ดื่มน้ำมากเกินไปอาจะเป็นอันตรายกับร่างกายได้เหมือนกันนะ
แค่ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ มากๆ นี่เหรอ? ทำให้เกิดสภาวะ “น้ำเป็นพิษ” ที่ถึงกับทำให้เสียชีวิตได้! เป็นไปได้อย่างไรกัน??
เคยได้ยินกันมาตลอดเลยว่าการดื่มน้ำเยอะๆ นั้นดีกับสุขภาพ เราควรดื่มน้ำให้ได้อย่างต่ำวันนึง 8 แก้ว หรือวันละ 2 ลิตรขึ้นไปก็ยิ่งดีเลย เพราะน้ำจะทำให้การลำเลียงสารอาหาร วิตามินต่างๆ เข้าสู่ร่างกายได้สะดวกขึ้น ถ้าดื่มน้ำน้อยร่างกายจะดูอิดโรยไม่สดใส เป็นร้อนใน ส่งผลให้การขับถ่ายเป็นไปอย่างผิดปกติ และอาจส่งผลกระทบเกี่ยวกับอวัยวะภายในด้วย แต่ข่าวไม่นานมานี้มีผู้หญิงที่ถูกบังคับให้ดื่มน้ำมากเกินไปจนกระทั่งเสียชีวิตนั้นเป็นไปได้อย่างไร เรามาค้นหาคำตอบไปพร้อมๆ กันค่ะ
1. ทำให้อึดอัดท้อง และกระเพาะปัสสาวะ
เป็นอาการแรกที่จะพบได้ก่อนเลยหากดื่มน้ำจนมากเกินไป จะรู้สึกอึดอัด ปวดแน่นท้องจนรู้สึกไม่สบายตัว เพราะน้ำที่มีอยู่ในท้องทำให้ท้องอืด และกระเพาะปัสสาวะของผู้หญิง สามารถเก็บปัสสาวะได้ราว 300 ซีซี หากดื่มน้ำเยอะก็กระเพาะปัสสาวะก็จะทำงานหนักขึ้น ยิ่งตอนกลางคืน ไม่ควรดื่มน้ำมาก เพื่อให้กระเพาะปัสสาวะได้พักผ่อน รวมถึงร่างกายที่ไม่ต้องลุกมาเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ด้วย
2. ทำให้โลหิตจาง
การรับน้ำเข้าสู่กระแสเลือดมากจนเกินไป จะทำให้เกิดภาวะเลือดจาง ทำให้เกิดสภาวะ “น้ำเป็นพิษ” หากเลือดถ้าจางเกินไปก็อันตราย ร่างกายจะรีบปรับตัวโดยการดึงน้ำเข้าเซลล์และพื้นที่ต่างๆ แทนการให้อยู่ในกระแสเลือด ทำให้เซลล์เกิดการบวมน้ำ ที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ หรือไฮโปแนทรีเมีย (Hyponatremia)
3. ทำให้น้ำท่วมปอด
เพราะน้ำที่เยอะไปในกระแสเลือดจะถูกดึงเข้าสู่อวัยวะต่างๆ แทน ทำให้ตัวของเรานั้นบวมน้ำ และเมื่อถูกดึงเข้ามาที่ปอดจะทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมปอด ส่งผลให้เกิดการหายใจติดขัด มีสภาพเดียวกับคนที่กำลังจมน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายมากๆ หากไม่สามาถลดปริมาณน้ำในปอดได้ทัน
4. ทำให้เกิดอาการมึนงงวิงเวียน อาเจียน
เมื่อน้ำเข้าสู่สมองมากเกินไป จะเกิดกลไกป้องกันตัว ด้วยการอาเจียนออกมา เพื่อส่งสัญญาณเตือนว่า ร่างกายดื่มน้ำมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว หากยังฝืนดื่มต่อหรือโดนจับกรอกปากต่อ สมองก็จะบวม ชัก เกร็ง และทำให้เสียชีวิตได้
5. เป็นตะคริวได้ง่าย หรืออวัยวะเป็นอัมพาต
อันเนื่องมาจากร่างกายต้องปรับสมดุล เลยขับไล่แร่ธาตุอย่างโปสแตสเซียมออกไปจากระบบในร่างกาย (Hypokalemia) ดังนั้นเมื่อร่างกายไม่มีแร่ธาตุชนิดนี้อยู่ ก็อาจทำให้เกิดอาการผิดปกติเกี่ยวกับกล้ามเนื้อต่างๆ ได้ เช่น เป็นตะคริวได้ง่าย ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง มีความดันโลหิตต่ำ เป็นอัมพาต คลื่นไส้ และท้องเสีย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับอวัยวะภายในอื่นๆ ได้โดยเฉพาะระบบสมอง และระบบการหายใจ
6. อาจเกิดภาวะไตวายได้
การดื่มน้ำมากเกินไปจะทำให้รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลีย เพราะว่าไตจะทำงานหนักขึ้นเพื่อกรองน้ำส่วนเกินออกจากเลือด ดังนั้นถ้าคุณดื่มน้ำหลายลิตรในหนึ่งชั่วโมง ไตของคุณก็จะทำงานหนัก จะเป็นอันตรายมีความเสี่ยงกับหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นด้วย เพราะการทำงานของไตและสุขภาพหัวใจค่อนข้างมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันการทำงานที่หนักเกินไป อาจทำให้ไตวายหรือหัวใจวายได้นั่นเอง
สภาวะการดื่มน้ำมากๆ ในคราวเดียวมักพบได้ในคนที่
- ถูกบังคับให้ดื่มน้ำมากๆ เช่น ถูกลงโทษ หรือทำพิธีกรรมความเชื่อต่างๆ
- คนออกกำลังกายแล้วสูญเสียน้ำมากเกิน
- กินอาหารรสจัด มีโซเดียมสูงที่ทำให้รู้สึกกระหายน้ำมาก
- คนที่ใช้ยาเสพติด หรือยาระงับประสาทบางชนิด
ดังนั้นแล้ว เราควรปรับการดื่มน้ำ เป็นการดื่มทีละน้อยๆ แต่ดื่มให้บ่อย ค่อยๆ จิบ แทนการดื่มกระดกรวดเดียวหมดเป็นแก้วหรือเป็นลิตรอย่างรวดเร็วภายในครั้งเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้เหล่านี้ เพราะอะไรที่เยอะเกินไปย่อมเป็นภัยกับร่างกายได้หมดค่ะ มาฝึกดื่มน้ำที่ถูกต้องเพื่อที่ร่างกายจะได้สุขภาพดีกันเถอะค่ะ
เคยหิวน้ำมากๆ จนกระดกน้ำทีละมากๆ บ้างไหม?
เขียนโดย Noxx
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
วัดความจนจากอะไรได้บ้าง
สิวหัวช้างทำไมเจ็บและทิ้งรอยง่าย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย
เงินใหม่ถูกสร้างแล้วหายไปไหน
ท้องเสีย แล้วอะไรที่เสียตามไปด้วย
21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล : หิวแสง!ชายผู้เผา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพียงเพื่อให้คนจำชื่อเขา
ย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?
“เจ้าหมูสกปรก” ทำไมหมูถึงกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความจริงหมูอาจไม่ได้สกปรกอย่างที่คิด
ทำไมคนกรุงเทพฯ ชอบบอกระยะทางเป็น "เวลา" ไม่ใช่ "กิโลเมตร"?



