ปลาที่ขี้เหร่ที่สุดในโลก
มารู้จักกับปลาที่ขี้เหร่ที่สุดในโลกกันค่ะ
ปลานี้ มีชื่อว่า “บล็อบฟิช” (Blobfish – ชื่อวิทยาศาสตร์: Psychrolutes marcidus) มันได้รับการโหวตจากสมาคมสงวนพันธุ์สัตว์น่าเกลียด (UAPS) ให้เป็นปลาที่มีหน้าตาน่าเกลียดที่สุดในโลก เพราะหน้าตาที่น่าเกลียด ปากหนา จมูกทู่ของมัน
จริง ๆ แล้วมันคือปลาทะเลน้ำลึก มักอาศัยอยู่ในน้ำลึก 600 ถึง 2800 เมตร บริเวณนอกชายฝั่งประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์
ตอนอยู่ในน้ำหน้าตาของมันไม่ได้น่าเกลียดมาก แต่พอขึ้นบก หน้าตาก็มันก็แปรสภาพเป็นน่าเกลียดน่ากลัว
สาเหตุก็เพราะ มันเป็นปลาที่ไม่มีโครงกระดูก มีเพียงแค่กระดูกอ่อนและไม่มีกล้ามเนื้อ ร่างกายของมันจะปกคลุมไปด้วยเจลาติน มันสามารถลอยได้โดยไม่ต้องมีถุงลมในร่างกาย เมื่ออยู่ใต้ทะเลลึกที่มีแรงดันมหาศาล แรงดันเหล่านี้จะช่วยพยุงมันไว้ แต่เมื่อขึ้นมาบนบกที่ไม่มีแรงดันช่วยพยุง ทำให้ร่างกายของมันเหลวและเหี่ยวไปหมด จึงเป็นที่มาของหน้าตาที่น่าเกลียดนี้
แต่ถึงแม้ว่ามันจะน่าเกลียด แต่ว่ากันว่ารสชาติอร่อยมาก คล้ายกับปูทะเลน้ำลึก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
"ไม้หนานมู่" (楠木 - Nánmù) ราชาแห่งไม้สีทอง มรดกอันล้ำค่าจากอดีต ราคาสูงมากๆ ไม้ที่ใช้กับคนระดับจักรพรรดิกับเชื้อพระวงศ์จีนในอดีตเท่านั้น
ทึ่งทั่วโลก : "หอคอยกินเนสส์" (The Guinness Tower) หอคอยที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
ชีวิต Digital Nomad – วันนี้บาหลี พรุ่งนี้ไม่รู้!
จิตวิทยา:ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจคนมากกว่าข่าวดีถึงร้อยละ70



