หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

โพสท์โดย Sangsom

ปัจจุบันเราพบว่าโอกาสของการเกิดโรคต่างๆนั้นค่อนข้างที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะเกี่ยวกับโรคสมองซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนมีที่มาที่ไปมาจากการรับประทานอาหารทั้งสิ้นซึ่งในบทความนี้ก็จะมาบอกเล่าถึงอาหารการกินที่ส่งผลให้เกิดภาวะหรืออาการของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หากว่าคุณอยากรู้ว่าอาหารชนิดไหนที่เป็นตัวนำพาร่างกายได้รับผลกระทบห้ามพลาดกับบทความนี้

 

หลายๆคนคงไม่ทราบเลยว่าอาการของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบนั้นจะมาเยือนเมื่อไหร่...

ในความเป็นจริงแล้วโอกาสของการเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบในคนเรานั้นมีสูงอยู่แล้วในด้านการรับประทานอาหารซึ่งเราจะเน้นไปทางอาหารในกลุ่มดิบ โดยเฉพาะหอยโข่ง หอยปัง หอยเชอรี่ซึ่งตระกูลหอยเหล่านี้จะมีตัวอ่อนของพยาธิตัวจี๊ดฝังอยู่เป็นจำนวนมหาศาล และพยาธิตัวจี๊ดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้

สาเหตุของการเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

สำหรับปัจจัยของการเกิดผู้ที่เป็นโรคสมองอักเสบติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อคางทูมเชื้อนี้ก็จะแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ นอกจากเชื้อคางทูมแล้วเชื้อวัณโรค เชื้อรา และพยาธิตัวจี๊ด

ทางนี้สิ่งที่เป็นปัจจัยนอกจากในกลุ่มเชื้อก็ยังมีอุจจาระไก่และอุจจาระนกพิราบที่ส่งผลให้เกิดเรื่องสมองอักเสบได้ด้วย

 

อาการของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

  1. มีไข้สูง ไข้มักจะขึ้นลงๆอยู่ตลอดเวลาแม้ว่าจะรับประทานยาลดไข้แล้วก็ตาม
  2. ปวดศีรษะมาหรือเฉพาะเวลาที่ก้มหรือเงยหน้ามากๆ
  3. รู้สึกมึนงงสับสน
  4. กลัวแสงและมองเห็นสิ่งรอบข้างไม่ชัดเจน
  5. อาเจียนและกลืนอาหารได้ยากกว่าปกติ
  6. มีอาการชักและหมดสติ

วินิจฉัยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

เมื่อแพทย์ได้ทำการสอบถามจากการซักถามประวัติคนไข้แล้ว หลังจากนั้นจะทำการตรวจ Spinal Tap หรือของเหลวจากไขสันหลังเพื่อตรวจหาสัญญาณการอักเสบเพื่อดูว่าเป็นการติดเชื้อประเภทใด ส่วนการตรวจวินิจฉัยวิธรอื่น ๆ ได้แก่ การตรวจปัสสาวะและหาค่าของโลหิต, การประเมินระบบประสาท, เก็บตัวอย่างเพื่อหาเชื้อ, การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองและการถ่ายภาพรังสีส่วนตัดทางคอมพิวเตอร์

การรักษาโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยทันทีเนื่องจากอาการของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบนั้นจะคล้ายๆกับอาการเป็นไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่แต่จะแตกต่างกันก็คือเจ็บต้นคอมากเป็นพิเศษโดยแพทย์จะฉีดยาลดอาการเกร็งและเจาะบริเวณหลังดูดเอาน้ำไขสันหลังไปตรวจวัดหาความผิดปกติเพื่อที่จะให้การรักษานั้นถูกวิธีหรือในกรณีที่เผลอไปสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคกาฬหลังแอ่นควรที่จะป้องกันการติดเชื้อด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะไรแฟมพิซิน

และแม่ว่าจะมีวิธีในการรักษาโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบแล้วโอกาสที่จะเกิดซ้ำนั้นมีสูงมากหากไม่ป้องกันให้ดี

 

วิธีการป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

  1. สำหรับผู้ที่เป็นโรคคางทูมต้องรีบรักษาให้หายเพื่อป้องกันเชื้อแพร่กระจายสู่กระแสเลือด
  2. ไม่แนะนำให้เข้าใกล้หรือใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรคและพ่อแม่ที่ให้กำเนิดบุตรควรที่จะพาบุตรหลานไปรับการฉีดวัคซีน BCG ตั้งแต่แรกเกิดเพื่อป้องกันการเกิดวัณโรค และ วัคซีนIPDเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่นำไปสู่การเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้
  3. หากว่ามีคนใกล้ชิดหรือคนรอบข้างมีโรคหูน้ำหนวกหรือหูชั้นกลางอักเสบไม่ควรที่จะทิ้งไว้ควรที่จะเข้ารับการรักษาไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายเข้าสู่สมอง
  4. มีวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือไม่ควรกินหอยดิบปลาดิบหรือกุ้งดิบแหล่งอาหารที่เป็นของดิบจะทำให้พยาธิตัวจี๊ดเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายมากขึ้น
  5. ในชาวเกษตรกรจำเป็นที่จะต้องสวมใส่รองเท้าบูทและหาผ้ามาปิดจมูกทุกครั้งที่ทำการเหยียบมูลสัตว์โดยเฉพาะมูลไก่และมูลนกพิราบ
  6. แนะนำในการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

 ในภาวะแทรกซ้อนของโรคมีหลากหลายอาการ ซึ่งขึ้นอยู่กับเชื้อที่ได้รับและความรุนแรงของเชื้อ บางรายที่มีภาวะแทรกซ้อนคือ ชัก มีปัญหาด้านสติ สมาธิ การจดจำ พบปัญหาของการเคลื่อนไหว ทรงตัวลำบาก  สูญสิ้นการได้ยิน  สัมผัสการรับรู้ไม่ทำงาน การมองเห็นแย่ลง ซึ่งบางรายสูญเสียการมองเห็น

ทั้งนี้ทั้งนั้นการป้องกันอันตรายจากภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบนั้นสามารถป้องกันได้ด้วยการเข้ารับการฉีดวัคซีนและพยายามเลือกทานอาหารที่ผ่านการปรุงสุกอยู่เสมอ ในรายที่รับประทานอาหารประเภทดิบก็แนะนำให้ตรวจหาพยาธิเพื่อที่จะได้กำจัดพยาธิตัวจี๊ดที่เป็นสาเหตุของการเกิดเยื่อหุ้มสองอักเสบ สุดท้ายนี้กันไว้ก็ย่อมดีกว่าการรักษาแน่นอนว่าบทความนี้เป็นประโยชน์อย่าลืมใส่ใจสุขภาพตัวคุณเองและคนรอบข้างด้วย

Reference

  1. Borg J, Christie D, Coen PG, Booy R and Viner RM (2009) Outcomes of meningococcal disease in adolescents: prospective matched cohort study. Paediatrics. 123(3): e502 – e50

 

  1. McGill F, et al., The UK joint specialist societies guideline on the diagnosis and management of acute meningitis and meningococcal sepsis in immunocompetent adults, J Infect (2016).
โพสท์โดย: แสงระวี
อ้างอิงจาก: pixabay
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Sangsom's profile


โพสท์โดย: Sangsom
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ไม่ใช่ฮาร์วาร์ด!!รายได้ช่างไฟฟ้าแรงสูง เงินเดือนจริงสูงแค่ไหน"ปลัดอำเภอ" กับ "นายอำเภอ" ต่างกันอย่างไร? ใครตำแหน่งสูงกว่า?การลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้น จำนวนมหาศาลจากประเทศกัมพูชาเข้าไทยเลขคำชะโนดเมษายน 2569 โผล่ปฏิทินดัง คนแห่ตามแค่ 3 พยัญชนะ! จังหวัดไทยที่สั้นที่สุดในประเทศไทยธุรกิจ "ไก่ย่างห้าดาว"เป็นของใคร? แบรนด์แฟรนไชส์อาหารเก่าแก่ ที่แข็งแกร่งที่สุดในไทย"แต๋วจ๋าพารวย" งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 คืนความสุขสู่ความรวยสินค้า 5 อันดับแรกที่กัมพูชานำเข้าจากไทยมากที่สุดวิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัวด้วย AI งวด 1 เมษายน 69..อยากรวย รีบซื้อหวยด่วน!สูตรคำนวณงวด 1/4/69อาม่าให้ลาภ ....เลขเด่นงวด 1/4/69
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สังคหวัตถุ 4: ขยี้สกิลครองใจคนฉบับย่อยง่าย (ไม่ปลอม ไม่ Toxic!) (สร้างกับ เอไอ)ปูตินคือใคร??อำเภอที่ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ ล่าสุดของประเทศไทยรู้ไหม? "น้ำส้มสายชู" ไล่แมลงสาบได้
ตั้งกระทู้ใหม่