กทม.จัดหนักแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยธนาคารน้ำใต้ดิน(Water Bank)
จากเหตุน้ำท่วมหนักปี 54 กทม.เลยหาทุกวิถีทางไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ...
เลยกำเหนิดอุโมงค์ยักษ์
Water Bank ใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง ตั้งแต่ปี 2561 และจะมีเพิ่มอีก 2 แห่ง ในเดือน ธ.ค. นี้
กทม. แก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ โดยใช้วิศวกรรมเชิงโครงสร้างมาเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ดีมากขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ เพิ่มเส้นทางการระบายน้ำที่เหมือนมีแม่น้ำอยู่ใต้ดินและช่วยเพิ่มความเร็วในการระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้มากขึ้น มีการก่อสร้างท่อเร่งระบายน้ำ (Pipe Jacking) ที่ช่วยเพิ่มท่อการระบายน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสามารถในการเร่งระบายน้ำได้มากขึ้น และยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำด้วยการสร้างและปรับปรุงสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ บ่อสูบน้ำ และเพิ่มเครื่องสูบน้ำในจุดต่าง ๆ ให้ระบายน้ำได้ดีมากขึ้น และยังก่อสร้างพื้นที่รองรับน้ำเพิ่มในพื้นที่ กทม. เพื่อช่วยให้น้ำไม่ท่วมขังในพื้นที่เป็นเวลานาน
โดยจัดทำ “ธนาคารน้ำใต้ดิน” (Water Bank) เป็นที่กักเก็บน้ำขนาดใหญ่ใต้ดิน ที่ช่วยเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังบนถนนให้ไหลลงท่อระบายน้ำได้เร็วขึ้น ทำให้น้ำไม่ท่วมขังบนถนนเวลานาน เพราะน้ำจะไหลลงที่กักเก็บน้ำใต้ดิน water Bank ไว้ก่อน และเมื่อไม่มีฝนตกและน้ำในคลองมีน้อย ก็จะสูบน้ำออกจาก Water Bank ระบายออกไปสู่คลองตามระบบ กทม. ได้ก่อสร้าง Water Bank ในจุดเสี่ยงน้ำท่วม 4 แห่ง ซึ่งก่อสร้างเสร็จและใช้กักเก็บน้ำแล้ว ตั้งแต่ปี 2561 แล้ว 2 แห่ง ได้แก่
1. ธนาคารน้ำใต้ดิน บริเวณใต้วงเวียนบางเขน ที่กักเก็บน้ำได้ 1,000 ลบ.ม. สามารถระบายน้ำออกไปสู่ 2 คลองได้ทั้งทางทิศเหนือและทิศใต้ของวงเวียน คือ คลองรางอ้อรางแก้ว และคลองสอง ที่ช่วยแก้ปัญหาจุดอ่อนน้ำท่วมบริเวณวงเวียนบางเขนได้ จากปี 2559 มีน้ำท่วม 13 ครั้ง ในปี 2561 ที่เริ่มใช้งาน น้ำท่วมขังลดลงเหลือ 2 ครั้ง ในปี 2562 น้ำท่วมขัง 1 ครั้ง และในปี 2563 น้ำไม่ท่วมขังบริเวณนั้นเลย
2. ธนาคารน้ำใต้ดิน บริเวณใต้ถนนอโศกดินแดง ปากซอยสุทธิพร 2 ที่กักเก็บน้ำได้ 1,000 ลบ.ม. สามารถระบายออกไปยังคลองโบสถ์แม่พระ ไหลลงอุโมงค์ยักษ์บึงมักกะสัน ช่วยแก้ไขจุดอ่อนน้ำท่วมย่านดินแดง ทำให้น้ำท่วมขังลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน จากปี 2560 มีน้ำท่วม 15 ครั้ง ในปี 2561 ที่เริ่มใช้งาน น้ำท่วมขังลดลงเหลือ 6 ครั้ง ในปี 2562 น้ำท่วมขัง 1 ครั้ง และในปี 2563 น้ำไม่ท่วมขังเลย และกำลังก่อสร้างเพิ่มอีก 2 แห่ง จะสร้างเสร็จภายในปี 2564
3. ธนาคารน้ำใต้ดิน บริเวณสวนสาธารณะถนนรัชดาภิเษกตัดกับถนนวิภาวดีรังสิต กักเก็บน้ำได้ 10,000 ลบ.ม. แก้ปัญหาจุดอ่อนน้ำท่วมแยกรัชโยธิน และแยกรัชดาลาดพร้าว
4. ธนาคารน้ำใต้ดิน บริเวณแยกถนนศรีนครินทร์ตัดกับถนนกรุงเทพกรีฑา กักเก็บน้ำได้ 10,000 ลบ.ม. แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณศรีนครินทร์ ซึ่งเมื่อธนาคารน้ำใต้ดิน (Water Bank) สร้างเสร็จทั้งหมด จะเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้เพิ่มมากขึ้น และกรุงเทพมหานครก็ยังมีการพัฒนาระบบการระบายน้ำในพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้การระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
#แก้ไขปัญหาน้ำท่วมกทม #แก้ไขน้ำท่วมเชิงโครงสร้างทางวิศวกรรม
ขอยคุณข้อมูลภาพ
10 ต้นผลไม้ที่สามารถปลูกหน้าบ้านได้ ให้ร่มเงา กินได้ และยังเป็นมงคล
บัตรสวัสดิการฯ 2569 ทำไมพ่อแม่ที่ลูกใช้ลดหย่อนภาษีอาจไม่ผ่านเกณฑ์
จุดพักรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
แนวทางเลขเด็ด "สลาก 5 ภาค" งวด 16 มิ.ย.69..สรุปทั้งเลขเด่น-เลขดัง เพียบ!
กรมอุตุฯ เตือน 5–11 มิ.ย. ไทยฝนเพิ่ม ระวังน้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่
จังหวัดที่มีประชากรเพศชายมากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย
แนวทางเลขมงคล 3 สำนัก "ตารางมหาทักษา" ประจำวันที่ 16/6/69
ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ซื้อกี่บาทต่อวันถึงใช้สิทธิรายเดือนได้คุ้ม
ภาพยนตร์ไทยที่ขาดทุนมากที่สุด
อยู่กับการรออย่างไร ไม่ให้รู้สึกว่าชีวิตกำลังเสียเวลา
คำพูดจากหัวหน้าที่ทำให้คนตัดสินใจลาออก เพราะบางประโยคทำให้หมดใจทันที
สันติวิธีแก้ไฟใต้ไปถูกทางไหม หลังเหตุปะทะโคกโพธิ์สะท้อนโจทย์เดิม
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
พระโคกิน "เหล้า" ปี 67 เศรษฐกิจจะรุ่งจริงไหม? ในวันที่ดีเซลพุ่งแตะ 40 บาท!
"อิ่มจุกแต่ในใจสั่น.. ใครเติมดีเซลช่วงนี้รู้สึกเหมือนผมไหม?
เลือกแบบไหนดี? เป็นมดงานในองค์กรใหญ่ (มั่นคงแต่โตช้า) VS เป็นเดอะแบกใน Startup (เหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่โตไว) ในยุค 2026 นี้!
31 พฤษภาคมนี้ ชม Micro Blue Moon พระจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดของปี





















