หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

2 กระทรวงยักษ์ใหญ่ จับมือกันชวนคนไทยร่วมปลูกป่าผลักดันประเทศไทยมุ่งสู่ Carbon Neutrality

เขียนโดย

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ร่วมพิธี “ประกาศนโยบายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (EGAT Carbon Neutrality) และเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือโครงการปลูกป่าล้านไร่อย่างมีส่วนร่วม” พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “สิ่งแวดล้อมกับความยั่งยืน เพื่อโลก เพื่อเรา” ซึ่งจัดขึ้นโดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ร่วมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน รวมทั้ง นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ร่วมในพิธี ณ หอประชุมออดิทอเรียม อาคาร 50 ปี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่

ทางด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมในการประกาศความมุ่งมั่นของประเทศร่วมกับประชาคมโลกในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในที่ประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่26 (COP26) ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ พร้อมยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศ (LT-LEDS) ซึ่ง ทส. ได้ร่วมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำขึ้น โดยประเทศไทยจะมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดในปี ค.ศ.2030 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero GHG emission) โดยเร็วที่สุดภายในครึ่งหลังของศตวรรษนี้ รวมถึงมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065
ทั้งนี้ การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) การดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

โดยมีมาตรการสำคัญๆ ที่ต้องดำเนินการ ภายในปี พ.ศ. 2580 ได้แก่

  1. มาตรการการปลูกและฟื้นฟูป่าธรรมชาติ 11 ล้านไร่ ในพื้นที่ต่างๆเช่น ป่าสงวน พื้นที่ คทช. (ลุ่มน้ำ 1,2) ป่าชุมชน ป่าอนุรักษ์ ป่าชายเลน และพื้นที่ ส.ป.ก. เป็นต้น
  2. มาตรการส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ 16 ล้านไร่ ในพื้นที่ต่างๆได้แก่ พื้นที่ ค.ท.ช. (ลุ่มน้ำ 3,4,5) พื้นที่ป่าไม้ถาวร (ลุ่มน้ำ 3,4,5) พื้นที่ ส.ป.ก. ในเขตป่าสงวน และพื้นที่เอกชน (ที่ดินกรรมสิทธิ์) และ
  3. มาตรการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบท 3 ล้านไร่ รวมถึงมาตรการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าและการป้องกันการเผาป่าซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภท ให้ได้ร้อยละ 55 ภายในปี พ.ศ. 2580 ซึ่งจะช่วยเพิ่มการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากศักยภาพที่มีอยู่ในปัจจุบัน ได้ถึง 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
    นอกจากนี้ ยังได้จัดทำโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทร่วมปลูก บำรุงรักษาและฟื้นฟูป่าในพื้นที่ของรัฐ โดยเอกชนจะได้รับแบ่งปันปริมาณคาร์บอนเครดิต ซึ่งการปลูกป่าหรือการเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากจะมีประโยชน์ในเรื่องการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังมีผลประโยชน์ร่วมในเรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation Co-benefit) อีกด้วย

         สำหรับ พิธีลงนามความร่วมมือโครงการปลูกป่าล้านไร่อย่างมีส่วนร่วมเป็นความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับกระทรวงพลังงาน โดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “EGAT Carbon Neutrality” โดยมีเป้าหมายในการปลูกป่าปีละหนึ่งแสนไร่ รวมจำนวนหนึ่งล้านไร่ ระหว่างปี พ.ศ.2565-2574 ประกอบด้วย ป่าอนุรักษ์ ป่าชายเลน ป่าชุมชน และป่าเศรษฐกิจ โดยคาดว่า ทั้งโครงการฯ จะสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซต์จำนวนหนึ่งล้านตันต่อปี 

    ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงฯ ดังกล่าว มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี โดยจะร่วมกันจัดทำแผนและดำเนินงานสนับสนุนให้เกิดการปลูกป่า และบำรุงรักษาพื้นที่ป่าในการดูแลของแต่ละหน่วยงาน สนับสนุนระบบการผลิตกล้าไม้พันธุ์ดี ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ผลักดันให้เกิดโครงการที่จะเสริมสร้างกระบวนการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจ และสังคม พร้อมร่วมมือพัฒนาต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ธรรมชาติ เพื่อเป็นแหล่งศึกษา ระบบนิเวศ พร้อมสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ร่วมแบ่งปันข้อมูลที่สำคัญ รวมถึงข้อมูลปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ (คาร์บอนเครดิต) ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน

#TopVarawut #MNRE #พรรคชาติไทยพัฒนา

(ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.facebook.com/TOPVarawut/photos/a.674770099640932/1373812503070018, https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9640000104818

โพสท์โดย: อัศวิน ดีนะยานะ
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/TOPVarawut/photos/a.674770099640932/1373812503070018, https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9640000104818
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อัศวิน ดีนะยานะ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 106 ครั้ง
เขียนโดย อัศวิน ดีนะยานะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: มยุรี สวยงาม, อัศวิน ดีนะยานะ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6ตะลึง! 8 ตู้เซฟเหล็กโบราณ ยุคบุกเบิก ที่ราคาขายต่อแพงกว่าของที่เก็บไว้ข้างใน ยอดผู้สูญหายจากน้ำท่วมเนปาลและจีน ใกล้ 3,000 คนแล้ว!!อึ้งหนักมาก! 6 นาฬิกาแขวนผนังไขคอโบราณ ที่ยิงเก่ายิ่งเสียงดี ราคาพุ่งไม่หยุด 10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 2569เปิดสถิติ 6 เดือนย้อนหลัง! ส่อง “เลขที่ออกบ่อยที่สุด” ก่อนลุยงวด 1 ก.ย. 69 แชมป์ตัวจริงคือเลขนี้!รัสเซียเผย "เรากำลังเตรียมโจมตีครั้งใหญ่ต่อภาคพลังงานของยูเครน"เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
หุ่นยนต์มัวแต่มอง "เชียร์ลีดเดอร์"จนกลิ้งตกไม่เป็นท่า..ทำเอาชาวเน็ตแซวสนั่น!จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดอำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว10 ขุมนรกตามคติพุทธ ที่คนไทยอาจไม่เคยรู้จัก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด Review, HowTo, ท่องเที่ยว
น้ำมันพืชใช้แล้วควรเก็บส่งต่อไม่เทลงท่อยางรถยนต์เก่านำกลับมาใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบSilence Travel กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น10 สถานที่ธรรมชาติในไต้หวันที่สวยจนเหมือนภาพวาด
ตั้งกระทู้ใหม่