กาชาโดคุโระ (Gashadokuro) ผีโครงกระดูกผู้หิวโหยเลือดเนื้อชั่วนิรันดร์แห่งประเทศญี่ปุ่น
Gashadokuro... เป็นผีโครงกระดูกขนาดยักษ์ ที่บางครั้งอาจสูงใหญ่มากกว่าคนปกติทั่วไปถึง 15 เท่า พวกมันเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของโครงกระดูกมนุษย์ที่ไม่ได้รับการทำพิธีฝังศพอย่างเหมาะสมตามหลักศาสนาชินโต ทำให้วิญญาณเหล่านั้นไม่สามารถไปสู่สุคติได้ เมื่อร่างกายเน่าเปื่อยผุพังเหลือเพียงกองกระดูกขาวโพลน ความโกรธแค้น ความเจ็บปวด และความเกลียดชังต่อสิ่งมีชีวิตได้กลายมาเป็นพลังงานด้านลบที่ผลักดันให้เกิดพลังเหนือธรรมชาติ และเมื่อพลังแค้นของคนหลายร้อยชีวิตจากหมู่บ้านร้างที่มีคนตายเป็นเบือจากความอดอยาก โรคระบาดหรือสนามรบมารวมกันหล่อหลอมกลายมาเป็นผีโครงกระดูก Gashadokuro ที่มีรูปลักษณ์น่าสะพรึง แต่สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดของผีโครงกระดูกตนนี้คือ มันมีความดุร้ายกระหายเลือดสูงและยังมีความสามารถในการล่องหนทำให้ยากต่อการหลบหนีจากมัน
การปรากฏตัวของผีโครงกระดูก Gashadokuro
ในคืนที่มืดมิดที่สุด หลังเที่ยงคืนผู้คนในชนบทของประเทศญี่ปุ่นจะไม่ค่อยอยากออกจากบ้านนัก เพราะเชื่อกันว่า Gashadokuro มักเดินเตร่ไปอย่างไร้จุดหมาย หากพบนักเดินทางที่อยู่เพียงลำพัง มันก็จะเข้าไปจับตัวเหยื่อเคราะห์ร้ายแล้วกัดกินหัว เคี้ยวกะโหลกศีรษะราวกับเป็นของว่างก่อนที่จะดื่มเลือดที่ทะลักไหลออกมาลำคอที่ขาดวิ่นด้วยความเอร็ดอร่อย ในบางครั้งพวกมันก็อาจปรากฏตัวในตอนกลางวันแสกๆ โดยการลอบคลานมาตามพื้นหญ้าลับตาอย่างเงียบๆ เพื่อเข้าถึงตัวเหยื่อพร้อมกับกัดกินเติมเต็มความหิวโหยชั่วนิรันดร์
การเอาตัวรอดจากผีโครงกระดูกญี่ปุ่น Gashadokuro
สัญญาณเตือนเดียวที่จะช่วยชีวิตเหล่านักเดินทางในตอนกลางคืน คือ เสียงของฟันและกระดูกที่สั่นกระทบกันพร้อมกับเสียงร้องว่า “gachi gachi” และอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันมากที่สุดในการป้องกันตัวเองก็คือการพกเครื่องรางของศาสนาชินโตที่มีพลังในการช่วยขับไล่พวกมัน
การทำลายผีโครงกระดูก Gashadokuro
Gashadokuro มีขนาดใหญ่และทรงพลังอย่างมากจากความแค้นของคนหลายร้อยชีวิต เชื่อกันว่าพวกมันเป็นอมตะและจะตั้งหน้าตั้งตาอาละวาดทำลายล้าง ผลาญชีวิตของเหยื่อเคราะห์ร้ายที่บังเอิญเข้ามาอยู่ในเส้นทางของมันไปเรื่อยๆ จนกว่าพลังแห่งความอาฆาตพยาบาทที่สะสมอยู่จะมอดดับไป
บันทึกเกี่ยวกับผีกระดูกญี่ปุ่น Gashadokuro
บันทึกที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับผีกระดูกญี่ปุ่น Gashadokuro ย้อนกลับไปได้ไกลถึงเมื่อ 1,000 ปีก่อน เมื่อรัฐบาลกลางของประเทศญี่ปุ่นถูกก่อการกบฏด้วยฝีมือของซามูไรที่มีนามว่า Taira no Masakado แม้ว่าการก่อกบฏจะไม่สำเร็จทำให้ซามูไรคนนี้ถูกสังหารในที่สุด แต่ลูกสาวของเขา Takiyasha-hime แม่มดที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสร้างความวุ่นวายให้กับแผ่นดินญี่ปุ่นด้วยการใช้มนต์ดำเรียกปีศาจโครงกระดูกขนาดใหญ่โจมตีใส่เมืองโตเกียว
Gashadokuro ในงานวรรณกรรมและสื่อบันเทิงของญี่ปุ่น
Takiyasha the Witch and the Skeleton Spectre
Gashadokuro เป็นผีที่ปรากฏตัวขึ้นมาครั้งแรกในรูปแบบการพิมพ์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และ Gashadokuro ปรากฏตัวให้เห็นในภาพวาดชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นอย่าง Takiyasha the Witch and the Skeleton Spectre ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการนำไปพิมพ์ลงบนธงผ้าและเสื้อยืดที่ระลึกมาตั้งแต่ปี 1844 อย่างไรก็ตามเชื่อกันว่าผีโครงกระดูกที่ปรากฏตัวในภาพนี้ เดิมทีมีขนาดเท่ากับมนุษย์ทั่วไปเท่านั้น นอกจากนี้ ผีกระดูก Gashadokuro ยังปรากฏตัวในการ์ตูน เกมและอนิเมชั่นของประเทศญี่ปุ่นอีกหลายเรื่องเช่นกัน
บทสรุปส่งท้าย : ผีกระดูกญี่ปุ่น Gashadokuro ยังมีการปรากฏตัวให้เห็นหรือเปล่า!?
ในปัจจุบันไม่มีรายงานการพบเห็นผีกระดูกญี่ปุ่น Gashadokuro ซึ่งอาจเป็นเพราะพวกมันมีเงื่อนไขเฉพาะในการถือกำเนิดขึ้นมาจากรวมตัวกันของโครงกระดูกจำนวนมากที่ถูกทอดทิ้ง แต่หลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้น ประเทศญี่ปุ่นที่ได้กลับมาเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจและอาหารการกินที่หาได้อย่างง่ายดายสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้ศพของผู้เสียชีวิตได้ถูกฝังและเผาอย่างถูกต้องตามหลักศาสนาชินโตทำให้ผีกระดูกกระหายเลือดแห่งประเทศญี่ปุ่นรุ่นใหม่ไม่สามารถถือกำเนิดขึ้นมาได้ ในขณะที่ผีกระดูกรุ่นเก่าเพลิงแค้นค่อยๆมอดดับไป จนกระทั่งกลายเป็นเพียงกองกระดูกเก่าผุกร่อนที่ไร้ซึ่งพิษสงไปตามกาลเวลา...


















ถ้าชอบเรื่องเเนวนี้ช่วย กดดาว กดเเชร์ เเละติดตามผมด้วยนะครับ
เดียวจะหาอะไรเเปลกๆมาให้ชมกันเลื่อนครับ
" ขอบคุณครับ "
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
คาบัง: วีรบุรุษสี่ขาผู้สละใบหน้าเพื่อลมหายใจของมนุษย์
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
หวานฉ่ำกลางห้องฉุกเฉิน! หนุ่มมะกันเปลี่ยนอุบัติเหตุให้เป็นรักนิรันดร์ ขอแต่งงานผ่านภาพเอกซเรย์สุดล้ำ
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
ย้อนรอยคืนวิปโยค! เมื่อพลุอวยพรกลายเป็นเพลิงมัจจุราช ปิดฉากงานตรุษจีน "มังกรสวรรค์" สุพรรณบุรี
เจาะลึกเลขเด็ด "แม่นมากขั้นเทพ" และสถิติย้อนหลัง 10 ปี งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
“แองเจลินา โจลี” เล็งย้ายไปเขมรปลายปีนี้ หลังลูกแฝดอายุครบ 18 ปี เตรียมเริ่มต้นชีวิตบทใหม่
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อให้สัมภาษณ์กับ Reuters
5 ประเทศที่มีการรีไซเคิลขยะมากที่สุดในโลก
“แองเจลินา โจลี” เล็งย้ายไปเขมรปลายปีนี้ หลังลูกแฝดอายุครบ 18 ปี เตรียมเริ่มต้นชีวิตบทใหม่
ย้อนรอยคืนวิปโยค! เมื่อพลุอวยพรกลายเป็นเพลิงมัจจุราช ปิดฉากงานตรุษจีน "มังกรสวรรค์" สุพรรณบุรี
ย้อนรอยเส้นทางมืด "แอม ไซยาไนด์" จากอดีตภรรยาตำรวจสู่ฆาตกรต่อเนื่อง คดีวางยาสะเทือนขวัญที่โลกต้องจารึก
ดราม่าฟันลามการเมือง! “พริษฐ์” วอนหยุดขุดภาพเก่า บอกชัดรักษาหายแล้ว ขอเวลาสื่อไปตรวจอำนาจรัฐดีกว่า
5 อัลบั้มเพลงภาษาไทย ที่ทำยอดขายมากที่สุดตลอดกาล
“กลุ่มใบหยก” ทุ่มงบ 500 ล้านบาท ฟื้นตำนานฮอลลีวูดสตรีท พลิกโฉมสู่คอมมิวนิตี้มอลล์ใจกลางพญาไท ภายใต้สัญญาเช่า 50 ปี
ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุกตลอดชีวิต “ยุน ซอกยอล” ปมกฎอัยการศึก 6 ชั่วโมงสะเทือนประเทศ
"มรดกเลือดจากคุณยาย... ทำไมหิ้งพระบ้านผมถึงต้องมีผ้าแดงคลุมไว้ตลอด 20 ปี?"
ทำไมต้อง 4 หู 5 ตา? เจาะลึกสัญลักษณ์แห่งความรวยที่สายมูต้องมีไว้ครอบครอง




