กว่า 1,000 ปี วิวัฒนาการของธนาคาร และเงินตรารูปของเหรียญ มาสู่ยุคคริปโทเคอร์เรนซี
ในยุคนี้ที่คริปโทเคอร์เรนซี หรือ เงินตราเข้ารหัสลับ ( cryptocurrency, crypto currency) เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งออกแบบให้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน ที่ใช้วิทยาการเข้ารหัสลับเพื่อรับประกันธุรกรรม เพื่อควบคุมการสร้างหน่วยเงินเพิ่ม และเพื่อยืนยันความถูกต้องของการโอนทรัพย์ เป็นรูปแบบหนึ่งของเงินดิจิทัล (digital currency) เริ่มจะเข้ามาแทนที่ระบบเงินตราและธนาคารที่มีตำนานมายาวนานกว่า 1,000 ปี ก่อนที่จะเข้ามา disruption ระบบธนาคารทั่วโลกนั้น เรามาดูวิวัฒนาการของธนาคารจากยุคกลางสู่ยุคปัจจุบันกัน
คำว่า “ธนาคาร” หรือ Bank ในภาษาอังกฤษ มาจากคำว่า “Banco” ในภาษาอิตาเลี่ยน ที่แปลว่า “ม้ายาว” นอกจากนี้ คำว่า Bank ก็อาจมาจากคำว่า Banck ในภาษาเยอรมัน ซึ่งหมายถึง “กอง”ไม่ว่าคำว่า Bank จะมาจากภาษาใดก็ตาม ธนาคารก็เป็นสถาบันการเงิน ที่เป็นตัวกลางที่สำคัญ ต่อเศรษฐกิจทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
เหรียญทองแรกๆ ที่ผลิตโดยโรงกษาปณ์ของจักรวรรดิโรมัน
จุดเริ่มต้นวิวัฒนาการของธนาคาร แม้จะมีการใช้เงินตราในรูปของเหรียญเพื่อการแลกเปลี่ยนและการให้กู้ยืมมาตั้งแต่โลกยุคโบราณแล้ว แต่ระบบที่คล้ายคลึงกับระบบการธนาคารปัจจุบันที่ใช้ในหมู่พ่อค้าเพิ่งเริ่มเกิดขึ้นในอิตาลีในยุคกลาง ในปลายศตวรรษที่ 12 ผู้รับแลกเปลี่ยนเงินตรา หรือ bancherius ในเมืองเจนัวร์รับฝากเงินจากนักธุรกิจท้องถิ่น และคอยเป็นผู้ให้เครดิต
ในศตวรรษที่ 13 เกิด banchi di scritta ขึ้นในเวนิส ที่ไม่เพียงแต่รับฝากเงิน แต่ยังโอนการจ่ายเงินจากผู้ซื้อไปยังผู้ขายได้โดยผ่านกลไกที่เรียกว่าตั๋วแลกเงิน ธุรกรรมชนิดนี้รุ่งเรืองขึ้นในธนาคารเมดิซีซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฟรอเรนซ์ ธนาคารนี้บริหารงานเป็นเครือข่ายสาขาอย่างมั่นคงเพราะบารมีของลอเรนโซ เดอเมดิซี มาจนเขาเสียชีวิตในปี 1492
จากธนาคารระดับเมืองสู่ธนาคารระดับชาติ นายธนาคารชาวเจนัวยังมีบทบาทสำคัญอยู่ แต่บทบาทนี้ค่อยๆย้ายขึ้นเหนือสู่พวกฟุกเกอร์แห่งออกสบูร์ก ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ทางการเงินของเยอรมันนี บุคคลสำคัญคือ “จาคอบ ฟุกเกอร์” มหาเศรษฐี ‘the rich’ (1459-1525) ผู้ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการให้เงินสนับสนุนการขยายดินแดนจักรวรรดิฮับสบว์กของพระเจ้าชาล์สที่ 5 ในศตวรรษที่ 16 เขาสืบเชื่อสายมาจากพ่อค้าขนสัตว์ที่ร่ำรวยจากการทำเหมืองเงินด้วย
ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษก่อตั้งขึ้นในปี 1694
ระบบการธนาคารพาณิชย์พัฒนาขึ้นมากในยุโรปตลอดสองศตวรรษต่อมาโดยเริ่มจากช่างทองในลอนดอนที่รับแลกเปลี่ยนเงินตรากับพ่อค้าที่นำทองแท่งมาฝากเก็บไว้ แต่ก็ยังมีสถานะเป็นธุรกิจเล็กๆที่ลงทุนโดยเอกชน และยังไม่เป็นระบบครบวงจร ตามแบบอย่างของเศรษฐกิจยุคก่อนอุตสาหกรรมโดยทั่วไป
หนังสือฝากเงินของลูกค้าสำหรับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ทำการไปรษณีย์
การพัฒนาครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมีธนาคารของรัฐเกิดขึ้น ซึ่งต่อมากลายเป็นธนาคารกลาง ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษเป็นผู้นำในด้านนี้ โดยก่อตั้งขึ้นในปี 1694 ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษทำหน้าที่หลายด้าน รวมทั้งการเป็นธนาคารของรัฐบาลที่ให้บริการฝากถอนประจำวัน ให้รัฐบาลกู้ยืมเงินในยามสงคราม รักษากฎระเบียบในการออกธนบัตรและช่วยพัฒนาระบบการเงินปัจจุบันนี้
ธนาคารแห่งอังกฤษทำหน้าที่เป็นนายธนาคารให้แก่ธนาคารที่แลกเปลี่ยนเอกสารทางการเงิน ดำเนินนโยบายทางการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน และดูแลจัดการหนี้สินระดับชาติ ธนาคารกลางแพร่หลายมากขึ้นในระหว่างศตวรรษที่ 19 และเมื่อทศวรรษที่ 1920 การประสานงานของธนาคารกลางระหว่างประเทศก็กลายเป็นสิ่งจำเป็นส่วนหนึ่งในการจัดระเบียบของโลกในปัจจุบัน
ต้นฉบับศตวรรษที่ 14 เป็นภาพวาดของนายธนาคารในอาคารนับเงินของอิตาลี
ในต้นศตวรรษที่ 19 ลอนดอนก้าวเข้ามาเป็นผู้นำศูนย์กลางการเงินของโลกแทนอัมสเตอร์ดัม สิ่งที่ทำให้ลอนดอนก้าวหน้ามากขึ้น คือการเติบโตของธนาคารเอกชนก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้น แบริงส์ ,รอทชิลด์ส ,ชโรเดอร์ส ,ฮัมโบรส์ ,ลาซาร์ดส์ และ ไคลน์วอร์ตส์ เป็นตระกูลที่ต้องการจะก้าวขึ้นสู่ระดับนานาชาติและพร้าที่จะเสี่ยง ลอนดอนจึงดึงดูดตระกูลเหล่านี้ให้ก้าวเข้ามามีส่วนสำคัญในการออกเงินสนับสนุนให้เศรษฐกิจโลกก้าวไปสู่ยุคอุตสาหกรรม แบริงส์ เคยได้รับฉายาว่าเป็น มหาอำนาจที่ 6 ของยุโรป
ระบบการธนาคารแบบร่วมถือหุ้นนับเป็นการปฏิวัติระบบการธนาคารในศตวรรษที่ 19 ธนาคารเหล่านี้ไม่ได้มีเอกชนเป็นเจ้าของดังเช่นที่เคยมีมา แต่มีผู้ถือหุ้นจำนวนมากเป็นเจ้าของร่วมกัน การกระทำเช่นนี้เปิดโอกาสให้ระบบทุนนิยมและธุรกรรมได้ขยายตัวมากยิ่งขึ้น มีการใช้เช็คเพื่อถอนเงิน และมีการใช้หนี้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น
มาสู่ระบบการธนาคารสมัยใหม่ เมื่อถึงทศวรรษ 1920 ระบบการธนาคารทั่วโลกที่พัฒนาแล้วก็เริ่มทวีความสำคัญมากขึ้น มีการลงทุนอย่างมหาศาลและตอบสนองต่อความต้องการของธนาคารกลางอย่างรวดเร็ว ธนาคารเหล่านี้ให้บริการทางการเงินและการให้สินเชื่ออย่างกว้างขวาง เช่น การบริการพิเศษแก่เอกชนผู้ซื้อบ้านในอังกฤษ มีการรวมตัวกันทำให้เกิด สี่ยักษ์ใหญ่’จากธนาคารที่แลกเปลี่ยนเอกสารการเงินกัน ซึ่งประกอบด้วย บาร์เคลส์ ,ลอยด์ส ,มิดแลนด์ และเนชันแนล เวสต์มินสเตอร์ ธนาคารเล็กๆบางแห่งยังคงดำเนินกิจการอยู่ควบคู่ไปกับธนาคารที่ให้บริการพิเศษ รวมทั้งธนาคารเพื่อการออมทรัพย์และการลงทุน.
เขียนโดย ลูกสาวอบต
โหมดเครื่องบินมีไว้ทำไม?
เจาะรหัสลับ "แปลปกสลากฯ" ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 69
10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
ไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้
ลิงก์ไลฟ์สดไวรัล Lina Miaa ระวังของปลอม กดพลาดเสี่ยงเสียบัญชี
ปลากัดอันตูตา ปลากัดป่าบอร์เนียวตัวใหญ่ สายอมไข่ที่นักเลี้ยงหลงเสน่ห์
5 ลักษณะผู้ชายเจ้าชู้ที่ควรสังเกต ก่อนใจไปไกลกว่านี้
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/6/69
แมวไทย 5 สายพันธุ์ได้สถานะเอกลักษณ์ชาติ แต่พันธุ์แท้ยังต้องช่วยกันรักษา
แร่ธาตุที่ไทยแทบจะผลิตเองไม่ได้ แต่สามารถส่งออกได้ในปริมาณมาก
ภารกิจสุดโหดช่วยเหลือ 7 ชีวิต ติดอยู่ในถ้ำประเทศลาว
วาซาบิแท้ ทำไมพืชเล็ก ๆ จากลำธารญี่ปุ่นถึงปลูกยากและแพง
แมวไทย 5 สายพันธุ์ได้สถานะเอกลักษณ์ชาติ แต่พันธุ์แท้ยังต้องช่วยกันรักษา
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/6/69
5 ลักษณะผู้ชายเจ้าชู้ที่ควรสังเกต ก่อนใจไปไกลกว่านี้
อิหร่านสั่งเปิดอินเทอร์เน็ตสากล หลังชาวบ้านถูกตัดขาด 87 วัน
ชิลีแผ่นดินไหว 6.9 ใกล้กาลามา ไฟดับ 2.7 หมื่นคน แต่ยังไม่พบผู้บาดเจ็บ
แตงกวาพอกหน้าได้ไหม เคล็ดลับผิวสดชื่นแบบบ้าน ๆ ที่ต้องใช้ให้ถูก
เพิ่งรู้คำตอบ! ทำไม "ขอบเหรียญบาท" ต้องมีรอยหยัก? ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่เคยช่วยชีวิตคนจากโทษประหารมาแล้ว
แมวไทย 5 สายพันธุ์ได้สถานะเอกลักษณ์ชาติ แต่พันธุ์แท้ยังต้องช่วยกันรักษา
5 ลักษณะผู้ชายเจ้าชู้ที่ควรสังเกต ก่อนใจไปไกลกว่านี้
5 ผลไม้ไทยหากินยาก ชื่อคุ้นบ้างไม่คุ้นบ้าง แต่เคยอยู่ในครัวเก่า




