จุดเปลี่ยนประเทศไทย ต่อยอด 5G สู่ Hub Tech company
จุดเปลี่ยนประเทศไทย ต่อยอด 5G สู่ Hub Tech company
ความคาดหวังสู่การแข่งขันระดับโลก
การระบาดใหญ่ของโควิด-19 เราได้เห็นธุรกิจทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ปรับตัวสร้างความท้ายทาย ให้ธุรกิจกลับมายืนได้อย่างแข็งแกร่ง และยังต้องปรับตัวตลอดเวลา ไม่ได้แข่งขันกับคู่แข่งอย่างตลาดเดียวกันอย่างเดียว แต่ต้องทันกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนวิถีชีวิตไปจากเดิมอีกด้วย ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกธุรกิจจะต้องเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้
จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของความต้องการของมนุษย์ มีความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้วยเครื่องมือ Marketing Landscape changing (การเปลี่ยนภูมิทัศน์การตลาด) เป็นการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของพื้นที่หรือพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดที่เราต้องการ เพื่อที่เราจะได้บุกตลาดนั้นๆ เพื่อสร้างธุรกิจขึ้นมาให้เหมาะสมกับสถานการณ์โลกมากขึ้น
ยกตัวอย่างประเทศใน South East Asia เช่นประเทศ บรูไน ลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ ประเทศที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงค่อนข้างแรงสามอันดับแรกก็คือ บรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย เพื่อให้ประเทศไทยได้เกิดความทัดเทียมด้านเทคโนโลยีให้สามารถแข่งขันสู่ตลาดภูมิภาคเอเชีย และ ตลาดโลกได้
จึงเกิดปรากฏการณ์ “พันธมิตรธุรกิจในกลุ่มเดียวกัน” เช่น ทรูดีแทค ประกาศจับมือกัน เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 โดยเป็นการประกาศสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) โดยจะปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Technology Company) ภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีฮับ พร้อมเสริมธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ การสร้างดิจิทัลอีโคซิสเต็ม และกองทุนสตาร์ทอัพ เพื่อสอดรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อคนไทยดีอย่างไร?
1. Benefit ที่จะมีมากขึ้นสำหรับผู้ใช้งาน เช่น
- ความเร็วอินเตอร์เน็ต (ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุดในปัจจุบัน)
- ราคาที่ดีมากขึ้น (ต้นทุนลดน้อยลง)
- สัญญาณโทรศัพท์จะดีขึ้นมากกว่าเดิม ปิดจุดอ่อนเรื่องสัญญาณของดีแทค และ ทรูจะมีโครงข่ายที่แข็งแรงมากขึ้นด้วย
- เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น (เพื่อสร้างประสิทธิภาพ 5G ในประเทศไทยมากขึ้น เช่น IOT และ Content ต่างๆ เพื่อรองรับบริการ)
2. ราคาที่ต้องจ่าย “ไม่สูงขึ้น” ไม่ต้องกังวล ถ้ายังมี กสทช. ดูแลความธรรมนี้ให้กับผู้รับบริการทุกเครือข่าย (กลัวถูกยึดใบอนุญาต)
3. หมดกังวล “ผูกขาด” ไม่แข่งขัน ปัจจุบันประเทศไทยไม่มีแค่ 2 โอเปอเรเตอร์ แต่ยังมีรัฐวิสาหกิจที่เข็มแข็งคือ NT ภายใต้ชื่อ “บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)” หรือ “เอ็นที” (National Telecom Public Company Limited : NT Plc.) เป็นการควบรวมกิจการระหว่าง “บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)” กับ “บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)” ให้เป็นองค์กรเพียงหนึ่งเดียว ปัจจุบันยังให้บริการมีลูกค้ามากกว่า 3 ล้านราย และยังมีโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย และแข่งขันน่าจะสูงขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่มีใครยอมเสียลูกค้าของตน พร้อมใจเสนอ benefit เต็มที่ และประโยชน์นี้ก็จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภคอย่างแน่นอน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ถือว่า มีความสำคัญระดับประเทศที่เราต้องจับตาความเคลื่อนไหวขับเคลื่อน ระหว่างเครือซีพีและกลุ่มเทเลนอร์ ที่ต่างมั่นใจการร่วมมืออย่างเท่าเทียมกันในครั้งนี้ จะสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภคและประชาชนไทยได้อย่างแน่นอน
-------------------------------------------------------
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
วัดความจนจากอะไรได้บ้าง
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ประเทศไทยมีศาลอะไรบ้าง
เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
สิวหัวช้างทำไมเจ็บและทิ้งรอยง่าย
พระโคกิน "เหล้า" ปี 67 เศรษฐกิจจะรุ่งจริงไหม? ในวันที่ดีเซลพุ่งแตะ 40 บาท!
"อิ่มจุกแต่ในใจสั่น.. ใครเติมดีเซลช่วงนี้รู้สึกเหมือนผมไหม?
เลือกแบบไหนดี? เป็นมดงานในองค์กรใหญ่ (มั่นคงแต่โตช้า) VS เป็นเดอะแบกใน Startup (เหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่โตไว) ในยุค 2026 นี้!
31 พฤษภาคมนี้ ชม Micro Blue Moon พระจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดของปี

