กรรมเก่า
/////
ในทางพุทธศาสนา "โลภะ" เป็นกิเลสที่ตัดได้ยากรองจาก "โมหะ"
โดยที่ "โลภะ" เป็นกิเลสสำคัญที่สกัดให้ผู้ปฏิบัติธรรมไม่สามารถบรรลุธรรมเหนือกว่าชั้นโสดาบันได้
และยิ่งแทบไม่มีทางขึ้นไปถึงขั้นอนาคามีได้เลย เพราะไม่สามารถตัดโลภะให้ขาดได้นั่นเอง
เดชะบุญที่ผมเป็นคนที่ไม่มีนิสัยโลภมากในเรื่องเงินทองมาตั้งแต่วัจหนุ่ม เพราะผมรู้จักตัวเองดีว่าเป็นคนที่กระหายความรู้ หรือคนที่กระหายวิชา มากกว่าเป็นคนที่กระหายความร่ำรวย
.....
ว่ากันว่านิสัยของคนเราถูกโปรแกรมไว้แล้วตั้งแต่เด็กตามพันธุกรรมและวิบากกรรม
ความคิดที่เกิดขึ้นในแต่ละคนจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขาจะคิดเช่นนั้น และ 'กรรมเก่า' ก็มีส่วนลิขิตชีวิตของพวกเขาให้เป็นไปตาม 'วิธีคิด' อย่างเลี่ยงได้ยาก
อันที่จริง 'วิธีคิด' เป็นนิสัยอย่างหนึ่ง แถมยังเป็นนิสัยส่วนลึกที่เปลี่ยนยาก จนกว่าจะ 'หมดกรรม' หรือเกิด 'ปัญญาชีวิตระดับสูง' พอที่จะดึงตัวเองออกจากนิสัยที่ไม่ดีได้
คนที่มี 'วินัยตนเอง' ในการใช้ชีวิตถือเป็นคนที่มี 'ปัญญาชีวิตระดับสูง' ในทางพุทธ
เดชะบุญที่ "การมีวินัยดี" หรือเป็น 'สุวินัย' คือซิกเนเจอร์ที่เป็นอัตลักษณ์แห่งตัวตนของตัวผมมาตั้งแต่วัยหนุ่มแล้ว
....
'ความรู้สึก' ในใจเราเกิดมาจากการเหนี่ยวนำของพลังแห่งกรรมเก่าที่ฝังอยู่ในภวังคจิต
พลังแห่งกรรมที่แฝงอยู่ในจิตของเรานี้แหละที่เป็นตัวลิขิตชีวิตของเรา หาใช่อำนาจของดวงดาว
ถ้า 'ความคิด' คือกรรมปัจจุบัน ... 'ความรู้สึก' ในใจเราก็คือกรรมเก่านั่นเอง
เมื่อใดก็ตามที่เกิด 'ความรู้สึกเชิงลบ' ขึ้นในใจ จงรู้ไว้ด้วยเถิดว่า 'กรรมเก่า' กำลังทำงานของมัน
เพราะกรรมเก่าใช้ความรู้สึก เป็นเครื่องมือสำคัญในการเอาคืน กรรมเก่ามันทำหน้าที่ราวกับมันมีชีวิตจิตใจ จ้องจะเอาคืนตลอดเวลา
กรรมเก่าจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 'เจ้ากรรมนายเวร'
'ความรู้สึก' จึงกลายเป็นจุดมุ่งหมายของเจ้ากรรมนายเวรหรือกรรมเก่า ที่เข้าไปกระตุ้นความรู้สึกเชิงลบ เพื่อให้การสนองแห่งกรรมประสบผล
ผู้ใดที่สามารถใช้ความคิด(กรรมปัจจุบัน) กับสติสัมปชัญญะ(ความรู้ตัวที่ออกจากโลกของความคิดได้ชั่วคราว) มาคุมความรู้สึก(กรรมเก่า)ได้ ผู้นั้นย่อมมีโอกาสเหนือกรรมและหมดกรรมได้
เดชะบุญที่ผมเป็นคนที่ใช้ "การกระทำมากำหนดความคิด" ของตนเอง และมีดวงตาเห็นธรรมแล้วว่า "ความรู้ตัวคือพุทธะ"
คนที่มีสติและมีความรู้ตัวจะคุมความรู้สึกได้เอง
......
มันเป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่ ...
การเอาชนะ "กรรมของเทรดเดอร์" แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด คือการเลิกเทรดอย่างถาวร
การเอาชนะ "กรรมของนักการเมือง" แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด คือเลิกเล่นการเมืองไปเลย
เพราะวงการเทรดเดอร์(นักเก็งกำไร) กับวงการนักการเมือง(ผู้แสวงหาอำนาจ) เป็นสองวงการที่กระตุ้นกิเลสตัณหาโลภะ-โทสะ-โมหะได้มากที่สุด จนจิตใจหาความสงบสุขไม่ค่อยได้
การจะอยู่เหนือกรรมจึงมีอยู่ทางเดียวเท่านั้น นั่นคือการเจริญความรู้ตัวให้ตัวเราสามารถหลุดจากความคิด(กรรมปัจจุบัน) และความรู้สึก(กรรมเก่า)ได้บ่อยๆในชีวิตประจำวันจนกระทั่งบรรลุธรรม
สุวินัย ภรณวลัย
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/photo/?fbid=4905493612821074&set=a.380997495270731
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
รูเล็ก ๆ บนห่วงเปิดกระป๋องน้ำอัดลม มีไว้ทำอะไรกันแน่?
ฮาเร็มรัก นายบำเรอ องค์หญิงซานอิน
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
"เวนิส" เมือง 1000 ปี บนตอไม้
เจาะรหัสเลขท้ายเรือนแสน: ถอดสูตรคณิตศาสตร์ 'เลขกำลังวัน' ประจำวันพุธ งวด 1 กรกฎาคม 2569
4 คำถามเช็กชีวิตยุค AI เมื่อความเร็วเริ่มกินพลังเราเงียบ ๆ
บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน
5 ส่วนของร่างกายมนุษย์ที่เปลี่ยนไปตามวิวัฒนาการ
"ช้อปปิ้ง" ความสุขชั่วคราวที่อาจนำมาซึ่งความทุกข์ระยะยาว
รู้ไหม ทำไมสัญลักษณ์ร้านตัดผม ต้องเป็นไฟหมุนติดหน้าร้าน?
ผีตาโขนจังหวัดเลย ทำไมถึงดังระดับประเทศ
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ


