำอ่านจารึกของพ่อขุนรามคำแหงแต่ละด้านครับ
คำอ่านแปลความด้านที่ ๑
ภาษาไทย อักษรไทยสุโขทัย พุทธศักราช ๑๘๓๕
ประวัติ "พ่อกูชื่อศรีอินทราทิตย์ แม่กชื่อนางเสือง พี่กูชื่อบานเมือง ตูพี่น้องท้องเดียวห้าคน ผู้ชายสาม ผู้หญิงสอง พี่เผือ(เรา) ผู้อ้าย(พี่ชาย) ตายจากเผือตั้งแต่ยังเล็ก พระปรีชาด้านการรบ เมื่อกูขึ้นใหญ่ (เติบใหญ่) ได้สิบเก้าเข้า ปี) ขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด มาท่(ตี) เมืองตาก พ่อกูไปรบขุนสามชนหัวช้าย (กองซ้าย) ขุนสามชนขับมาหัวขวา(กองขวา) ขุนสามชนเกลื่อนเข้า (เคลื่อนเข้า) ไพร่ฟ้าหน้าใสพ่อกูหนี ญญ่ายพ่ายจะแจ้น(แพ้แตกหนีชุลมุน) กูบ่หนี ถูขี่ช้างเบกพล(บุกเข้าไป) กขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อ (ชน) ช้างด้วยขุนสามชน ตนกพุ่งช้างขุนสามชนตัวชื่อมาสเมืองแพ้(ชนะ) ขุนสามชนพ่ายหนี(แตกหนีไป) พ่อกูจึงขึ้นชื่อ(แต่งตั้ง) กูชื่อพระรามคำแหง เพื่อกพุ่งช้างขุนสามชน พระอุปนิสัย เมื่อชั่วพ่อกู(ตลอดชีวิตของพ่อ) กูบำเรอแก่พ่อกู กูบำเรอแก่แม่กู กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได้หมากส้ม(ผลไม้รสเปรี้ยว) หมากหวาน(ผลไม้รสหวาน) อันใด กินอร่อยกินดี กูเอามาแก่พ่อกู กูไปตีหนังวังช้าง(คล้องช้าง) ได้ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่อบ้านท่อเมือง(ตีบ้านตีเมือง) ได้ช้างได้งวง ได้ปั่วได้นาง(บริวารชายและหญิง) ได้เงิน ได้ทอง กูเอามาเวน(มอบให้) แก่พ่อกู พ่อกูตาย ยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ดังบำเรอแก่พ่อกู พี่กูตายจึงได้เมืองแก่กทั้งกลม (ทั้งหมด)"
นกูพ เศรษฐกิจ "เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลาในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบ
(ภาษีผ่านด่าน) ในไพร่ ลูท่าง(ตามสะดวก) เพื่อนจูงวัวไปค้าขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้าง ค้า ใครจักใคร่ค้าม้า ค้า ใครจักใคร่ค้าเงินค้าทอง ค้า กฎหมาย ไพร่ฟ้าหน้าใส ลูกเจ้าลูกขุนผู้ใดแล้ ล้มตายหายกว่าเหย้าเรือน พ่อเชื้อเสื้อคำมัน(ผีบรรพบุรุษค้ำชู) ช้างขอ(ช้างบ้าน) ลูกเมีย เยียข้าว (ฉางข้าว) ไพร่ฟ้าข้าไท ป่าหมาก ป่าพลู พ่อเชื้อมัน ไว้แก่ลูกมันสิ้น ไพร่ฟ้าลูกเจ้าลูกขุน ผิแล้ผิดแผกแสกว้างกัน(หากว่าทะเลาะแตกแยกกัน) สวนดูแท้แล้(ไต่สวนให้ถ่องแท้) จึงแล่งความแก่ขาด้วยชื่อ(ตัดสินคดีแก่คู่ความโดยเที่ยงธรรม) บ่เข้าผู้ลักมักผู้ซ่อน(ไม่เข้าข้างคนผิด) เห็นข้าวท่านบใคร่พี้น (เห็นข้าวของท่านไม่อยากได้มาครอบครอง) เห็นสินท่านบใครเดือด(เห็นทรัพย์สินผู้อื่นแล้วไม่คิดริษยา) การปกครอง คนใดขี่ช้างมาหา (ขอพึ่งบารมี) พาเมืองมาสู่(ขอเป็นเมืองขึ้น) ช่วยเหนือเพื่อกู้ มันบ่มีช้าง บ่มีม้า บ่มีปั่วบ่มีนาง (ไม่มีบริวารชายและหญิง) บ่มีเงินบ่มีทอง ให้แก่มัน ช่วยมันตวงเป็นบ้านเป็นเมือง ได้ข้าเสือกข้าเสือ (จับได้ข้าศึกเป็นเชลย) หัวพุ่งหัวรบก็ดี บ่ฆ่าบ่ดี ในปากประตู มีกะดิ่งอันหนึ่งงแขวนไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้าปกกลางบ้านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจ็บท้องข้องใจ (เดือดเนื้อร้อนใจ) มันจักกล่าวถึงเจ้าถึงขุนบไร้ ไปลั่น
กระดิ่งอันท่านแขวนไว้ พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองได้ยินเรียก เมื่อถาม สวนความแก่มันด้วยซื่อ (ไต่สวนคดีด้วยความเที่ยงธรรม) ไพร่ในเมืองสุโขทัยจึงชม
คำอ่านแปลความด้านที่ ๒
ภาษาไทย อักษรไทยสุโขทัย พุทธศักราช ๑๘๓๕
ภูมิทัศน์ "สร้างป่าหมาก ป่าพลู ทั่วเมืองสุโขทัยนี้ ป่าพร้าวก็หลายในเมืองนี้ ป่าลาง(ผลคล้ายมะพร้าว)
ก็หลายในเมืองนี้ หมากม่วงก็หลายในเมืองนี้ หมากขามก็หลายในเมืองนี้ ใครสร้างได้ไว้แก่มัน กลางเมืองสุโขทัยนี้ มีน้ำตระพังโพย สีใสกินดี ง กินน้ำโขงเมื่อแล้ง รอบเมืองสุโขทัยนี้ ตรีบูร (กำแพงสามชั้น) ได้สามพันสี่ร้อยวา ประเพณี คนในเมืองสุโขทัยนี้ มักทาน(ให้ทาน) มักทรงศีล มักโอยทาน(ถวายทาน)
พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ชาวเจ้า (เจ้านายฝ่ายใน) ท่วยปั่วท่วยนาง ทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชายผู้หญิง ฝูงท่วยมีศรัทธาในพระพุทธศาสน ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน เมื่อออกพรรษา กรานกฐิน เดือนหนึ่งจึงแล้ว เมื่อกรานกฐินมีพนมเบี้ย(พุ่มเงิน) มีพนมหมาก (พุ่มหมาก) มีพนมดอกไม้(พุ่มดอกไม้) มีหมอนนั่ง หมอนนอน บริพารกฐิน โอยทาน(ถวายทาน) แล่ปีแล้ญิบล้าน(ปีละสองล้าน) ไปสวดญัตติ
กฐิน(สวดญัตติทุติยกรรมวาจา) ถึงอรัญญิกหพู้น (ตั้งอยู่ในป่า) การละเล่น เมื่อจักเข้ามาเวียง เรียงกันแต่อรัญญิกพู้น(ตั้งขบวนแห่ตอนกลับเข้าเมือง) เท้าหัวลาน(ถึงท้องสนาม) ดับงค์กลอง(เปล่งเสียงโห่ร้องประสาน) ด้วยเสียงพาทย์เสียงพิณ เสียงเลื่อน (เสียงทำนองยาว) เสียงขับ(เสียงขับลำทำนองเสนาะ) ใครจักมักเล่น เล่น ใครจักมักหัว(หัวเราะ) หัว ใครจักมักเลื่อน เลื่อน เมืองสุโขทัยนี้ดีมีสี่ปากประตูหลวง เที้ยรย่อม (ล้วนแล้วไปด้วย) คนเสียดกันเข้ามาดู ท่านเผาเทียน ท่านเล่นไฟ เมืองสุโขทัยนี้มีดั่งจักแตก ศาสนสถาน
กลางเมืองสุโขทัยนี้ มีพิหาร(วัดมหาธาตุ) มีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารศ(พระยืนสูง ๑๘ ศอก) มีพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูปอันราม(ปานกลาง) มีพิหาร(วิหาร) อันใหญ่ มีพิหารอันราม ศาสนจักร มีปู่ครู(สังฆนายกฝ่ายปริยัติธรรม) นิสสัยมุต(ผู้พ้นนิสสัยมีความรู้สามารถปกครองตนเองและผู้อื่นได้) มีเถร มีมหาเถร(พระสงฆ์ผู้มีพรรษามาก) เบื้องตะวันตกสุโขทัยนี้มีอรัญญิก พ่อขุนรามคำแหง
กระทำโอยทานแก่มหาเถรสังฆราช ปราชญ์เรียนจบปิฎกไตร หลวก(ฉลาด)กว่าปู่ครูในเมืองนี้ ทุกคนลุก (ออกจาก)แต่เมืองศรีธรรมราชมา ในกลางอรัญญิก มีพิหารอันหนึ่งมน(สี่เหลี่ยมจตุรัส) ใหญ่สูงงามแก่กม (งามอย่างยิ่ง) มีพระอัฏฐารศอันหนึ่ง ลุกยืน เบื้องตะวันออกเมืองสุโขทัยนี้ มีพิหาร มีปู่ครู มีทะเลหลวง (ทุ่งกว้างมีน้ำขัง) มีป่าหมาก ป่าพลู มีไร่มีนา มีถิ่นถาน มีบ้านใหญ่บ้านเล็ก มีป่าม่วงป่าขาม ดูงามดั่ง
แกล้งแต่ง"
คำอ่านแปลความด้านที่ ๓
ภาษาไทย อักษรไทยสุโขทัย พุทธศักราช ๑๘๓๕
ภูมิประเทศ เบื้องตื่นนอน(ทิศเหนือ)เมืองสุโขทัยนี้ มีตลาดปสาน(เปิดตลาดขายสินค้านานาชนิด) มีพระอจนะ มีปราสาท มีป่าหมากพร้าว ป่าหมากลาง(ผลคล้ายมะพร้าว) มีไร่นา มีถิ่นถาน มีบ้านใหญ่บ้านเล็ก เบื้องหัวนอน (ทิศใต้) เมืองสุโขทัย มีกุฎี พิหารปู่ครูอยู่ ชลประทาน มีสรีดภงค์ (เขื่อนเก็บน้ำหรือฝายน้ำล้น) มีป่าพร้าวป่าลาง มีป่าม่วง ป่าขาม มีน้ำโคก(ลำธารที่ไหลมาจากไหล่เขา) ความเชื่อดั้งเดิม
มีพระขพุง ผีเทพดาในเขาอันนั้นเป็นใหญ่กว่าทุกผีในเมืองนี้ ขุนผู้ใดถือปกครอง)เมืองสุโขทัยนี้แล้ไหว้ดีพลีถูก(บวงสรวงถูกต้องตามพิธีการ) เมืองนี้เที่ยงเมืองนี้ด้ ผิไหว้บ่ดี พลีบ่ถูก ผีในเขาอั้นบ่คุ้มบเกรง เมืองนี้หาย(ล่มสลาย) ๑๒๑๔ ศก (ตรงกับปีพ.ศ. ๑๘๓๕) ปีมะโรง ศาสนา พ่อขุนรามคำแหง
เจ้าเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัยนี้ปลูกไม้ตาลนี้ ได้สิบสี่เข้า (๑๔ปี) จึ่งให้ช่างฟันขะดารหินพระแท่นมนังคศิลาบาตร) ตั้งหว่างกลางไม้ตาลนี้ วันเดือนดับ เดือนออกแปดวัน (ขึ้น8ค่ำ) วันเดือนเต็ม (ขึ้น๑๕ค่ำ) เดือนบ้างแปดวัน(แรม๘ค่ำ) ฝูงปู่ครู เถรมหาเถร ขึ้นนั่งเหนือขะดารหิน สวดธรรมแสดงธรรมหรือสวดปาติโมกข์) แก่อุบาสกฝูงท่วยจำศีล ผิใช่วันสวดธรรม(วันพระ) พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัยขึ้นนั่งเหนือขะดารหิน ให้ฝูงท่วยลูกเจ้าลูกขุนฝูงท่วย(ทวยราษฎร์ปวงชน) ถือบ้านถือเมือง ครั้งวันเดือนดับเดือนเต็ม ท่านแต่งช้างเผือก กระพัด(สายรัดกูบบนหลังช้าง) ลยาง
(พู่ประดับหัวช้าง) เที่ยรย่อมทอง(ล้วนแล้วด้วยทอง) ง...ขวา ชื่อรูจาครี (พญาช้างรุจาคิรี) พ่อขุนรามคำแหงขึ้นขี่ไปนบ(ไหว้) พระ...อรัญญิกแล้วเข้ามา จารึกอันหนึ่ง มีในเมืองเชลียง(เมืองสวรรคโลก) สถาบก(ตั้ง) ไว้ด้วยวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จารึกอันหนึ่งมีในถ้ำชื่อถ้ำพระราม (ถ้าเจ้าราม) อยู่ฝั่งน้ำสำพาย(แม่น้ำลำพัน) จารึกอันหนึ่ง มีในถ้ำรัตนธาร ในกลวง(ภายใน) ป่าตาลนี้ มีศาลาสองอัน อันหนึ่งชื่อศาลาพระมาสพลับพลาของพ่อขุนรามคำแหง) อันหนึ่งชื่อพุทธศาลา(ศาลาพักสงฆ์) ขะดารหินนี้ชื่อมนังคศิลาบาตร สถาบก(ตั้ง)ไว้หนี้ จึงทั้งหลายเห็น
คำอ่านแปลความด้านที่ ๔
ภาษาไทย อักษรไทยสุโขทัย พุทธศักราช ๑๘๓๕ การเมือง พ่อขุนรามคำแหงลูกพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็นขุนในเมืองศรีสัชนาลัยสุโขทัย ทั้งมากาว (คนแถบเมืองแพร่ เมืองน่าน) ลาว(คนลาว) แลไท เมืองใต้หล้าฟ้าต่อ....ไท ชาวอู (คนแถบแม่น้ำอู) ชาวของ (คนแถบแม่น้ำโขง) มาออก(เมืองที่มาขอขึ้นด้วย) ๑๒๐๗ ศก (ตรงกับพ.ศ. ๑๘๒๘) ปีกุน ให้ขุดเอาพระธาตุออกทั้งหลายเห็น กระทำบูชาบำเรอแก่พระธาตุได้เดือนหกวัน จึงเอาลงฝังกลางเมืองศรีสัชนาลัย ก่อพระเจดีย์เหนือหกเข้า(๖ปี) จึงแล้ว(สำเร็จ) ตั้งเวียงผา(กำแพงหิน) ล้อมพระมหาธาตุ (พระเจดีย์วัดช้างล้อม) สามเข้า(๓ปี) จึงแล้ว อักษรไทยสุโขทัย เมื่อก่อนลายสือไทนี้บ่มี ๑๒๐๕ (ตรงกับพ.ศ. ๑๘๒๘) ศก ปีมะแม พ่อขุนรามคำแหงหาใคร่ใจในใจ(ดำริ) แลใส่(เขียนไว้) ลายสือไทนี้ ลายสือไทนี้จึงมี เพื่อ(เนื่องด้วย) ขุนผู้นั้นไว้ พ่อขุนรามคำแหงนั้น หาเป็นท้าวเป็นพระญาแก่ไททั้งหลาย หาเป็นครูอาจารย์สั่งสอนไททั้งหลายให้รู้บุญรู้ธรรมแท้ แต่คนอันมีในเมืองไท ด้วยรู้ ด้วยหลวก(ฉลาด) ด้วยแกล้ว ด้วยหาญ ด้วยแคะ ด้วยแรง หาคนจักเสมอมิได้ อาจปราบฝูงข้าศึก อาณาเขต มีเมืองกว้างช้างหลาย ปราบเบื้องตะวันออก รอด(ถึง) สรลวง สองแคว ลุมบาจาย(เมืองศรีเทพในลุ่มน้ำป่าสัก) สคา (เมืองหนองหาร) เท้า (ถึง) ฝั่งของ(ฝั่งแม่น้ำโขง) ถึงเวียงจันทน์ เวียงคำเป็นที่แล้ว(เป็นที่สุด)
เบื้องหัวนอน รอดคนที พระบางแพรก สุพรรณภูมิ ราชบุรี เพชรบุรี ศรีธรรมราช ฝั่งทะเลสมุทร(อ่าวไทย) เป็นที่แล้ว เบื้องตะวันตกรอดเมืองฉอด เมือ...น หงสาวดี สมุทรหาเป็นแดน เบ้องตีนนอน รอดเมืองแพร่ เมืองม่าน เมืองน...(เมืองน่าน) เมืองพลัว พ้นฝั่งของ เมืองชะวา(หลวงพระบาง) เป็นที่แล้ว ปลูกเลี้ยงฝูงลูกบ้านลูกเมืองนั้น ชอบด้วยธรรมทุกคน

โพสท์โดย: พระบิดา
อ้างอิงจาก: Pairoj Pittayamatee
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไข่กุ้งที่กินบนซูชิ จริงแล้วไม่ใช่ไข่กุ้ง และไม่ได้มาจากกุ้งด้วย!!!ครูสาวโชคดี! ได้บรรจุครูโรงเรียนในป่า..แต่ว่าได้บ้านพักครูแบบนี้โกงน้ำหนักกระเป๋าแบบนี้ก็มีด้วย..เห็นแก่ตัวสุดๆหมอดูฉายานอสตราดามุสคนใหม่ ทำนายวันที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3พ่อช็อก! หลังให้ลูกเล่นมือถือวิธีทำลาบทะเลรวมให้มีรสเด็ดไรเดอร์!ซิ่ง จยย.หวาดเสียว - ท่อดัง ตร.ค้นเจอยาบ้า ยาไอซ์ เหล็กขูดชาร์ฟครูสาวเมืองคอน ถูกผึ้งต่อยนิ้วบวมเป่งแหวนรัดเจ็บ ร้องกู้ภัยช่วยมด HoneyPot Ant มดที่สามารถผลิตน้ำหวานได้สาวเซ็ง สั่งข้าวผัด ได้ข้าวต้ม ห่อกลับบ้านหมาก็ไม่กินอีกสลด!เด็กชายวัย 10 ขวบ นั่งบนท่อนไม้ยางท้ายกระบะพลัดตกรถดับเมณูเด็ดชิงจากนกปากห่างแกงกะทิหอยโข่งใส่ใบชะพลู(อร่อยเด็ด)
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
marine: เกี่ยวกับทะเล อยู่ในทะเลสลด!เด็กชายวัย 10 ขวบ นั่งบนท่อนไม้ยางท้ายกระบะพลัดตกรถดับมด HoneyPot Ant มดที่สามารถผลิตน้ำหวานได้รวบเณร 8 รูป มั่วสุมเสพยาคากุฏิ ฉี่ม่วงยกแก๊งค์ศึกสะใภ้เกาหลี! "แพน" ฟาดแรง "สะใภ้ซอ"..ซัดติ่งดูให้จบแล้วจะรู้ไข่กุ้งที่กินบนซูชิ จริงแล้วไม่ใช่ไข่กุ้ง และไม่ได้มาจากกุ้งด้วย!!!
"เครื่องบดกะโหลก" หนึ่งในเครื่องทรมานในยุคก่อน!ลาวาสีน้ำเงินที่ภูเขาไฟ Kawah Ijen ในอินโดนีเซีย เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง!ชาวยุโรปกับความเชื่อที่ว่า "ของลับผู้หญิง สามารถไล่ปีศาจได้"เฉลยแล้ว! ทำไมไม่ควรเอาทรายจากทะเลทรายมาก่อสร้าง
ตั้งกระทู้ใหม่