น้ำมันขึ้นราคาแบบไม่เกรงใจเงินในกระเป๋ามาขับรถพลังงานไฟฟ้ากันดีกว่า
แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิดยังไม่ได้คลี่คลายลง การเดินทางและการสัญจรก็ไม่ได้เข้าสู่ภาวะปกติเท่าไรนั้น ประกอบน้ำมันที่ขึ้นราคา ก็มีผู้ประกอบการบางกลุ่มที่ออกมาประท้วง เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ในมุมกลับกัน ในโลกด้านยานยนตร์ กลับพบว่ายังคงมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ หลายหลายค่าย ทั้งแบรนด์หน้าเก่าและหน้าใหม่ โดยเฉพาะกระแส “รถยนต์ไฟฟ้า”
เนื่องจากราคาน้ำมันที่ขึ้นลงไม่แน่นอน ประชาชนจึงมองหาทางเลือกใหม่ และให้ความสนใจในการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาน้ำมัน ถือเป็นการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเดิม จากการสำรวจภายใต้แคมเปญ Get to know Thai consumers ที่ร่วมมือกันระหว่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ กับนิด้าโพล สำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมของผู้ใช้รถยนต์คนไทย 1,000 คน ทั่วประเทศ มีความสนใจในตัวรถยนต์ไฟฟ้า มากถึง 77.68 % แต่ก็ยังมีความกังวลเรื่องราคาที่ค่อนข้างสูง, เรื่องสถานีชาร์จแบตเตอรี่ที่ยังไม่เพียงพอ และข้อจำกัดเรื่องระยะทางที่น้อยเกินไปทำให้ต้องเข้าชาร์จบ่อยครั้ง หากมีการพัฒนาในสามสิ่งนี้ คาดว่าประชาชนคงนิยมมากขึ้น จึงไม่แปลกใจนักที่รถยนต์ลูกครึ่งแบบไฟฟ้าและน้ำมัน (Hybrid) จึงเป็นทางเลือกต้นๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจขณะนี้
ค่ายรถยนต์หลายเจ้า เห็นโอกาสนี้ จึงผลิตรถ (Hybrid) ออกตีตลาดในไทย จึงขอคัดรถยนต์ไฟฟ้าล้วน และรถยนต์ Hybrid 3 รุ่นที่นิยมในไทยตอนนี้มาให้เลือกสรรกัน
1. MG EP รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% จากแบรนด์เอ็มจี มาพร้อมกับสมรรถนะจาก EV เทคโนโลยี โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงถึง 163 แรงม้า อัตราการเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียงแค่ 8.8 วินาทีเท่านั้น และสามารถเลือกขับได้ 3 รูปแบบ คือ Eco, Normal และ Sport สวย เฉียบ ทั้งภายในและภายนอก
การชาร์จ : Home Charge จาก 0-100% ใช้เวลา 7.15 ชม. และ Quick Charge จาก 0-80% ผ่านสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว ใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น
ระยะทางต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง : 380 กม.
ราคาประมาณ 988,000.- บาท
2. TOYOTA COROLLA CROSS HYBRID เป็นรถยนต์ลูกครึ่งใช้ได้ 2 ระบบทั้งน้ำมันและไฟฟ้า มีเครื่องปั่นไฟในตัว อัตราการเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียงแค่ 11.8 วินาที เมื่อขับรถด้วยความเร็วช้าจะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้า แต่เมื่อเร่งความเร็วสูงขึ้นก็จะปรับเป็นการใช้พลังงานจากน้ำมัน รูปโฉมภายนอกและภายใน มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และกว้างขวาง ถ้าหากจะเลือกรถครอบครัวไว้สักคัน ตัวนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย
ราคาเริ่มต้น 1,019,000.- บาท
3. NISSAN KICKS e-POWER เป็นรถยนต์ลูกครึ่งอีกเช่นเคยที่ได้รับความนิยมในตอนนี้ รุ่นนี้ใช้ได้ทั้งระบบน้ำมันและไฟฟ้า อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเครื่องปั่นไฟในตัวอีกด้วย มีมาให้เลือก 4 โหมดด้วยกัน คือ S MODE, ECO MODE,EV MODE และ N Range hold mode รถยนต์รุ่นนี้ทั้งภายนอกและภายในให้ความสปอร์ต ปราดเปรียว มีขนาดกะทัดรัด ใครที่กำลังมองหารถขับในเมือง ตัวนี้ได้สบายๆ เลย
ราคาเริ่มต้น : 889,000.- บาท
ตอนนี้ภาครัฐเตรียมออกนโยบายจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทางเลือก ด้วยการลดภาษีในการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่มาจากประเทศอื่นให้เป็น 0 % และยังมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตรถไฟฟ้าอย่างน้อย 30% จากกำลังผลิตทั้งหมดและเต็ม 100% ภายในปี พ.ศ.2578 นี้ ใครที่กำลังมองหารถยนต์คู่ใจ ให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในทางเลือกของคุณ





















