หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ค้นพบดาวเคราะห์ดวงแรก นอกกาแล็กซีทางช้างเผือก



     สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้รายงานผ่านเพจเฟซบุ๊ก ที่มีชื่อเพจว่า "NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ" เรื่อง "การค้นพบดาวเคราะห์ นอกระบบสุริยะดวงแรก ที่อยู่นอกกาแล็กซีทางช้างเผือก"

     กล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา (Chandra X-ray Observatory) พบหลักฐานที่อาจบ่งชี้ถึงการค้นพบดาวเคราะห์ในระบบดาว M51-ULS-1 ในกาแล็กซี M51 นับเป็นการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรก ที่โคจรรอบวัตถุอื่น และอยู่นอกกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา

     ปัจจุบัน มนุษย์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแล้วทั้งสิ้นกว่า 4,538 ดวง แต่ดาวเคราะห์ทั้งหมดนั้นล้วนแต่เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือกที่เราอาศัยอยู่ และอยู่ห่างออกไปไม่เกิน 3,000 ปีแสง

     สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การค้นพบ ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากดาวเคราะห์ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง บวกกับโคจรอยู่ใกล้ดาวฤกษ์มากเมื่อเทียบกับระยะห่างถึงระบบสุริยะ กล้องโทรทรรศน์ที่เรามีอยู่จึงไม่สามารถสังเกตดาวเคราะห์แยกออกมาจากดาวฤกษ์ที่สว่างได้

     วิธีการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะส่วนมาก จึงใช้วิธีทรานสิท (Transit Method) ที่อาศัยการรอจังหวะประจวบเหมาะที่ดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้าดาวฤกษ์ และบดบังแสงบางส่วนจากดาวฤกษ์ไปพอดี การสังเกตแสงที่หรี่ลงไปนี้ จึงเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถยืนยันการมีอยู่ของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะได้Rosanne Di Stefano จากศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ด & สมิธโซเนียน (CfA)

     ในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา สังเกตการณ์รังสีเอกซ์จากวัตถุคู่ ที่เปล่งรังสีเอกซ์ (X-ray Bright Binary) ซึ่งเกิดจากดาวนิวตรอนหรือหลุมดำที่ดึงดูดมวลจากดาวฤกษ์ข้างเคียงเข้าไป เมื่อสสารตกลงภายใต้แรงโน้มถ่วง และ เกิดความร้อนสูง จึงปล่อยแสงออกมาในช่วงรังสีเอกซ์

     ในกรณีดาวเคราะห์ผ่านหน้าดาวฤกษ์นั้น แสงอาจจะลดลงเพียงเศษ เสี้ยวเดียวของแสงทั้งหมด เนื่องจากแหล่งกำเนิดรังสีเอกซ์มีขนาดเล็กมาก (ดาวนิวตรอนมีขนาดเพียง 14 กม. ในขณะที่หลุมดำอาจเล็กยิ่งกว่านั้นอีก) ทุกๆ ครั้งที่มีดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้า จึงสามารถบดบังรังสีเอกซ์ที่ปลดปล่อยออกมาได้เกือบทั้งหมด ความแตกต่างอันสุดขั้วจากแสงที่สังเกตได้นี้ จึงช่วยให้เราสามารถสังเกตดาวเคราะห์ นอกระบบสุริยะที่อยู่ห่างออกไป ในระยะไกลมากได้!!

     ทีมวิจัยใช้วิธีนี้สังเกตระบบดาวคู่ M51-ULS-1 ที่อยู่ในกาแล็กซี M51 ระบบดาวคู่ดังกล่าวมีหลุมดำ หรือ ดาวนิวตรอนโคจรอยู่รอบๆ ดาวฤกษ์ข้างเคียงที่มีมวล 20 เท่าของดวงอาทิตย์ของเรา โดยพบว่าระหว่างที่เกิดการทรานสิทนั้น รังสีเอกซ์ที่ปล่อยออกมาถูกบดบังไปโดยสิ้นเชิง ตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงซึ่งหมายความว่า ดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่ในระบบ M51-ULS-1 นี้น่าจะมีขนาดใกล้เคียงกับดาวเสาร์ และ โคจรรอบดาวนิวตรอนหรือหลุมดำ ที่ระยะห่างประมาณสองเท่าของระยะ ห่างระหว่างดาวเสาร์กับดวงอาทิตย์ของเรา

     การค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะโดยทั่วไปแล้ว จะต้องยืนยันซ้ำด้วยการสังเกตการณ์ดาวเคราะห์เมื่อมันวนกลับมาบดบังดาวฤกษ์อีกครั้ง แต่เนื่องด้วยระยะห่างของวงโคจรทำให้ดาวเคราะห์ดวงนี้มีคาบโคจรที่ยาวถึง 70 ปี จึงเป็นเรื่องยากที่จะยืนยันการค้นพบนี้่ด้วยการสังเกตการณ์ซ้ำอีกครั้ง

     นอกจากนี้ ยังมีอีกความเป็นไปได้หนึ่งคือ การบดบังแสงนี้อาจจะเกิดขึ้นจากวัตถุอื่น เช่น เมฆ หรือ ฝุ่น ที่มาบดบัง แต่ทีมนักวิจัยก็พบว่าเป็นไปได้ยากมาก เนื่องจากลักษณะที่ปรากฏไม่ได้สอดคล้อง กับลักษณะการบดบังโดยเมฆหรือฝุ่น แต่สอดคล้องเป็นอย่างยิ่งกับวัตถุ เช่น ดาวเคราะห์...

     ด้วยเหตุนี้ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าวัตถุที่ค้นพบดังกล่าวอาจจะเป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรกที่อยู่นอกกาแล็กซีทางช้างเผือกตั้งแต่เคยมีการค้นพบมา ซึ่งหากนี่เป็นดาวเคราะห์จริง ดาวเคราะห์ดวงนี้จะต้องผ่านประสบการณ์ อันแสนโชกโชนเป็นอย่างมาก นอกจากจะต้องรอดจากระเบิดซูเปอร์โนวา ที่ให้กำเนิดดาวนิวตรอนหรือหลุมดำแล้ว

     ในอนาคตอันใกล้ ดาวเคราะห์ดวงนี้อาจต้องเจอกับการระเบิดซ้ำอีกครั้ง ของดาวฤกษ์ข้างเคียงและรับรังสีจำนวนมหาศาล ที่ปลดปล่อยออกมากระหน่ำซ้ำอีกก็เป็นได้

     สำหรับการค้นพบครั้งนี้ เกิดจากการที่ Di Stefano และทีมวิจัยได้ติดตามหา X-ray Transit ในกาแล็กซีถึงสามกาแล็กซี โดยใช้ทั้งกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา และ XMM-Newton ของ ESA ติดตามระบบดาวคู่ในรังสีเอกซ์ในกาแล็กซี M51 กว่า 55 ระบบ ในกาแล็กซี M101 อีก 64 ระบบ และในกาแล็กซี M104 อีกกว่า 119 ระบบ

     ซึ่งทีมนักวิจัยจะลองสืบค้นจากฐานข้อมูล ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา และ XMM-Newton เพื่อค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบอื่น ๆ ที่อาจจะเคยบันทึกเอาไว้โดยบังเอิญก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบดาวเคราะห์นอกกาแล็กซีมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ วิธีนี้ยังอาจนำไปสู่การค้นพบดาวเคราะห์ ในระบบสุริยะที่อยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมอันสุดขั้ว เช่น การโคจรรอบ X-ray binary เช่นนี้ได้

เรียบเรียงโดย : ดร. มติพล ตั้งมติธรรม [ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ สดร.]

โพสท์โดย: ข่าวกับรีวิวหนัง
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/NARITpage/posts/4685468478183396
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: สาระและรีวิวหนัง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แชร์เก็บไว้เลย 2 จุดฮวงจุ้ยแก้ให้ไว ทำให้เงินทองรั่วไรหาเท่าไหร่ไม่พอใช้โมโห!เผาให้หมด สาวเดือดจัด ตามหาแฟนไม่เจอ ราดน้ำมันจุดไฟเผาบ้านเพื่อนแฟน‼️"ดร.อานนท์" ชี้ ปมป้ายหาเสียง "ชัชชาติ" อาจมีจุดจบเหมือน "สมัคร" ไม่ได้ดำรงตำแหน่งจุดที่ชัชชาติกระโดด บนแผ่นเหล็กปิดหลุม ล่าสุด ได้รับการแก้ไขแล้ว'สรยุทธ' สั่งเสีย 'น้องไบรท์' ถ้าพี่เป็นอะไรไปฝากเรื่องนี้ด้วย⁉️
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
“โป๊ะแตก” เพจดังให้ข้อมูลผิด! อ้าง”บังแจ็ค”ข่มขืนผญ.5ปีก่อน ศาลตัดสินเนรเทศพ้นไทยตั้ง7ปีวัดเปิด24ชั่วโมง นครนายกท้าวเวสสุวรรณเสาร์5เดือน5 นครนายกกรมอุตุเตือน "มรสุมมาแล้วววว!!"
ตั้งกระทู้ใหม่