น้ำพริกกะปิ
เขียนโดย clubhousestar

"น้ำพริกกะปิ"
คือ เครื่องจิ้มของคนไทยภาคกลาง
มีรสชาติ 3 รส คือ เค็ม เปรี้ยว หวาน
เป็นความฉลาดของคนไทยโบราณ
กะปิ มันเหม็น ต้องดับกลิ่นความเหม็น
ให้กลายเป็นความหอมชวนกิน จึงนำเอา
สมุนไพรมาดับกลิ่น อาทิ กระเทียม
กลิ่นของกระเทียมจะช่วยลดกลิ่นกะปิ
กลายเป็นหอม ถ้ากะปิปิ้งไปสักหน่อย
จะยิ่งหอมชวนรับประทาน มื้อไหน
มีน้ำพริก มื้อนั้นจะเจริญอาหารเป็นพิเศษ
" น้ำพริกกะปิ สูตรดั้งเดิมโบราณ "
มีส่วนประกอบแค่ 6 อย่างเท่านั้น
1.พริกขี้หนู 2.กระเทียม 3.กะปิ
4.น้ำตาลปี๊บ 5.มะนาว 6.น้ำปลา
" น้ำพริกกะปิ " ได้พัฒนาสูตรต่อมาเรื่อยๆ
เนื่องจากน้ำพริกกะปิเริ่มมีชื่อเสียงและ
มีคนนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย
ดังนั้น สูตรของน้ำพริกกะปิ ก็เริ่มพัฒนาต่อ
มีการใส่ ผักพื้นบ้าน และ เนื้อสัตว์ตาม
ท้องถิ่นลงไปเพื่อให้น้ำพริกมีรสสัมผัส
และถูกปากคนไทยแต่ละภูมิภาคมากขึ้น
( น้ำพริกกะปิ สูตรพัฒนา )
1.น้ำพริกกะปิ + ผักพื้นบ้าน
- น้ำพริกกะปิใส่มะเขือพวง
- น้ำพริกกะปิใส่มะเขือเหลือง
- น้ำพริกกะปิใส่มะอึก
- น้ำพริกกะปิใส่มะดัน
- น้ำพริกกะปิใส่ตะลิงปลิง
2.น้ำพริกกะปิ + เนื้อสัตว์
- น้ำพริกกะปิใส่แมงดานา
- น้ำพริกกะปิใส่กุ้งสุก
- น้ำพริกกะปิใส่น้ำปลาต้ม
- น้ำพริกกะปิใส่ปลาหมึก
- น้ำพริกกะปิใส่เนื้อปู
3.น้ำพริกกะปิ + อาหารแปรรูป
- น้ำพริกกะปิไข่เค็ม
- น้ำพริกกะปิกุ้งเสียบ
- น้ำพริกกะปิถั่วเน่า
- น้ำพริกกะปิใส่ปลาหมึกแห้ง
- น้ำพริกกะปิใส่ผักกาดดอง
- น้ำพริกกะปิกระเทียมโทน
ขึ้นอยู่ว่า เราจะดัดแปลงนำวัตถุดิบอะไร
เข้ามาใส่เพิ่มเองจึงเกิดการพัฒนาสูตร
ให้เข้ากับยุคสมัย
( วิวัฒนาการของ " น้ำพริกกะปิ " )
ในปัจจุบัน เวลาอยากกินน้ำพริกกะปิ
ต้องโขลกเอง ตำเอง เพราะมันง่าย
แต่ถ้าบางวัน วัตถุดิบไม่เพียงพอ
หรือ ขี้เกียจตำเอง ปัจจุบัน มี
- น้ำพริกกะปิสำเร็จรูป บรรจุขวด
กระป๋อง หรือ กระปุก ขายส่งออก
ต่างประเทศ
- น้ำพริกกะปิ ซอง ฉีกซองใส่ถ้วย
กินได้เลยสะดวก แต่รสชาติไม่ดีเหมือน
ตำเอง แต่ก็พอคิดถึงบ้าน เวลาอยู่ไกล
เช่น ต่างประเทศ ต่างจังหวัด
...(น้ำพริกกะปิ สู่ เมนูใหม่)...
เวลารับประทาน "น้ำพริกกะปิ"ไม่หมด
คนไทยสมัยโบราณก็ไม่ทิ้งนะค่ะ
นำมาดัดแปลงเปลี่ยนเป็นเมนูใหม่ อาทิ
- แกงรัญจวน ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ
น้ำพริกกะปิ เพิ่มสมุนไพร เนื้อสัตว์
ประหนึ่งซุปของฝาหรั่ง
- ข้าวคลุกกะปิ
- ข้าวน้ำพริกลงเรือ
- ข้าวอบห่อใบบัว
- ผัดหมี่กระเฉดน้ำพริกกะปิ
- หมูผัดน้ำพริกกะปิ
- ผัดสะตอกุ้งสดน้ำพริกกะปิ
(....น้ำพริกกะปิ สู่ อาชีพ....)
คนไทยเรา มีแม่ครัว พ่อครัวมีรสมือดี
ทำอาหารอร่อยเยอะ จึงนำความสามารถ
ตรงนี้มาทำร้านอาหาร หรือ เปิดร้าน
ข้าวแกง ตามตลาดนั้น ตามห้างสรรพสินค้า
สร้างอาชีพให้กับครัวเรือนได้
(...น้ำพริกกะปิชาวบ้าน & ชาววัง...)
น้ำพริกกะปิชาวบ้าน รสจัดถึงเครื่อง
รับประทานแบบง่าย ๆ ผักต้ม ผักสด
กินกัดเอาทั้งลูก ทั้งฝัก ส่วน
น้ำพริกกะปิชาววัง ต้องนุ่มนวลรสชาติ
กลมกล่อม ผักต้องแกะสลัก จัดเป็นคำ
มีความประณีต เพราะเป็นเครื่องเสวย
จึงต้องเรียบร้อย จะมาเผ็ดเหงื่อไหล
มันก็ดูไม่งาม
(น้ำพริกกะปิ ถือว่าเป็นมรดกของคนไทย
ก็ว่าได้ เพราะอยู่คู่กับคนไทยนานมาก
ยุคสมัยจนถึง กรุงรัตนโกสินทร์
เราต้องอนุรักษ์และห่วงแหนไว้
อาหารไทยจะได้อยู่กับคนไทยตราบนาน)
รายได้คนขับรถไฟ
โรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
ข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย
5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
เลขมงคลปฏิทินครอบครัวข่าว3 ประจำเดือนมิถุนายน 2569
จังหวัดที่คนทำงานเริ่มย้ายออก
3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศ
เปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักที
ทะเลที่น้ำใสที่สุดในประเทศไทย (ขึ้นชื่อระดับโลก)
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ 18/05/69 วันที่เป็นวันเปิดเทอมวันแรก รถติดมากมีเด้อครับเด้อ
ย้อนรอยความทรงจำ “หัวลำโพง 2534” รถไฟสายวันวาน ลอดใต้สะพานกษัตริย์ศึก
5 สิทธิบัตรทองปี 2569 ที่หลายคนยังไม่รู้ว่าใช้ได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ 18/05/69 วันที่เป็นวันเปิดเทอมวันแรก รถติดมากมีเด้อครับเด้อ
เลขเด็ด "มหาทักษา" งวดวันที่ 1 มิถุนายน 69 มาแล้ว!..ส่องด่วนเลย!
รถเมล์เก่าแก่ที่ยังให้บริการอยู่ขณะนี้
โรงเรียนที่ขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยมากที่สุด




